จะให้เลิกใช้...ก็เอามาแลก!!!"พระสนิทวงศ์"วอน"คสช."เลิกใช้ มาตรา44(มีคลิป)

Publish 2017-02-17 18:32:10



พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในการเข้าตรวจค้นพื้นที่ต่าง ๆ ภายในวัดพระธรรมกายตามมาตรา 44 และจะต้องนำอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาช่วยตรวจค้น ซึ่งวันนี้เป็นการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ 2,000 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ และให้ความร่วมมือกับทางวัดเป็นอย่างดี โดยไม่มีปัญหาระหว่างกัน



พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า การตรวจค้นของดีเอสไอในครั้งนี้ มีการตรวจค้นในทุกพื้นที่อย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบเป้าหมาย และไม่ยืนยันว่า พระธัมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรากาย อยู่ที่ไหน ส่วนตัวก็ไม่พบเจอพระธัมมชโยมาตั้งแต่แพทย์จากเยอรมันมาเยี่ยมตั้งแต่ปี 2559 ทั้งนี้ อยากวอนรัฐบาล และคสช.ขอให้มีการยกเลิกใช้มาตรา 44 ในการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อให้ญาติโยมโดยรอบวัดได้พักอาศัยและมาปฏิบัติธรรมอย่างสะดวกมากขึ้น



รวมทั้งขอปฎิเสธข่าวที่ระบุว่าวัดพระธรรมกายมีอุโมงค์ลับ แท้ที่จริงแล้วอุโมงค์ดังกล่าวเป็นเพียงอุโมงค์ไว้ใช้ทำน้ำผุเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นภายในวัดเท่านั้น

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการใช้มาตรา 44 เพื่ออำนวยสะดวกเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และตำรวจยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักและใช้กฎหมายปกติเข้าดำเนินการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกาย ส่วนทหารเพียงทำหน้าที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.)ในฐานะเลขาธิการคสช.ได้ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือ ต้องการทำลายศาสนา อย่างที่บางคนพยายามบิดเบือน ทั้งนี้เป็นเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจกระทำผิดกฎหมายไปเกี่ยวโยงกับคดีของสหกรณ์เครดิตยูเนียน ที่เกิดความเสียหายมีประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง จนเป็นที่สนใจและต้องการความกระจ่างชัดจากสังคม ปัจจุบันจึงต้องอาศัยการพิสูจน์ผ่านการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมที่เป็นหลักสากล

“โดยทั่วไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ถ้ามีเรื่องการกระทำความผิดหรือละเมิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องสามารถเข้าไปดำเนินการไม่สามารถจะไปละเว้นหรือยกเว้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ สำหรับการขัดขวางหรือการปฏิเสธความร่วมมือใดๆ โดยเฉพาะมีสถานะเป็นพระสงฆ์อาจทำให้สังคมสับสนต่ออาการและกริยาของผู้ครองสมณเพศ และคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการกระทำบางอย่างดูเกินเลยไปจากกรอบกิจทั่วไปของสงฆ์ที่ผ่านมาสังคมส่วนใหญ่ เข้าใจว่าที่ยังไม่เป็นเรื่องในทางคดี เพราะอาจมีการช่วยเหลือจากบางกลุ่มบางบุคคล รวมทั้งพบว่ามักมีการปลุกระดมประชาชนให้มาเป็นกรอบป้องกันเพื่อไม่ให้มีการเข้าถึง แต่ในปัจจุบันหลายๆ กรณีเพื่อไขข้อสงสัยต่างให้สังคม ภาครัฐจำเป็นต้องใช้แนวทางของกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มีการพิสูจน์และแก้ต่างกันไปตามกระบวนการ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับตามแนวทางของกฎกติกาสังคม”

เรียบเรียง noom