"สนธิญาณ" ชี้!! เพราะวิบากกรรม "พระธัมมชโย" ทำให้วัด-มูลนิธิธรรมกาย และศิษย์ทั้งหลายจึงต้องจบลงเช่นนี้

Publish 2017-03-12 09:25:32



ยุคล : สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชม กลับเข้ามาในช่วงเวลาของรายการยุคลถามตรงสนธิญาณฟันธงตอบ สัปดาห์นี้เป็นครั้งที่ 4 ที่คุณสนธิญาณเลือกที่จะพูดถึงกรณีของพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย หากว่าคุณผู้ชมติดตามสถานการณ์ข่าวแบบรายวันนับตั้งแต่ที่หัวหน้า คสช. ตัดสินใจใช้มาตรา 44 ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ความเข้มข้นของสถานการณ์นั้นมีการยกระดับขึ้นมาโดยตลอด อย่างสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นภาพที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายย่างชัดเจน นอกเหนือจาก การปฏิบัติการทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่แล้ว จำนวนคดีของวัดพระธรรมกายจากสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 321 คดี มาสัปดาห์นี้เพิ่มเป็น 346 คดี ในขณะเดียวกันเราได้เห็นราชโองการในการถอดถอนสมณศักดิ์ของพระที่วัดพระธรรมกาย ทั้งพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว และในขณะเดียวกัน เราเห็นว่ามหาเถรสมาคมซึ่งมีการพิจารณา ในเรื่องของสมณเพศของพระธัมมชโยอย่างจริงจังแล้วอีกด้วย ทั้งหมดนี้เราจะได้มาขยายความกันต่อกับคุณสนธิญาณ วันนี้มาในหัวข้อที่ว่านับถอยหลังธรรมกายวิบากกรรมที่ต้องเจอ ไปชัดเจนกับคุณสนธิญาณอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่านับถอยหลังและวิบากกรรมที่ต้องเจอนั้นคืออะไร สวัสดีครับคุณสนธิญาณครับ

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชมสปริงนิวส์ แฟนข่าวทีนิวส์

 

ยุคล : ผมจำได้จัดรายการกับคุณสนธิญาณเรื่องของวัดพระธรรมกายมา 3 ครั้งและนี่เป็นครั้งที่ 4 คุณสนธิญาณมักจะฉายให้เห็นภาพในอนาคตอยู่เสมอว่า จะเป็นวิบากกรรมและสิ่งที่ธรรมกายจะต้องเจอ วันนี้ย้ำกันอีกครั้งขยายความหน่อยครับ

 

สนธิญาณ : ต้องเรียนถามคุณยุคลว่า สิ่งที่ผมพูดตลอดมาตรงกับเหตุการณ์ที่พยากรณ์ไว้หรือไม่

 

ยุคล : ไม่ได้อวยกันนะครับ ก็ยืนยันรับตรง ตอนนี้สถานการณ์ลำบากมาก


 
สนธิญาณ : ที่ตอกย้ำว่าตรง ความจริงเป็นเรื่องพื้นฐานความคิดธรรมดา ถ้าใช้สติสัมปชัญญะปกติธรรมดาไตร่ตรองเรื่องต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่สติสัมปชัญญะธรรมดาต่อให้เป็นพระราชาคณะระดับสูง ผู้ที่ยกตัวเป็นอาจารย์ซึ่งมีลูกศิษย์เคารพนับถือเป็นแสนเป็นล้านก็ตามแต่ ถ้าติดอยู่ในอาการหลงเขาเรียกว่า วิบากจะมาบัง

 

ยุคล : มองไม่เห็นข้อเท็จจริงทั่วไป


 
สนธิญาณ : จะทำให้มองไม่เห็นข้อเท็จจริง เพื่อจะบังคับจิตให้เดินไปตามทางของวิบากนั้น พิจารณาง่ายๆครับ ผมเรียนแบบนี้ กรณีวัดพระธรรมกายทันทีที่ คสช. ประกาศใช้มาตรา 44 นั่นแสดงว่าเดิมพันนี้เป็นเดิมพันระหว่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะ คสช. และนายกรัฐมนตรี กับพระธัมมชโยและบรรดาศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายฟังหนึ่งยืนอยู่ในฐานะผู้รักษากฎหมาย ที่จะต้องทำให้กฎหมายปฏิบัติไปตามกฎกติกาของบ้านเมือง อีกฝ่ายหนึ่งอยู่กับความเชื่อความศรัทธา ที่จะต้องรักษาความเชื่อความศรัทธาที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตัวเองไว้ แต่เผอิญเป็นการก้าวล่วงกฎเกณฑ์ในการกระทำความผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่อทั้งสองฝ่ายมีเดิมพันสูงมีคำตอบง่ายๆ เท่านั้นล่ะครับว่าพระธัมมชโยไปหรือพลเอกประยุทธ์ไป นี่คือข้อเท็จจริง

 

ยุคล : เดิมพันกันไปข้างนึงเลย


 
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ถ้าหมายความว่าพลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าคณะ คสช. และนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะบังคับใช้กฎหมายกับพระธัมมชโยที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องต่างๆ ในส่วนของวัดพระธรรมกายได้ ก็แสดงว่ากลายเป็นผู้ที่ล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย ก็ไม่สามารถที่จะดูและอำนาจรับส่วนอื่นได้ สิ่งเหล่านี้ผมเรียนย้ำมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งที่แอบแฝงอยู่ข้างหลังวัดพระธรรมกาย จะอยู่ในลักษณะบงการหรือผสมผสาน หรือเชื่อมโยงกันก็ตามแต่ แต่คนเหล่านี้พยายามที่จะขับเคลื่อนสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองกับตัวเอง เพราะฉะนั้น เมื่อเรื่องมาถึงระดับของการเผชิญหน้า คำเตือนที่มาตั้งแต่ต้น ที่บอกว่ามอบตัวเสียเถอะครับ ตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่รายงานข่าวเรื่องวัดพระธรรมกายมาได้ย้ำว่า ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวทุกอย่างก็คือจบ จบไม่ได้หมายความว่ามาเกี้ยเซียะกันนะ พระธัมมชโยก็เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย วัดพระธรรมกายก็สามารถดำเนินกิจกรรมไปได้ตามปกติ มูลนิธิก็ยังดำเนินไปได้ตามปกติ สิ่งต่างๆ ยังจะไม่ปรากฏขึ้น กว่าการกระทำความผิดต่างๆ เพราะยังไม่ลุกลาม มาตรา 44 ยังไม่ถูกบังคับใช้ แต่เมื่อใช้แล้วต้องเดินหน้า ทีนี้เรามาดูอีกเรื่องหนึ่งครั้งก่อนผมพูดว่าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พลเอกประยุทธ์เรียกประชุมด่วนตอนเย็นตอนเช้าประชุม คสช. ไปรอบนึงแล้วนะครับ เป็นการประชุมด่วนโดยไม่มีกำหนดนัดหมายคนที่มาประชุม ประกอบไปด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกเฉลิมชัย สุทธิสาร ผู้บัญชาการทหารบก พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และพันตำรวจโทพงพร พรานเสน่ห์ ผอ.สำนักพุทธ

 

ยุคล : ก็เป็นหัวที่ดู สถานการณ์ของวัดพระธรรมกายทั้งสิ้น


 
สนธิญาณ : และเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของบ้านเมือง ตำแหน่งสำคัญ 2 คนหลังมาดูเรื่องธรรมกายโดยเฉพาะ แต่อีก 5 คนแรกเป็นคนดูแลความมั่นคงของบ้านเมือง มาเรียกประชุมด้วยตนเองในเรื่องธรรมกาย วัดพระธรรมกายยังคิดว่าเขายังจะไม่เอาจริง หรือคิดอยู่แล้วว่า เขาเอาจริงแต่ไม่กลัว นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

 

ยุคล : ถามคุณสนธิญาณที่บอกว่า ถ้าวันนั้นมอบตัวตั้งแต่ต้นก็จบ แล้ววันนี้ลากยาวมาจนถึง ณ ขณะนี้หากตอนนี้มอบตัวยังจะทันไหมครับ


 
สนธิญาณ : ผมคิดว่ายากแล้วนะครับ เราต้องกลับมาดู นับตั้งแต่ได้มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ความเปลี่ยนแปลงในมหาเถรสมาคมต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงอำนาจของธรรมกายที่เคยมีอยู่ในมหาเถรสมาคมลดถอยลงอย่างชัดเจนลำดับความถัดมาที่เราจะต้องเห็นชัดเจนในการถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถอดถอนสมณศักดิ์พระธัมมชโยจากพระเทพญาณมหามุนี เป็นพระธัมมชโยธรรมดา ถัดมาอีก 3 วันถอดถอนพระทัตตชีโว จาก พระราชภาวนาจารย์ กลายเป็นพระทัตตชีโวธรรมดา ต้องมีดาบ 1 ดาบ 2 ต้องเรียนว่า ตื่น เป็นพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าหลังจากการถอดถอนแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มีการเรียกพัดยศเครื่องประกอบสมณศักดิ์ทั้งหลายกลับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่พระราชทานจากพระมหากษัตริย์  เพราะฉะนั้นการถอดถอนดังกล่าวถือว่ากระทำในพระราชอำนาจ แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ลงนามสนองพระราชโองการก็ตาม แต่ถือเป็นการกระทำในพระราชอำนาจ ผมถึงเรียนว่าสถานการณ์วัดพระธรรมกายต่อแต่นี้ไป ลูกศิษย์ยังคิดสู้ต่อไปใช่หรือไม่ คุณยุคลคิดว่าเขายังคิดสู้ต่อไปหรือไม่

 

ยุคล : ยังคิดสู้ต่อไป


 
สนธิญาณ : ยังคิดสู้ต่อไป เพราะถ้ายอมก็ยอมนานแล้วมาถึงขนาดนี้ ไปขึ้นป้ายเรื่องพระพิมลธรรมอย่างนู้นอย่างนี้ แสดงว่ายังคิดสู้ เมื่อยังที่สู้ต่อไปผมจะเรียนต่อไปว่าสิ่งที่จะเจอจะหนักกว่าที่คิดไปอีก


 
ยุคล : วิบากกรรมจะรุนแรงขึ้น


 
สนธิญาณ : จะยิ่งรุนแรงขึ้นจากการขับเคลื่อนของตัวเองทั้งนั้น คำว่าวิบากกรรม จะขับเคลื่อนแล้วสิ่งที่ได้เจอหนักกว่า เราก็ดูสิครับ ย้อนกลับไปว่าถ้าวันแรกมอบตัวก็จบ พระธัมมชโยก็ขึ้นไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย จะไม่มีมาตรา 44 ไม่มีการไปควบคุมพื้นที่ไม่มีการตรวจสอบที่จะเห็นความผิดต่างๆขึ้นเยอะแยะ ความจริงต่างๆจะไม่ปรากฏขึ้นว่ามีการจ้างคนไปโกนหัวมาตั้งหลักในการที่จะต่อสู้ มีพระปลอมอยู่ข้างใน มีหน่วยของคนที่อยู่ในฮาร์ดคอร์ของคนเสื้อแดงเข้าไปร่วมผสมผสาน สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ไม่ปรากฏจนกลายมาเป็นปัญหาของความมั่นคง ล้วนแต่มาจากมิจฉาทิฏฐิของพระธัมมชโย คำพูดว่าไม่ยุติธรรมนั่นเป็นมิจฉาทิฐิ การไม่ยอมมอบตัวนั่นเป็นมิจฉาทิฐิ เห็นไหมครับแค่มีมิจฉาทิฐิอย่างเดียว ทุกอย่างเลวร้ายหมด ถึงเป็นคำเตือนที่เตือนเสมอมาสำหรับชาวพุทธทั้งหลายว่าจงระวังมิจฉาทิฐิ คิดอ่านสร้างปัญญาขึ้น ทำให้สัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นจริงๆ

 

ยุคล : เท่ากับว่าในเบรคแรกการคอนเฟิร์มสิ่งที่คุณสนธิญาณได้ฟันธงมาตั้งแต่ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 และตอนที่ 4 เป็นการการันตีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญหลังจากที่พระธัมมชโยตัดสินใจว่าจะสู้ และไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนสถานการณ์ต่อจากนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร มาติดตามกันในเบรกหน้า ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่เดียว (เบรค) กลับเข้ามาในเบรกที่ 2 ของยุคลถามตรงสนธิญาณฟันธงตอบ ผมขีดเส้นใต้ประเด็นที่คุณสนธิญาณตั้งใจจะฟันธงในวันนี้กันอีกครั้งหนึ่ง ก็คือนับถอยหลังธรรมกายวิบากกรรมที่ต้องเจอ เราขยายความหมายของนามอธรรมที่เป็นวิบากกรรม  เอาเป็นรูปธรรมให้ชัดเจนกับคุณสนธิญาณว่า คำว่าวิบากกรรมนั้นจะประกอบไปด้วยเหตุการณ์บุคคลที่ต้องมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรกันบ้าง

 

 



 

สนธิญาณ : ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวตั้งแต่แรก การถอดถอนสมณศักดิ์ของพระธัมมชโยก็จะไม่เกิดขึ้น การถอดถอนสมณศักดิ์พระทัตตชีโวจะไม่เกิดขึ้น

 

ยุคล : เพราะเนื้อหาและเหตุผลในพระราชโองการระบุเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนนะครับว่า ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


 
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ก็เกิดขึ้นต่อมา พระสนิทวงศ์ก็จะไม่ถูกดำเนินคดี พระปลัดเสกสรรก็จะไม่ถูกดำเนินคดี ผมเรียนแบบนี้นะครับว่า ความหมายข่าวสารที่ออกมา ที่มามอบตัวแล้วไม่ได้หมายความว่าจะรอด ผมเรียนย้ำแบบนี้ ไม่ได้พูดด้วยความชอบหรือไม่ชอบหรือเกลียดชัง แต่แจกแจงให้เห็นว่ามามอบตัว ศาลอนุมัติไป

 

ยุคล : โดนหมายจับแล้วมามอบตัว ก็ได้ประกัน


 
สนธิญาณ : ถูกต้องครับอนุมัติปล่อยตัวไป ให้ประกันไปแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมข้อเท็จจริงที่ผ่านมา ปรากฏชัดเหลือเกินว่ากระทำความผิดจริง และเมื่อถึงเวลากระทำความผิดจริง คือจะบอกว่าพระต้องยกเว้น พระห่มผ้าเหลืองต้องยกเว้น ซึ่งความจริงไม่ได้หรอกครับ อันไหนที่เป็นข้อกฎหมาย ทำผิดกฎหมายต้องรับทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร แม้แต่พระมหากษัตริย์ เพราะอยู่ใต้กฎหมาย เมื่อเป็นแบบนั้นวันข้างหน้าคดีดำเนินไปตามปกติ ศาลตัดสิน ถ้าครบ 3 ศาลแล้วผิด ก็ต้องถูกลงโทษจำคุก แน่นอนก็หมดสิทธิ์จากความเป็นพระ เราก็พบทวนกลับไปดูว่าถ้าพระธัมมชโยมอบตัว  พระสนิทวงศ์ พระปลัดเสกสรร ก็จะไม่โดนคดีเหล่านี้ พระสองรูปนี้อาจจะบอกว่ายอมตายถวายชีวิตเพื่อหลวงพ่อที่เคารพรัก ก็มีวิบากกรรมโยง นี่ในแง่พระนะครับ ยังมีรูปอื่นๆที่จะต้องโดนมาตามลำดับเยอะแยะไปหมดใน 346 คดี จะมีผู้คนเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย ทั้งในแง่ความผิดการขัดขวาง ในแง่ความผิดของอาคารสถานที่ แล้วแต่โทษว่าจะหนักหรือน้อย นี่เป็นกลไกทางกฎหมาย ส่วนที่หนักอีกคนหนึ่งเพราะจะเจอเรื่อยในตอนที่วัดพระธรรมกายเติบโต เมื่อไปเชื่อมโยงกับรัฐบาลทักษิณ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความง่ายในการทำงาน ผมเรียนตั้งแต่ต้นนะครับว่าความคิดของพระธัมมชโย ไม่ได้เป็นคนที่มีความคิดชั่วร้าย ถ้าท่านคิดชั่วร้ายเพื่อจะมีเงินมีทองเยอะๆ ความร่ำรวยเงินทองที่คนมาบริจาคที่ลูกศิษย์มาบริจาคทั้งสิ้น  บริจาคให้ท่าน แต่ความคิดชั่วร้ายความเสียหายยังไม่เท่ากับความคิดหลง เมื่อหลงว่าตัวเองเป็นผู้ที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ใหญ่โต เข้มแข็ง ด้วยการสร้างศาสนสถาน สร้างความศรัทธา สร้างพุทธให้ยิ่งใหญ่ ตัวเองก็กลายเป็นคนสำคัญ เมื่อตัวเองกลายมาเป็นคนสำคัญการกระทำใดๆ ก็ตามแต่เพื่อบรรลุเป้าหมายอันนั้น เกี่ยวข้องไปสัมพันธ์กับอำนาจรัฐ อะไรก็ทำง่าย เพราะคิดว่าอยู่ในเวลาที่ทำได้ ก็ทำไปแล้วนานวันเข้าถึงเวลาความจริงจะปรากฏ ผมยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องเราจำกันได้นะครับ นายอนันต์ อัศวโภคิน

 

ยุคล : คนที่เราเอาคลิปมาเปิด ที่บอกว่าปิดบัญชีทางโลกมาทำบุญ


 
สนธิญาณ : ใช่ครับ นายอนันต์อัศวโภคินถามว่าทำบุญในวัดพระธรรมกายเยอะเยอะแยะจริงไหม ก็จริงครับ หลายคนก็จะไปพูดว่าเพราะได้ประโยชน์ในการที่มารับงานก่อสร้าง ผมเรียนว่า เจตนาเขาตั้งใจในการทำบุญจริง เขาเชื่อพระธัมมชโยอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูจริงๆ นั่นก็ถือว่าอยู่ในอาการหลง แต่ในอาการหลงที่ว่าเราย้อนกลับมาดูอีกคนหนึ่งคือนายศุภชัย นายศุภชัยก็อยู่ในภาวะของการหลง


ยุคล : หลงเหมือนกันไปโกงเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมาให้กับธรรมกาย


 
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ โกงเงินคนจนต้องพูดแบบนั้นมาให้ธรรมกาย ทีนี้พอเข้ามาแล้วมาคลุกคลีมาอยู่ในสังคมเดียวกัน มารู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญกับหลวงพ่อ ได้นั่งแถวหน้า ได้ประกอบพิธีและอยู่ในขั้นตอนแรกๆ เรามาดูว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกเข้าตรวจสอบที่ดินบริเวณโซนดี สาระสำคัญที่ผมจะเรียนไม่ได้อยู่ที่จะหาตัวพระธัมมชโยจะเจอหรือไม่เจอ สาระสำคัญอยู่ตรงที่ที่ดินผืนนี้มีโฉนดทั้งสิ้นทั้ง 8 แห่ง แล้วใครเป็นเจ้าของล่ะ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินคนที่เอาเงินบริจาคพระธัมมชโย เป็นลูกศิษย์เอก พระธัมมชโยรับมอบเงินบริจาครับทานอันนี้ แล้วกลายมาเป็นความผิดในการฟอกเงิน

 

ยุคล : ก่อนหน้านี้เรารู้ว่านายศุภชัยโอนเงินมา แล้วมีที่ดินด้วย


 
สนธิญาณ : มีที่ดินครับ แต่ปรากฏว่าที่ดินผืนนี้ได้ทำการซื้อขายให้กับบุคคลคนหนึ่ง ชื่อ นางสาวอลิสา อัศวโภคิน ผมบอกแล้วนี่ไง วิบากกรรมนั้นลุกลามไปเรื่อยๆ

 

ยุคล : คุณอลิสาเป็นลูกสาวของคุณอนันต์หรือครับ


 
สนธิญาณ : แน่นอนครับ นามสกุลอัศวโภคิน ก็เป็นลูกสาวของคุณอนันต์ อัศวโภคิน ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าคุณอนันต์ อัศวโภคิน ร่ำรวยไม่มาคิดเอาประโยชน์จากที่นี่ แต่บุญที่กระทำเดินไปสู่ทิศทางที่ผมเรียกว่าหลง เมื่อหลงและเชื่อมโยงเข้ามาร่วมในการช่วยเหลือนายศุภชัย เพราะต้องการเอาที่ดินไปให้วัดในการสร้างศาสนสถาน อาคารบุญรักษาเอาไปสร้างโรงพยาบาล ดูแล้วเป็นเจตนาดีครับ แต่ตอนที่ซื้อขายลงสัญญาวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ขณะนั้น อยู่ในช่วงเริ่มมีคดี

 

ยุคล : เรื่มมีคดีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
 


สนธิญาณ : ถูกต้อง นายศุภชัยกำลังถูกดำเนินคดีสอบสวนในคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกงแล้ว แต่เข้ามารับซื้อขายที่ดินจะให้คิดอย่างไร ในทางกฎหมายถือว่าเข้าเกณฑ์ไหมละครับ

 

ยุคล : เหมือนเอาเงินไปฟอกไหม


 
สนธิญาณ : คล้ายไหมละครับ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่ผมเรียนที่ว่า พ.ร.บ.และการปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 กำหนดไว้ชัดเจน ผู้ใดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าก่อนหรือหลัง การกระทำความผิด เรื่องใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มาแหล่งที่ตั้งการจำหน่ายการโอน การได้สิทธิ์ใดใดที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

 

ยุคล : แสดงว่าวิบากกรรมที่ผ่านมานั้นจะไปถึงลูกสาวคุณอนันต์ และคุณอนันต์อย่างนี้หรือครับ


 
สนธิญาณ : ก็ลามไปเรื่อยหละครับถ้าผลการสอบสวนไปถึง เรื่องนี้พึ่งปรากฏขึ้นในที่ดินโซนดีเห็นไหมล่ะครับ

 

ยุคล : เอาล่ะครับก็เห็นภาพชัด มาขยายเรื่องของวิบากกรรม มีพระลูกศิษย์ถูกดำเนินคดีและมีข้อมูลใหม่ๆ ที่ถูกปรากฎกันออกมา เดี๋ยวช่วงน่าจะเป็นช่วงสุดท้ายช่วยเหลือเกินครับว่า คุณผู้ชมคงอยากให้คุณสนธิญาณฟันธงว่าแล้วสถานะของพระธัมมชโยต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไปในเบรกหน้า ช่วงนี้พักกันก่อนสักครู่เดียวครับ (เบรค) กลับเข้าสู่เบรกสุดท้าย ยุคลถามตรงสนธิญาณฟันธงตอบ เรากำลังพูดถึงความดื้อดึงของพระธัมมชโยและศิษยานุศิษย์ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และท้ายที่สุดกฎแห่งกรรมก็ลากกันขึ้นมา และทำให้บุคคลต่างๆ ตอนนี้กำลังเดือดร้อนและกำลังถูกดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง เบรคที่แล้วพูดถึงคุณอนันต์ อัศวโภคิน และคุณศุภชัย ศรีศุภอักษร และรวมไปถึงลูกสาวของคุณอนันต์ที่กำลังพบว่าอาจจะถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินด้วยใช่หรือไม่
 

 



 

สนธิญาณ : นั่นล่ะครับ เพราะพฤติกรรมของคดีในการซื้อที่ดินทั้ง 8 แปลง 57 ไร่ ที่มาทำโซนดี ถามว่าตอนนั้นกฎหมายต้องพิจารณาแล้วว่าคุณอลิสา อัศวโภคิน รู้เรื่องหรือไม่ว่าคุณศุภชัยกำลังถูกสอบสวนในคดียักยอกทรัพย์

 

ยุคล : ก็น่าจะรู้นะครับเพราะเป็นข่าวใหญ่


 
สนธิญาณ : แล้วโดยสามัญสำนึกได้รู้จริงไหมว่า คุณศุภชัยร่ำรวยจริงหรือเปล่า เอาเงินเอาทองมาจากไหนมาซื้อที่ดิน แล้วมาขายต่อ การขายต่อเป็นการทำพฤติกรรมของนิติกรรมอำพรางหรือไม่ น่าสนใจเพราะในสัญญาซื้อขาย 298 ล้านบาท ไม่มีการจ่ายเงินกันจริง

 

ยุคล : ทำได้ด้วยหรือครับ


 
สนธิญาณ : ตามข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏไม่มีการจ่ายเงินกันจริง ก็ดูเหมือนจะยิ่งชัดขึ้นไหมว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อนในการที่จะย้ายถ่ายเทที่ดินผืนนี้มา

 

ยุคล : ไม่ได้ซื้อขายกันจริงหรือครับ


 
สนธิญาณ : ก็เท่ากับข้าวมาตรา 5 ของ พ.ร.บ.ฟอกเงินทันที

 

ยุคล : ทำไมถึงไม่จ่ายเงิน

 

สนธิญาณ : ก็แน่นอนเริ่มต้นมาจากเจตนาดี เพราะต้องการให้ที่ดินนี้เป็นที่ดินของวัดหรือที่ดินของมูลนิธิ เพื่อจะก่อสร้างโรงพยาบาลเหมือนที่ว่า แต่เจตนาดูความตั้งใจดีที่กระทำบนพื้นฐานของการกระทำความผิดกฎหมาย และเกี่ยวกับบุคคลที่ไปโกงเงินเขามาโดย เฉพาะคนยากคนจนที่เอาเงินมาฝากสหกรณ์ เห็นไหมครับก็ลุกลาม ถามว่าถ้าวันนี้คุณอลิสา อัศวโภคิน ถูกดำเนินคดี ก็คำอธิบายเดิมที่ผมเรียนย้ำ นี่คือเรื่องวิบากกรรม วิบากกรรมที่พระธัมมชโยลากมา แต่ไม่ใช่พระธัมมชโยเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณอลิสาต้องมารับผลอันนี้ แต่เพราะในอดีตที่ผ่านมาคุณอลิสาต้องมีเรื่องอันเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้วันนี้ถึงต้องรับผล กรรมจะจัดสรรครับคุณยุคล เชื่อมโยงมาใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องถึงทำให้วิบากไปบังปัญญาของพระเถระระดับพระธัมมชโย คิดไม่ได้ มีคุณอันวิเศษแต่จะจริงหรือไม่ก็ตามแต่ แต่ก็ทำให้พูดคนศรัทธามากมายเป็นแสนเป็นล้าน คิดเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เห็นไหมครับเวลาวิบากกรรมมาถึงน่ากลัว พระพุทธศาสนาถึงสอนว่าสติมาสัมปชัญญะตาม อยู่กับปัจจุบัน ใคร่ครวญให้แจ่มแจ้งจริงแท้ให้เห็นสัจจะของความเป็นจริง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเพื่อเปิดปัญญาของตัวเองให้กว้าง บุญกุศลถึงเกิด ไม่ใช่ทำทานจำนวนมากหาเงินมาจากไหนก็ได้สร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นจากศาสนสถาน จากทานที่ทำกัน ผลที่เห็นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกาย ทีนี้จบเรื่องนี้ต้องกลับไปที่พระธัมมชโย

 

ยุคล : ประเด็นตอนนี้เรื่องสึกไม่สึก สละสมณเพศไม่สละสมณเพศเป็นอย่างไรครับ
 


สนธิญาณ :  ผมเรียนอย่างนี้ว่า ถอดถอนสมณศักดิ์ขั้นตอนที่เกิดขึ้นจริง คือ ทำให้การสึกง่ายขึ้น ความจริงวันนี้การสึกไม่มีความหมายครับ เพราะสถานการณ์ไปไกลแล้ว แต่ตามหลักที่ต้องทำให้ถูกต้องจะมีการสึกอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร ตัวอย่างเคยมีนี่ครับ

 

ยุคล : สัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดถึงการบังคับใช้กฎมหาเถรสมาคม  ฉบับ 21 ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งตอนนั้นเป็นการบังคับใช้กับการสั่งให้พระยันตระสละสมณเพศ ถ้าเราดูกรณีของกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 จะเป็นการพูดถึงกรณีที่พระสงฆ์ละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหลายเรื่องจนเป็นอาจิณ เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดซึ่งเป็นพระภิกษุรูปนั้น สังกัดหรือพำนักอาศัย รายงานโดยลำดับจนถึงเจ้าคณะอำเภอเจ้าคณะสังกัด เพื่อวินิจฉัยให้สละสมณเพศต่อไป ไฮไลท์อยู่ในวงเล็บ 2 ที่พูดถึงกรณีที่ว่า หากพระรูปนั้นไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่งให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองวัด หรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอำนาจที่วินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้น สละสมณเพศได้ทันที ความหมายก็คือว่า ไม่ต้องได้ตัว ก็สามารถแจ้งหรือดำเนินการ หรือสั่งให้สละสมณเพศ หรือกลายเป็นคำพูดที่บอกว่าจับสึกกลางอากาศ
 
สนธิญาณ : ผมก็ต้องเรียนแบบนี้นะครับ บรรดาลูกศิษย์วัดพระธรรมกายอาจจะบอกว่านี่เป็นแผนจัดการกับจับพระธัมมชโย ผมเรียนนะครับกรณีพระยันตระ ถูกสึกทางอากาศ ถ้าชัดเจน สมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ผ่านมา เคยไปเยี่ยมเยือนพระยันตระในยามที่รุ่งเรืองสุดขีด ที่กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมเป็นฐานที่มั่นของพระยันตระ แน่นอนครับในเวลานั้นท่านก็มีความภาคภูมิใจในพระหนุ่ม ที่ผู้คนให้ความศรัทธา แต่เมื่อความจริงปรากฏขึ้นกระบวนการของมหาเถรสมาคม กระบวนการพระทั้งด้านปกครองของธรรมยุต เพราะอดีตสมเด็จพระสังฆราชเป็นธรรมยุต พระยันตระเป็นธรรมยุต พระองค์ท่านและพระปกครองของธรรมยุตก็ดำเนินการอย่างเฉียบขาด นี่เป็นตัวอย่างที่ให้เห็น เพราะฉะนั้นวันนี้สู่การถอดสมณศักดิ์ สู่ประเด็นที่จะต้องถูกสึกหรือไม่ และบรรดาลูกศิษย์ของพระธัมมชโยพยายามยกกรณีของพระพิมลธรรมมาอ้างอิง ผมเรียนนะครับ ว่าพระพิมลธรรมท่านยอมรับกฎเกณฑ์ของกฎหมายท่านยอมอยู่ในคุก ท่านนุ่งขาวห่มขาว เพราะท่านตระหนักในความเป็นพระ ทำตามหลักของความเป็นพระ อยู่ที่ศีล อยู่ที่พระธรรม อยู่ที่พระวินัย เพราะฉะนั้นแม้แต่ท่านจะห่มขาวก็ยังถือว่าท่านยังมีความเป็นพระ ไม่ใช่ห่มเหลือง ไม่ใช่ติดยึดกับการห่มเหลือง ท้ายที่สุดความจริงปรากฏขึ้น ท่านก็กลับมาบวช ได้คืนสมณศักดิ์และไม่เคยถือโทษโกรธใคร เพราะฉะนั้นนั่นคือพระในพระพุทธศาสนา มีสิ่งที่สำคัญคือมีสัมมาทิฏฐิ คือ ความคิดที่ถูกต้องชอบธรรม ดำเนินการไปตามครรลองของพระพุทธศาสนา นั่นคือเชื่อกฎแห่งกรรม เชื่อในการมีอยู่ของพระพุทธเจ้า เชื่อในหลักแห่งธรรม เชื่อในกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ยึดติดแม้แต่ร่างกายของตัวเองนี่คือความจริงของพระพุทธศาสนา

 

ยุคล : หวั่นใจว่าอาทิตย์หน้าจะเป็นตอนที่ 5 และเป็นตอนสุดท้ายเพื่อให้สถานการณ์ของบ้านเมืองเดินไปสู่ภาวะปกติวันนี้ขอขอบพระคุณคุณสนธิญาณเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณมากครับ ลาคุณผู้ชมแต่เพียงเท่านี้กลับมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ




Suggess News