ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

                   ในการทำบุญ สร้างบุญ ด้วยวิธีการทั้งสามประการนั้น (ให้ทาน การถือศีล และการเจริญภาวนา) เจ้ากรรมนายเวรเขาจะรับบุญได้หรือไม่นั้นก็ต้องมีการวิธีการให้ที่ถูกต้อง ซึ่งเรามักเรียกในทางธรรมว่าการ “อุทิศบุญกุศล” ไปให้ ซึ่งการเชื่อมบุญนั้นไม่ใช่พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่เป็นการสร้างบุญโดยที่เราตั้งใจที่จะโมทนาอุทิศบุญกุศลบุญนี้ส่งตรงไปที่คนที่เราต้องการจะให้ใน ที่นี้ก็คือ ทั้งเจ้ากรรมนายเวรทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่เราอยากให้เขาอโหสิกรรม ให้เขาถอนตัวจากอุปสรรคต่างๆ ที่เขามาขัดขวางไว้ไม่ให้เราทำสำเร็จ หากเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตก็คือคนที่เราอยากจะไปขอโทษในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น หรือจะไปเชื่อมบุญใหม่กับคนที่เราต้องการไปขอความช่วยเหลือจากเขา หรือคนที่เราต้องทำงานร่วมกัน คนที่ติดต่อทำมาค้าขายกัน คนที่มีปัญหาและอุปสรรคต่อกันในเรื่องต่างๆ ฯลฯ

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

การเชื่อมบุญ เป็นการกระตุ้นบุญเก่า สร้างบุญเพิ่มบุญใหม่ไปพร้อมๆ กัน และส่งแรงบุญใหม่นี้ไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายเพื่อให้บุญบารมีนี้ช่วยให้ทำการติดต่อในเรื่องที่ติดขัดได้สะดวกยิ่งขึ้น

การเชื่อมบุญนั้น เราสามารถทำได้ตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการทำบุญ ทั้ง 3 ทาง เป็นหลักแห่งการสร้างบุญใหญ่ดังที่ได้กล่าวมา แต่การทำบุญที่ง่ายต่อการกระทำและความเข้าใจก็คือ “การให้ทาน” การให้ทานที่เป็นเงิน และเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน และการทำสมาธิภาวนาอันเป็นบุญใหญ่และสูงขึ้นไป เรียกได้ว่า เรามีโอกาสทำบุญทำทานทุกเวลาและทุกโอกาส

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

วิธีการเชื่อมบุญที่ถูกต้องทำอย่างไร ?

การทำบุญใดๆ เสร็จแล้วให้รีบอุทิศบุญให้คนอื่นไปด้วยทั้งคนทำทั้งคนรับได้เหมือนกันหมด เหมือนจุดเทียนไว้เล่มหนึ่งแล้วต่อเทียนกันไปคนให้บุญก็ไม่หมดและเป็นแสงสว่างให้คนอื่นไปด้วย ผู้ที่เราควรจะส่งบุญไปให้ได้ก็ได้แก่ พ่อแม่,ญาติพี่น้อง,ครูบาอาจารย์, เหล่าเทพเทวดา,เหล่าเปรตและภูตผีปิศาจ, เจ้ากรรมนายเวร และสุดท้ายคือสัตว์โลกทั้งหลายอีกมากมายที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมดให้ได้รับบุญไปด้วย

สำหรับเจ้ากรรมนายเวรก็จะเอ่ยหรือนึกถึงแล้วส่งบุญไปให้ด้วยคำว่า  “อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี” ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุข

     ประโยคนี้เองที่เป็นจุดสำคัญและจุดสิ้นสุดของการเชื่อมบุญให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับบุญนั้นไป คุณงามความดีที่เราได้มอบส่งให้แก่ท่านเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นเราก็ได้ทำไปหมดแล้ว ท่านเหล่าเจ้ากรรมนายเวรได้รับรู้ถึงความตั้งใจของเราในการปรารถนาที่จะทำให้ท่านมีความสุขให้แล้วก็จะโมทนาบุญให้เราและยอมอโหสิกรรมให้ยอมปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ

                   เรื่องการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวรนั้น หากเราไม่แน่ใจว่าจิตของตนเองมีกำลังกล้าแข็งพอ ก็มีอุปกรณ์เสริมในการส่งบุญไปให้ ซึ่งไม่ใช่ของหายากอะไรเลยนั่นคือ “การใช้น้ำในการช่วยอุทิศบุญ” การหลั่งน้ำหรือกรวดน้ำมีความหมายว่า ผลบุญที่เราส่งไปให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรนี้จะได้ไหลติดต่อกันแบบไม่ขาดสายผู้รับก็จะรับบุญได้อย่างไม่ขาดระยะเป็นไปได้ด้วยความราบรื่นเปรียบเหมือนกระแสน้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรที่ไม่มีวันขาดสาย ทีนี้ผลบุญก็จะส่งไปถึงเหล่าเจ้ากรรมนายเวรได้เต็ม ๆไม่มีการขาดห้วง

                   การกรวดน้ำที่ต้องใช้น้ำกรวด เพราะถือกันตามประเพณีนิยมที่ได้ปฏิบัติสืบ ๆกันมาเวลา ที่เราทำบุญสร้างบุญแล้ว พระภิกษุท่านก็จะโมทนาบุญว่า ยะถา วาริวหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง ห้วงน้ำที่เต็ม , ย่อมยังมหาสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ ทานที่ท่านได้อุทิศให้แล้วแก่โลกนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ละโลกนี้ไปแล้วฉันนั้น อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สมิชฌะตุ ขออิฎฐผลที่ท่านได้ปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว จงสำเร็จโดยพลัน   สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา ขอให้ความดำริทั้งปวงจงเต็มที่ เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ  มะณี โชติระโส ยะถา เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสว ควรยินดี

พิจารณาจากคำที่พระท่านกล่าวทุกทีที่เราทำบุญใส่บาตรหรือถวานสังฆทานหรือทำบุญใด ๆก็ตามความหมายก็จะมีความตรงกัน ซึ่งคาถานี้เรียกว่าบท อนุโมทนารัมภะคาถาหรือว่า “บทกรวดน้ำ” นั่นเอง

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

ผลแห่งการเชื่อมบุญ

อานิสงส์แห่งการเชื่อมบุญนั้นจะส่งผลดีต่อทั้งทางโลกปัจจุบันและผู้ที่อยู่ในภพภูมิอื่นได้แก่

1. ทำให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับทราบและโมทนาบุญที่เราได้อุทิศไปให้ เมื่อท่านมีบุญบารมีเพิ่มขึ้น จากการที่เราอุทิศบุญไปให้ ท่านก็มาช่วยเสริมให้เราได้เกิดสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาได้ดียิ่งขึ้นหรืออย่างน้อยที่สุดท่านก็จะไม่มาขัดขวางหรือดลบันดาลให้เกิดอุปสรรค

2. เป็นการชดใช้หนี้เวรหนี้กรรม เศษเวรเศษกรรมและขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ทำให้วิบากกรรมไม่ดีทั้งหลายที่มีอยู่นั้นลดลง หรือหมดสิ้นไป ถ้าเจ้ากรรมนายเวรได้มาโมทนาบุญ และให้อโหสิกรรมแก่เรา

3. กิจการงานต่างๆ ได้รับความสะดวกมากขึ้น มีความไหลลื่น ปราศจากอุปสรรค หรืออุปสรรคปัญหาที่มีอยู่ก็จะลดลงกว่าเดิมมาก

4. ครอบครัวมีความสุขเป็นครอบครัวที่มีศีลธรรม ลูกหลานอยู่ในโอวาทเชื่อฟังพ่อแม่และผู้ใหญ่ สามีภรรยาไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีเหตุใด ๆที่จะทำให้แตกแยกกันได้ง่าย ๆ

5. ช่วยให้จิตใจอ่อนโยน มีเมตตาและความปรารถนาดีต่อคนรอบข้าง คนทั่วไป และสรรพสัตว์ทั้งปวง

6. การเดินทาง มีความปลอดภัย เพราะเป็นที่รักของทั้งเทพเทวดา มนุษย์ด้วยกันและอมนุษย์ เช่น เปรต ภูตผีปีศาจ รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

7. สามารถที่จะปฏิบัติธรรมให้เจริญก้าวหน้า ธรรมปัญญาเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะมีฐานบุญ ด้วยทาน ศีล และการภาวนาพื้นฐานหนุนนำให้ไปสู่จุดสิ้นสุดแห่งวัฏฏสงสารและหมดเวรหมดกรรมที่แท้จริง คือพระนิพพาน

                   นอกจากนี้ หลายคนยังไม่กล้าอุทิศบุญเพราะกลัวบุญหมด แต่จริง ๆ แล้ว การอุทิศบุญเปรียบเหมือนการต่อเทียนให้กับคนอื่น เทียนของเราก็ยังคงส่องสว่าง ก็ขอให้ทุกท่านลองไปปฏิบัติดูและขอให้เจริญในธรรมทุกท่านค่ะ สาธุ!

ใส่บาตร แผ่อุทิศส่วนกุศล การกรวดน้ำ คือวิธีการส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร แล้ววิธีการและผลแห่งการเชื่อมบุญเป็นเช่นไร!

ที่มา : www.sanook.com

           http://horoscope.sanook.com/107825/

ข่าวโดย :  กิตติ ทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์