"ดอน" สุดมั่น !! "แม่น้ำ 4 สาย" เอาใจใส่ร่างรธน.อย่างดี - เชื่อไม่มีก่อหวอดต้าน "บิ๊กตู่" เยือนมะกัน

Publish 2016-02-09 16:38:57



"ดอน ปรมัตถ์วินัย" ย้อน "ทักษิณ ชินวัตร" เคยมีรัฐบาลไหนเอาใจใส่ร่างรธน.เหมือนรัฐบาลนี้หรือไม่ ??? มุ่งเน้นแก้ปัญหาทุจริตจริงจัง - เชื่อไม่มีพวกต่อต้าน "พล.อ.ประยุทธ์" ในงาน "ยูเอส-อาเซียน" และได้ประโยชน์อย่ามากมาย ...

 

วันนี้ (9 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีตามหมายศาล กล่าวโจมตีร่างรัฐธรรมนูญว่าห่วยแตกและถอยหลังเข้าคลอง ว่า เคยเห็นรัฐบาลใดเอาใจใส่เรื่องรัฐธรรมนูญเท่ารัฐบาลนี้หรือไม่ นี่เป็นการทำงานของรัฐบาล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กรรมการร่าง รัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เอาใจใส่กับประโยชน์ของประเทศชาติ ฉะนั้นใครก็ตามที่วิจารณ์โดยไม่เข้าใจ ก็คงต้องเข้าใจให้ดีกว่านี้ เพราะทุกฝ่ายตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ต้องการให้ประเทศย้อนกลับไปสู่วังวนที่เป็นปัญหา ส่วนกระแสคัดค้านในร่างรัฐธรรมนูญขอให้ไปถามเสียงค้านว่ามาโดยพื้นฐานอะไร การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากต่างประเทศ เพราะคอร์รัปชั่นเป็นจุดอ่อนของไทยที่มีมาทุกยุค ทุกสมัย เกิดช่องว่างให้ใครใช้ประโยชน์จากเราจนทิ่มแทงประเทศ
         


นายดอน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงความเข้มแข็งของพรรคการเมืองที่ถูกวิจารณ์มากนั้น ต้องมองข้ามไปจุดหนึ่งว่าในที่สุดแล้วบ้านเราจะลุกยืนได้อย่างสง่างามมั่นคงต้องแก้ที่จุดอ่อนก่อน หากแก้จุดอ่อนได้ ด้านต่างๆ ก็จะเข้ารูปเข้ารอย ซึ่งคนต่างชาติรับรู้ว่าเราแก้ปัญหาประเทศได้ถูกจุด การแก้ปัญหาประเทศเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นการนำประเทศไปสู่หลักชัย ไปสู่ธรรมาภิบาลและความถูกต้อง พร้อมขจัดปัญหาในอดีตให้หมดไป
         


เมื่อถามถึง เสียงครหาว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่มีใบสั่งหรือไม่ ?

 

นายดอน กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าคนที่กล่าวหาเช่นนั้น เข้าใจถูกต้องหรือไม่ ว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการในบ้านเราในวันนี้คือประเทศไทยที่มีฐานที่มั่นคง และเดินหน้าไปอย่างสง่าผ่าเผยเพื่อประโยชน์ของลูกหลาน น่าเสียดายที่คนที่รับรู้เรื่องกรธ.ไม่ได้รับรู้อย่างเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาต่างๆ บางทีเป็นไปตามกระแส พอมีกระแสใดกระแสหนึ่งก็เผลอเดินไปตามเส้นทางนั้น โดยลืมจุดหมายปลายทาง หวังว่าคนไทยจะกลับมาตั้งจิตสำนึก และมองอีกด้านว่าสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติภายหน้าคืออะไร เพราะเราผ่านวิกฤติมามากถึงเวลาที่ต้องข้ามพ้นได้แล้ว อย่าซ้ำอยู่กับปัญหาเดิมๆ
         


เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศมีข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญในจุดใดบ้าง ?

 

นายดอน กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศมีส่วนที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการทำสนธิสัญญาข้อตกลงต่างๆ รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่เราอยากจะเห็นเพราะเรารับทราบหลังจากที่ประเทศไทยได้เป็นประธานกลุ่ม T 77 ก็พบว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และเป็นโจทย์ในการพัฒนาที่ยั่งยืนและนานาประเทศต่างชื่นชมเพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นจุดหมายปลายทาง
         


เพราะฉะนั้น หากเราสามารถนำสูตรสำเร็จที่เรามีซึ่งเคยใช้ในที่ต่างๆ แล้วนำเสนอให้เขารับรู้รับทราบนำไปลองปฏิบัติจะมีค่าอย่างมาก ซึ่งในรายละเอียดส่วนนี้อาจมีการบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลก็ได้ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 50 ที่บัญญัติไว้ แต่แค่พูดในเชิงแนะนำให้ใช้หรือพิจารณาแต่สิ่งที่อยากจะเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือรัฐบาลนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวนโยบาย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศคิดเช่นนี้ เพราะเรารู้ว่าถ้าเราใช้สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาของไทยมาแก้ไขนานาปัญหาที่มีอยู่มาในอดีต ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นวิธีหนึ่ง จะทำให้ปัญหาต่างๆที่เราเคยประสบจะค่อยๆจางหายไป
         


นายดอน ยังกล่าวถึง กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ Us-Asean ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14 - 18 ก.พ.นี้ ว่า กรณีมีบางกลุ่มบางองค์กรเตรียมออกมาต่อต้านนั้นเป็นเพียงข่าว ซึ่งตนคิดว่าไม่มีเพราะจุดที่เขาจะประชุมเป็นจุดที่จัดไว้เป็นการเฉพาะทางรัฐบาลสหรัฐฯได้มีการดูแลไม่ให้มีการชุมนุมหรือประท้วงต่อต้าน ส่วนการประชุมเวทีนี้จะถือเป็นโอกาสที่จะชี้แจงให้ชาวโลกเข้าใจถึงร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำสู่ประชาธิปไตยหรือไม่นั้นก็มีโอกาสแต่อาจจะไม่ได้โดยตรง
         

 

"เนื่องจากเนื้อหาที่ประชุมเป็นเรื่องของภูมิภาค แต่แน่นอนต้องมีการเปิดช่องที่เราสามารถบอกกล่าวในฐานะเป็นส่วนหนึ่งภูมิภาคว่าเรากำลังเดินไปสู่จุดใด และการที่เราจะเดินไปสู่เป้าหมายปลายทาง มันจะมีผลดีต่อภูมิภาคอย่างไร ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้ประเทศไทยถือว่าได้ประโยชน์เป็นจำนวนมากเพราะถือเป็นงานแรกหลังจากรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและได้หารือกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา จึงอยู่ในฐานะที่แลกเปลี่ยนอะไรกันได้อย่างครบครันซึ่งจะพบปะหารือกัน ในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและสถานการณ์ภายในภูมิภาคและเวทีนี้จะทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าใจอาเซียนได้ดีขึ้นเพื่อสร้างเจตนาร่วมกันในการไปข้างหน้า อย่างไรก็ตามการที่เราไม่ใช่รัฐบาลเลือกตั้งทางสหรัฐไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะสหรัฐหารือกับเราในกรอบของอาเซียนมาแล้วหลายครั้ง ในยูเอ็นก็พบกันหลายหน เรานั่งประชุมกับ นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐก็หลายหน หรือพบปะเป็นการภายในกับรัฐมนตรีของสหรัฐก็หลายครั้งในเวทีต่างๆ" นายดอน กล่าว