สนธิญาณ ชี้!!คสช.เคารพกระบวนการยุติธรรมจึงใช้กฏหมายปกติเรียกภาษี"ตระกูลชินวัตร" ถ้าใช้ "ม.44"เรียกให้จ่ายภาษีก็ได้ พานทองแท้ ยิ่งลักษณ์อย่า

Publish 2017-03-17 15:49:26



รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สนธิญาณ ชี้!! คสช.เคารพกระบวนการยุติธรรมจึงใช้กฏหมายปกติเรียกภาษี"ตระกูลชินวัตร" ถ้าใช้ "ม.44"เรียกให้จ่ายภาษีก็ได้ พานทองแท้ ยิ่งลักษณ์อย่าโวยเพราะเงินท่ีได้ไปส่วนใหญ่มากจากการใช้อำนาจการเมืองฉ้อฉล





                สนธิญาณ : ผมจะช่วยตอบคุณพานทองแท้กับคุณยิ่งลักษณ์ให้นะครับ แทน คสช. ทำตัวเป็นโฆษกคนนึง

                ยุคล : คุณสนธิญาณครับ สายน่าจะหลุดไป เดี๋ยวรอฟังกันนะครับ คุณสนธิญาณจั่วหัวมาบอกว่าจะทำหน้าที่ในการตอบพานทองแท้และนางสาวยิ่งลักษณ์ แล้วก็พูดเป็นมุขขำๆน่ะครับว่า ประหนึ่งว่าทำหน้าที่เป็นโฆษกให้กับ คสช. ก็รอฟังกันได้นะครับว่าจะตอบคุณพานทองแท้กับคุณยิ่งลักษณ์ว่าอย่างไร คือหลักๆเนี่ยคุณพานทองแท้กับคุณยิ่งลักษณ์บอกว่าตอนนี้มีการใช้กฎหมายตีความเป็นเป็นอภินิหารเพื่อที่จะไล่ล่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แล้วก็ไม่รู้จักจบจักสิ้น ก็จะทำให้ความปรองดองนั้นจะไม่บังเกิดขึ้น เดี๋ยวรอซักครู่เดียวนะครับถ้าสายพร้อมหรือว่ากลับมาเนี่ยก็จะได้ไปขยายความในประเด็นนี้นะครับ อ่ะตอนนี้สายกลับมาแล้ว เชิญต่อเลยครับคุณสนธิญาณครับ เดี๋ยวเช็คเอาอีกรอบนึงคาดว่าน่าจะมีปัญหาในเรื่องของสัญญาณนะครับ ก็คุณพานทองแท้ คุณยิ่งลักษณ์ คุณนพดล ตอนนี้เครือข่ายของคุณทักษิณเนี่ยเริ่มดาหน้าออกมาให้ข้อมูลแล้วก็ตอบโต้กับการดำเนินการของภาครัฐแล้วนะครับ โดยพยายามที่จะสื่อสารว่าเป็นการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง เป็นการรังแก ไล่ล่า เพื่อที่จะเอาผิดกับคุณทักษิณ ยึดทรัพย์กับคุณทักษิณ ไม่จบไม่สิ้นนะครับ ทั้งๆที่หากว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่นะฮะ เรื่องภาษีของคุณทักษิณเนี่ย มันมีการดำเนินการแจ้งเนี่ยมาตั้งแต่ปี 50 นะครับ เพียงแต่ว่ากลไกของกรมสรรพากรเนี่ยต้องใช้คำว่ามีปัญหา แน่นอนครับ คือกรมสรรพากรเนี่ยนะครับ ปล่อยให้เรื่องเนี่ยมันคาราคาซังเนี่ยมาจนเกือบจะหมดอายุความนะครับ มันเลยมีการเรียกร้องโดย สตง.ว่า ต้องรีบดำเนินการแล้ว ไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะเสียประโยชน์ มันไม่ได้เป็นเรื่องของการไล่ล่ามาตั้งแต่ต้น แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่ากลไกของภาครัฐเนี่ยไม่ดำเนินการให้เรียบร้อยนะครับ จนมันจะหมดอายุความไงครับ มันเลยมีการกระตุ้นเตือนกันหน่อย เหมือนกับเราๆท่านๆนี่แหละครับ บางครั้งมีภารกิจต่างๆนาๆไม่ได้ทำ พอมันกำลังจะหมดเขตแล้วก็ต้องรีบทำ อะไรประมาณแบบนี้ ตอนนี้สายคุณสนธิญาณกลับมาแล้วนะครับ เชิญต่อเลยครับคุณสนธิญาณครับ

                สนธิญาณ : สวัสดีครับคุณยุคล ได้ยินเสียงผมไหมครับ

                ยุคล : ตอนนี้พอได้ครับ แต่เสียงยังซ่าๆนิดนึง

                สนธิญาณ : ผมก็ต้องเรียนแบบนี้ครับว่า อันนี้ไม่ใช่การไล่ล่าครับ คุณยิ่งลักษณ์ครับ คุณพานทองแท้ครับ ขอให้ได้โปรดพิจารณาหลักข้อที่ 1 ก่อน ถ้า คสช.ไล่ล่าเนี่ยนะครับ ผมเรียนได้เลยว่า ควรจะเอามาตรา 44 เนี่ยมาใช้ยึดทรัพย์ส่วนเกิน ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่องภาษีจากคุณทักษิณได้เลย มีความชอบทำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำแบบนั้น แต่นี่รัฐบาลบอกว่า ไปใช้กฎหมาย ถ้าใช้กฎหมายแสดงว่ามันเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งสองฝั่งสองฝ่ายเอาข้อมูลมาต่อสู้กัน เดินกันไปในศาล มันเป็นแบบนั้นถูกไหมคุณยุคล ถ้าไล่ล่ามันต้องใช้มาตรา 44 ทำไม ผมเรียนถามว่าทำไม ก็ต้องกลับมาดูครับ คุณพานทองแท้ คุณยิ่งลักษณ์ ที่คุณอยู่กันสุขสบายทุกวันเนี่ยนะ จากก่อนหน้านี้เนี่ยนะบริษัทของคุณทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบิดา หรือเป็นพี่ชายคุณเนี่ยนะครับ เป็นบริษัทเล็กๆอยู่แถวราชวัตรนะครับ ร่ำรวยขึ้นมาเพราะไปได้สัมปทานมือถือมา ก่อนหน้านี้ทำอะไรค้าขายก็ขาดทุน ผมไม่ได้พูดเอง คุณทักษิณเขียนในประวัติคุณทักษิณ ทำไมถึงร่ำรวยจากการได้สัมปทานมือถือ ก็เพราะไปจ่ายสัมปทานมือถือเนี่ยราคาถูกๆ คุณยุคล ท่านผู้ชม ร่ำรวยมา เอาล่ะ โลกอยู่ในโลกาภิวัฒน์ จะเอาบริษัทเข้าตลาด คนปกติทั่วไปเนี่ยเขาจะไม่ทำกัน แต่พวกเศรษฐี ไอ้พวกที่รวย พวกที่ไม่คิดถึงประเทศชาติ คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตน ตัวเอง จะทำ พอบริษัทจะเข้าตลาด กลัวเรื่องภาษีเป็นไง ก็เอาหุ้นไปซุก เอาหุ้นไปฝากไว้ในคนใช้ ในคนขับรถ เจตนาบริสุทธิ์จะทำแบบนี้ทำไม มาเล่นการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้เรื่องนี้ ยกไป บกพร่องโดยสุจริต พอฟังได้ ทุกคนหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ รวยแล้วจะสำนึกตัว จะมาทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ได้เป็นแบบนั้น มามีอำนาจในทางการเมืองเนี่ยนะครับ คุณทักษิณสร้างราคาหุ้นของตัวเองที่มีอยู่ในตลาดด้วยการเอาอำนาจหน้าที่ทางการเมืองมาใช้ ทำอะไร แปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต เพื่อให้บริษัทจ่ายเงินให้รัฐน้อยลง เป็นไง ปรับลดส่วนแบ่ง รายได้แบบ Pre Paid กล้าทำ ข้อ 3 อนุมัติให้ใช้เครือข่ายโรมมิ่ง ข้อ 4 ไปใช้วิธีซิกแซกกับดาวเทียม ข้อที่ 5 เอาเงินไปพม่าหรือเมียนมากู้เพื่ออะไร เพื่อจะได้เอาเงินนั้นกลับมาใช้กับบริษัทของตัวเอง นั่นในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีดีๆเขาทำแบบนี้ไหม เอ้า คนที่ศรัทธา เลื่อมใสคุณทักษิณน่ะ นายกรัฐมนตรีดีๆคนที่คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองทำแบบนี้ไหม ทำสิ่งเหล่านี้ บริษัทเอไอเอส บริษัทในเครือชินคอร์ปรวยขึ้นดีขึ้น หุ้นในตลาดพุ่งขึ้น แล้วเป็นไง ในระหว่างนั้นก็โยกย้ายถ่ายเทหุ้น เพราะมาเล่นการเมือง กฎหมายเขาบอกว่านักการเมืองหรือคู่สมรสเนี่ยนะ ไม่ให้เป็นสัมปทาน ไม่ให้ทำสัมปทานกับรัฐ โยกไปลูกมั่ง คนโน้นคนนี้มั่งนะ โยกกันไปโยกกันมา หนึ่งอยู่ในแอมเพิล ริช สองอยู่ในหมู่เครือญาติกันเอง คุณบรรณภต ผลเป็นไงครับ ไปทำด้วยความสลับซับซ้อน คือถ้าทำตรงไปตรงมาไม่มีปัญหา จะขายเพราะว่าหุ้นราคาดีแล้ว จะขาย อยากจะรวยแล้ว พออยากจะรวย แทนที่จะขายเอไอเอสแบบตรงไปตรงมา เพราะดาวเทียมก็เป็นสัมปทานของชาติมีความมั่นคง ไอทีวีเป็นโทรทัศน์ของชาติมีความมั่นคง คุณจะขายมือถือ แต่ถ้าขายมือถือเนี่ย บริษัทชินคอร์ปเนี่ยถือหุ้นเอไอเอสอยู่ ก็หลีกเลี่ยง ไม่ขายชินคอร์ปนะ ไม่ขายเอไอเอส ไปขายชินคอร์ป มันก็รวมบริษัทอื่นๆเข้าไปด้วย ทีนี้ยุ่งซิครับ ทำยังไง ไปตั้งบริษัทกุหลาบแก้ว ไปทำสารพัด จะทำเพราะว่าเขาขายต่างชาติไม่ได้ วันนี้รู้อยู่ว่าเขาขายสิงคโปร์ รู้อยู่ เพราะทำผิดกฎหมาย ไปตั้งบริษัทหลีกเลี่ยงโน่นนี่นั่น ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี เอาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไปขายให้ต่างชาติ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีหรอ ขายเสร็จนะท่านผู้ชม เป็นยังไงต่อ ได้เงินมา หลบเลี่ยงภาษี ตามที่ว่าแล้ว สลับซับซ้อน โดยไปกี่คดี วิบากกรรมนะ คุณหญิงพจมานนะ คนรู้เนี่ยบรรณพจน์นะ ติดคดีอยู่ ศาลพิพากษาแล้วกำลังสู้กันอยู่ในลำดับต่อมา ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว คุณทักษิณถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยึดไป 46,000 ล้าน ที่เขายึดไป 46,000 ล้าน เนี่ยมาจากเหตุผลอะไร มาจากที่คุณขายไปได้ 46,000 ล้าน เนี่ยนะ มันเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากคุณใช้ไอ้ 5 ข้อที่ผมว่าเนี่ยไปฉ้อฉนต่อประเทศชาติขึ้นมา เป็นไง ดูต่อ ไอ้แอมเพิล ริช เนี่ยนะ ประเด็นที่จะต้องติดตามเนี่ยนะ ผมอยากรู้ ที่เราต้องตามเนี่ยนะ ในวันนั้นเนี่ยนะ สรรพากร อธิบดี หรือ ผู้ที่มีหน้าที่ที่ให้อุทธรณ์หลังจากที่ศาลภาษีอากรกลางตัดสินว่าโอ๊คกับเอมหรือพานทองแท้กับพิณทองทาไม่ต้องจ่ายภาษีแล้วเนี่ย ทำไมไม่อุทธรณ์ ใครเป็นรัฐมนตรี กรมสรรพากรเป็นนิติบุคคลมีสิทธิ์ไม่อุทธรณ์ แต่รัฐมนตรีมีสิทธิ์สั่ง ต่อไปอัยการสูงสุดเป็นใคร ที่รวมหัวกันไม่อุทธรณ์ แน่นอนครับ จะไปเรียกคุณทักษิณ เรียกได้ แต่ศาลเขามีไว้ 3 ศาล ไว้สู้กัน ทิ้งทำไม 2 ศาล คุณทิ้งโอกาสของประเทศชาติ อัยการอื่นๆ คดีทุกๆคดี ขโมย ลักเล็กขโมยน้อยสู้กันถึงอุทธรณ์ ถึงฎีกา คดีแบบนี้ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา มันส่อเจตนา คสช.ต้องไปสอบ ต้องเอาเรื่องให้หมด มาถึงวันนี้ผมจะตอบให้เลยนะ เหตุผลที่ผมพูดมาทั้งหมดนะ สมควรจะยึดทรัพย์ทั้งหมด ที่คุณอยู่สุขสบายนะ มีอภิสิทธิ์นะ มันเป็นเงินของประเทศชาติ เป็นเงินที่ควรตกเป็นของประชาชนบนผืนแผ่นดินไทยนี้ทุกคนรวมทั้งผมด้วย อย่าห้าว โอ๊ค คือจริงๆที่พูดเนี่ยนะมันไม่ได้รุนแรงหรอกครับ เวลามันสั้น ผมลำดับเรื่องทั้งหมดให้เข้าใจในเวลาสั้นๆแบบนี้ คุณไปสู้กันศาลเนี่ยนะ เขาเปิดโอกาสคุณแล้วนะ เป็นแบบนี้คุณยิ่งลักษณ์ครับ


เรียบเรียงโดย

วรสิทธิ์ เกาะศิริ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News