ทำไม..."สหกรณ์ฯ"ถึงปกป้อง"ธัมมชโย" ทั้งที่เป็นฝ่ายเสียหาย?

Publish 2016-05-11 19:54:21



เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม  ตัวแทนคณะศิษย์วัดพระธรรมกายในนามกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายฯ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นเครดิตยูเนี่ยน จำกัด เดินทางไปยื่นหนังสือแก่คณะกรรมการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่น โดยมีนายเผด็จ มุ่งธัญญา เป็นผู้มารับหนังสือ เพื่อให้กรรมการได้พิจารณายับยั้งบทบาทของนายธรรมนูญ อัตโชติ ในการแสดงตนเป็นสมาชิกสหกรณ์และอ้างตนเป็นประธานชมรมฟื้นฟูกิจการสหกรณ์

 

แต่บทบาทเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายธรรมนูญ อัตโชติได้ร่วมแถลงการกดดัน DSI กรณีการฟ้องร้องพระเทพญานมหามุนี พร้อมกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนพ.มโน เลาหวนิช ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านวัดพระธรรมกาย และอาจมีแนวโน้มการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์ในการฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์โดยภาพรวม เพราะความเชื่อมั่นของสมาชิกสหกรณ์เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้คณะศิษย์และกองทุนเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาฯ อาจจะต้องเพิ่มประเด็นเพื่อพิจารณาการระงับการช่วยเหลือแก่สหกรณ์ และอาจจะเพิ่มมาตรการต่างๆ เพราะได้รับผลกระทบจากการที่นายธรรมนูญ ออกไปฟ้องร้องต่อ DSI ออกให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และออกไปหาแนวร่วมโจมตีวัดพระธรรมกาย ทำให้คณะศิษย์รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งในการกระทำของนายธรรมนูญและพรรคพวก



อีกด้านหนึ่ง กลุ่มสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นผู้รักสันติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านบทบาทของนายธรรมนูญ อัตโชติด้วยเช่นกัน โดยต้องการให้กรรมการมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแถลงการตักเตือนหรือจะกำหนดขอบเขตในฐานะสมาชิกสหกรณ์ซึ่งจะต้องดำเนินอยู่ในครรลองที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะหากนายธรรมนูญทำอย่างนี้แล้ว เจ้าภาพกองทุนเยียวยาเกิดยุติการช่วยเหลือความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่สหกรณ์โดยภาพรวม

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร็วๆ นี้จะมีการเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์เพิ่มเติม และในเดือนสิงหาคมรัฐบาลอาจอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเยียวยากิจการสหกรณ์กว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นการรักษาเครดิตสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้บทบาทของสมาชิกสหกรณ์ที่จะต้องมีความสำนึกต่อสิทธิมนุษยชน ไม่เข้าไปก้าวก่ายทำลายเกียรติของเจ้าหนี้หรือลูกหนี้และเจ้าภาพผู้อุปถัมภ์

 

อย่างไรก็ตาม นายเผด็จได้ให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆแล้วสหกรณ์ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับนายธรรมนูญ พร้อมกับชวนให้สมาชิกยกมือเห็นด้วย และให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า สหกรณ์มีสมาชิกมากมายเป็นหมื่นคน ไม่สามารถแนะนำตักเตือนได้หมด พร้อมทั้งรับรู้รับทราบและรู้สึกขอบคุณต่อลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ได้มอบเงินเยียวยาให้ ซึ่งถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ได้รับมาจากการเยียวยา



อย่างไรก็ดี ปัญหาที่นายไพบูลย์แถลงไปว่า เงินเยียวยานี้ไม่ได้ให้จริงและอาจจะต้องคืนเงิน ทางสหกรณ์ก็ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าทั้งหมดนี้เป็นข้อตกลงกัน ในกรณีว่าถ้าหากพิสูจน์ได้จริงๆ ว่าเงินที่ถวายให้พระเทพญานมหามุนีนั้น คุณศุภชัย ได้ทำเรื่องคืนเงินแก่สหกรณ์ไปแล้วเท่านั้น

 

เพราะฉะนั้นกว่าจะสามารถดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมจนเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นสหกรณ์ก็น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาฟื้นฟูองค์การจนได้กำไรและน่าจะมีศักยภาพคืนเงินได้ ดังนั้นเงินที่คณะศิษย์ให้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมวางแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้อีกไม่กี่เดือนทางสหกรณ์ก็จะได้รับเงินกู้จากรัฐบาล 10,000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้สหกรณ์ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

 

ด้านนายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวว่า กรณีเงินเยียวยาจากวัดพระธรรมกาย เกือบพันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินก้อนเดียวที่สหกรณ์มีอยู่จะสามารถจ่ายให้กับสมาชิกได้ในเดือนมิถุนายนนี้ และข้อมูลที่นายธรรมนูญให้กับนักข่าวไม่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ และไม่ถูกต้อง ซึ่งเงินเยียวยาจากลูกศิษย์วัด ถือมีประโยชน์ต่อ สมาชิกสหกรณ์เป็นอย่างมาก ทั้งๆที่ลูกศิษย์วัดฯไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ

 

 “แผนฟื้นฟูนั้นมีแบบแผน ไม่ทราบว่านายไพบูลย์ได้ศึกษาเรื่องแผนฟื้นฟู โดยละเอียดหรือไม่ กรณีออกมาให้ความเห็นกรณีเงินเยียวยาจากวัดพระธรรมกาย”

 



Suggess News

Recommend News