ยิ่งขุดยิ่งฉาว..BBC สื่อ Ugly !! "พล.ท.นันทเดช" จัดชุดใหญ่ลากไส้สื่อเลว คบค้าพวกล้มเจ้า..ก้าวล่วงเบื่้องสูงที่คนไทยทั้งแผ่นดินเทิดทูน!!?!!

Publish 2016-12-11 08:43:06



ถึงระยะเวลาจะผ่านพ้นมาพอสมควร   แต่จนถึงทุกวันนี้  BBC  ไทย ยังไม่มีความสำนึกรับผิดชอบในบทความที่มีเนื้อล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง  ล่าสุด พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์   อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ในประเด็นร้อนดังกล่าว ในหัวข้อ  “ Ugly BBC สื่อหรือบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ไม่มีคุณธรรม”  

 

 

๑. รายงานของ BBC ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ในระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดเจนว่า BBC ไม่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างที่สื่อฉบับอื่นเขาทำกัน แต่ทำหน้าที่เป็นบริษัทรับจ้างทำงานสกปรก พูดแบบภาษาไทยคือ “ขี้ข้า” นั่นเอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ และแก้ตัวให้กับนักการเมืองไทยกลุ่มหนึ่งแบบไม่ตะขิดตะขวงใจเลย ถ้ายังจำอะไรไม่ได้ก็ขอทบทวนสัก ๒ เรื่อง

 

๑.๑ เมื่อปี ๕๔ BBC ผลิตภาพยนตร์ทำสารคดีเรื่อง “Thailand: Justice Under Fire” ออกมาเผยแพร่ เนื้อหาสรุปว่า ในสารคดีมีข้อความที่บางส่วนถือได้ว่าไม่เป็นธรรมต่อทหารและสถาบันฯ การเขียนบทและการนำเสนอข้อมูลเลือกจำเพาะส่วนที่เป็นเชิงลบต่อทหารและสถาบันฯ ส่วนใหญ่สัมภาษณ์คนที่เป็นฝ่ายเสื้อแดง ให้เวลาหรือตัดส่วนที่ให้คนอื่นสัมภาษณ์ที่มีความเห็นฝ่ายอื่นๆ น้อยมาก คนที่เลือกมาสัมภาษณ์ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เช่น อ.ธงชัยฯ หรือ อ.สมศักดิ์ฯ

 

นอกจากนั้นไม่เคยพูดถึงความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามหรือทหาร ซึ่งยอมสูญเสียโดยไม่ได้ลงมือโต้ตอบอะไรเลย (ขนาดดันกันไปมาที่บางลำพู การ์ดเสื้อแดงยังชักปืนออกมายิงทหารล้มไป ๒ คนต่อหน้าต่อตาเลย) และยังไม่ได้พูดถึงข้อเท็จจริงที่เกิดการชุมนุมขึ้นมาเพื่อเรียกร้องหรือต่อรองอะไร เรียกได้ว่า “เหมือนสารคดีที่รับจ้างทำ” เลยทีเดียว ซึ่งอาจจะซ้ำรอยกับข่าวของ The Independent ที่ระบุว่า BBC เคยรับเงินฝ่ายหนึ่งแล้วทำสารคดีโจมตีอีกฝ่ายจนต้องออกมาประกาศขอขมาเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๓ ก.พ. ๕๕

 

 ๑.๒ ต่อมาเมื่อ ๒๘ พ.ย. ๕๙ เว็บไซต์  BBCได้เผยแพร่บทความ “Viewpoint: Did Thai king help stifle democracy?” โดย Dr.Serhat Ünaldi นักวิชาการจาก Humboldt-Universität zu Berlin ซึ่งมีความสนิทสนมกับกลุ่มบุคคลที่หลบหนีไปอยู่ในยุโรป เช่น นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, นายจรัล ดิษฐาอภิชัย (ฝรั่งเศส), นายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ” (ฝรั่งเศส), นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ (ฟินแลนด์), นายแอนดรูว์ แมคเกรเกอร์ มาร์แชลล์ ฯลฯ

 

ศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ” , นายแอนดรูว์ แมคเกรเกอร์ มาร์แชลล์, นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ และ Dr.Serhat Ünald

 

บทความนี้กล่าวหาทหาร และสถาบันฯ อย่างรุนแรงหลายประเด็นด้วยมุมมองที่สวมแว่นตาสีแดง และมุมมองของฝรั่งโง่ๆ ที่ไม่เคยเข้าใจวัฒนธรรมของชาวตะวันออกเลย และยังไม่เข้าใจถึงการพัฒนาเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย ทั้งๆ ที่น่าจะเข้าใจดี เพราะ BBC ทำหน้าที่ “สื่อมวลชน” และเสนอข่าวยิงทหาร, เผาบ้านเผาเมืองมาตลอดเวลา แต่กลับเขียนข่าวบิดเบือนออกมาได้ขนาดนี้



 ๒. จากทั้ง ๒ กรณีดังกล่าวจึงอยากจะให้ BBC ทราบข้อมูลสำคัญเบื้องต้นเกี่ยวกับสถาบันฯ ของไทยไว้บ้าง เพื่อไม่ให้นักข่าว ๒-๓ คนนำชื่อ BBC ไปทำมาหากินกันต่อไปได้อีก ดังนี้  “ในหลวงรัชกาลที่ ๙ “  ไม่ได้ทรงเห็นว่านักการเมืองเป็นคู่แข่งแต่อย่างใด เพราะ

 

 

 ๒.๑ พระองค์ไม่ใช่นักการเมือง ไม่จำเป็นต้องหาคะแนนเสียงสนับสนุนเหมือนกับนักการเมืองบางคน และไม่ต้องหาเงินทุนสะสมไว้แจกจ่ายประชาชนตอนหาเสียง รวมทั้งการจ่ายเงินให้ ส.ส.เป็นรายเดือน และทรงไม่ต้องประกอบกิจการประเภทที่ต้องใช้ระบบทางการเมืองออกกฎหมายสนับสนุน เช่น การตัดถนนและการสร้างสาธารณูปโภคเข้าไปในที่ดินของตนเอง อะไรทำนองนี้ พระองค์ทรงทำทุกอย่างภายใต้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของราษฎรเป็นหลัก

 

๒.๒ วิธีทรงงานช่วยเหลือราษฎรของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และการทำงานของนักการเมืองหลายคนแตกต่างกันมาก เพราะในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงช่วยเหลือประชาชนโดยไม่ได้ให้เงิน เนื่องจากการให้เงินเมื่อใช้จ่ายแล้วก็จะหมดไป ราษฎรก็ยังคงเดือดร้อนต่อไปอีก แต่พระองค์ทรงสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อทำให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้ง่ายขึ้น และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เช่น การสร้างเขื่อน, การสร้างอ่างเก็บน้ำ, การแก้ดินเปรี้ยว, การทำ ฝนหลวง ฯลฯ เป็นการทำให้ประชาชนทำมาหากินเลี้ยงตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

๒.๓ ส่วนนักการเมืองบางคนใช้วิธีเอาเงินหลวงมาแจกราษฎร ใครที่เป็นพรรคพวกจะได้รับแจก ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคพวกก็จะไม่ได้รับแจก จังหวัดไหนไม่ได้มี ส.ส.ของพรรคตนเอง ก็จะไม่ได้รับการจัดสรรโครงการต่างๆ หรือยกเลิกโครงการเดิมไปเลย



๒.๔ กรณีการรัฐประหารที่ทาง BBC กล่าวว่า เมื่อมีการรัฐประหารแล้ว คณะรัฐประหารต้องมาเข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ นั้น เป็นเพราะพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อมีการรัฐประหารล้มรัฐธรรมนูญ หน้าที่ต่างๆ ของพระองค์ตามรัฐธรรมนูญก็หมดลงไปด้วย คณะรัฐประหารจึงต้องเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายพระราชอำนาจคืน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะคณะรัฐประหารก็ทำต่อศาลและองค์กรอิสระหลายแห่ง โดยวิธียืนยันให้ใช้อำนาจเดิมต่อไปในรูปแบบเดียวกัน

 

การเกิดรัฐประหารขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากนักการเมืองทุจริต, ละเมิดกฎหมาย ฯลฯ ครั้งสุดท้ายที่เกิดเรื่องประชาชนออกมาต่อต้านก็คือ “การออกกฎหมายนิรโทษกรรมนักการเมืองด้วยกันเอง” จนเป็นเรื่องที่ประชาชนทนไม่ได้ นักการเมืองด้วยกันยังอดทนไม่ไหว ประชาชนที่ออกมามาต่อต้านบางครั้งมีจำนวนคนมากกว่า ๕ แสนคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ BBC ควรจะเข้าใจถ้าทำงานในฐานะสื่อมวลชนที่เที่ยงตรงต่อจรรยาบรรณ อย่าออกมาแถลงการณ์ว่าต้องการเสนอข้อเท็จจริง เพราะที่เสนอออกมานั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นการใส่ร้ายหรือหมิ่นประมาท

 

สุดท้ายการพิจารณาถึงการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนมา ๗๐ ปี แต่ BBC กลับนำมาเขียนข่าวเฉพาะ ๕-๖ ปีหลังเท่านั้น มีเหตุผลอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า

 

 ปัจจุบันประชาชนรักในหลวงรัชกาลที่ ๙ หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่น่าสงสัยอีกต่อไป เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่ประชาชนชาวไทยเท่านั้น แต่ประชาชนในอีกหลายประเทศก็รักพระองค์เช่นกัน

 

เรื่องเหล่านี้ ทาง BBC ซึ่งเป็นสื่อที่กว้างขวางย่อมรู้ดี เพราะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่ทำไมถึงตีพิมพ์บทความที่แต่ “ความเท็จ” ออกมา และก็ไม่อยากเชื่อว่าในกลุ่มสื่อมวลชนและบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่นักการเมืองบางคนจ้างไว้มากมาย ทั้งในและนอกประเทศจะมี BBC รวมอยู่ด้วย อยากจะถามคนอังกฤษว่าจะยอมให้ “สื่อ” แบบนี้ใช้ชื่อประเทศอังกฤษอยู่อีกต่อไปหรือ...Ugly BBC แท้ ๆ

 

เรียบเรียงข่าว  :   ชัชรินทร์   สำนักข่าวทีนิวส์

ที่มาข้อมูล  :  FB  พล.ท.นันทเดช  เมฆสวัสดิ์



Suggess News

Recommend News