ขาใหญ่พัทยา!! สตม.จับมือตร.ภาค2 เมืองพัทยา กวาดล้างแก๊งมาเฟียรัสเซียรวบมาได้ 14 ราย

Publish 2017-03-20 17:49:59



 

วันนี้ ( 2๐ มี.ค. ) ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)  เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ณัฐพล แสวงกิจ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.ชลบุรี ร่วมกับตำรวจภูธร ภาค ๒ และ เทศบาลเมืองพัทยา แถลงผลการกวาดล้างแก๊งมาเฟียและกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติ ตั้งตัวเป็นขาใหญ่ เกี่ยวพันธุรกิจมืดตามแหล่งท่องเที่ยว  สามารถจับกุมชาวรัสเซียและยุโรปตะวันออกได้จำนวนมาก ซึ่งมีอาชญากรข้ามชาติหนีคดีรวมอยู่ด้วย

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล แก๊งมาเฟียต่างชาติ ที่สร้างความเดือดร้อนและกระทบความมั่นคง ซึ่งจากการสืบสวน หาข่าว และ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจภูธรภาค ๒ และเมืองพัทยา พร้อมกับได้สนธิกำลังกวาดล้าง สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมายได้ จำนวน 14 ราย เป็นชาวรัสเซีย 6 ราย, ยูเครน 1 ราย, เบลารุส 1 ราย, อุซเบกิสถาน 4 ราย, โมร็อคโค 1 ราย และอิหร่าน 1 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีอาชญากรรัสเซียหนีคดีสำคัญที่มีทั้งหมายจับของตำรวจรัสเซียและหมายจับตำรวจสากลในคดีที่เกี่ยวยาเสพติดและคดีการเงินรวมอยู่ด้วย  โดยคนเหล่านี้เข้ามาตั้งแก๊ง ลักลอบทำงานและประกอบธุรกิจมืดที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว  

รายแรก นายอเล็กซานเดอร์ ดานีล๊อฟ (Aleksandr Danilov) อายุ 43 ปี สัญชาติรัสเซีย มีพฤติการณ์ตั้งตัวเป็นมาเฟียในพื้นที่พัทยา มีลูกสมุนในแก๊งหลายคน เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด นอกจากนี้ยังพบว่าถูกทางการรัสเซียออกหมายจับ  จับกุมตัวได้ในพัทยา จ.ชลบุรี  จากการซักถามผู้ต้องหารับว่าเคยถูกจับคดียาเสพติดมาก่อน และหลบหนีคดีมาอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวในพัทยาและภูเก็ต และพบอีกว่า นายอเล็กซานเดอร์ เข้ามาและได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ถึงวันที่ ๒๙ พ.ค.๕๕ ปัจจุบันอยู่เกินกำหนด (Overstay) เป็นระยะเวลาถึง 4 ปี 7 เดือน 18 วัน จึงได้แจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด" 

 

 



 

รายที่สอง  Mr.Mikhail Kriventsov สัญชาติรัสเซีย บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล ในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษด้วยผิดกฎหมาย (เฮโรอีน)” คดีนี้ ได้รับการประสานจากสถานทูตรัสเซียว่ามีบุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัวหลบหนีเข้ามาในประเทศ และตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองพัทยา เมื่อทีมสืบสวน สตม.ร่วมกับตำรวจภูธร ภาค ๒ ลงพื้นที่หาตัว ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปจังหวัดอื่น ต่อมาถูกจับกุมตัวได้ที่ จว.เลย  Mr.Mikhail เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย จำนวน 4 ครั้ง ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดกว่า 9 เดือน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด" ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รายที่สาม นายอันทอน ฟีลิพพอฟ (Mr.Anton Filippov) สัญชาติรัสเซีย เป็นบุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัว คดี “จงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลและหลบหนี” ปัจจุบันรัสเซียได้เพิกถอนหนังสือเดินทางแล้ว โดยจับกุมได้ที่ พัทยา จว.ชลบุรี  จากข้อมูลการเดินพบว่าเข้า-ออกประเทศไทย จำนวน 8 ครั้ง ล่าสุดเดินทางเข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ ๑ ก.พ.๖๐ ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ ๓๐ เม.ย.๖๐ สตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองแล้ว 

รายที่สี่ นายเซอเก้ มารีฟ (Mr.Sergei Mareev) สัญชาติรัสเซีย บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล และตำรวจรัสเซีย จากการสืบสวนทราบว่าใช้ชีวิตแบบเพลย์บอยอยู่ในพัทยา คบหากับหญิงไทยหลายคนตามแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ใช้สายลับหญิงติดต่อผ่านแอพลิเคลั่น “Whatapp” และนัดหมายมาเจอ และจับตัวได้เมื่อวันที่ 19 ก.พ.60 และจากการตรวจค้นกระเป๋าพบห่อยาจำนวนมาก โดย นายเซอเก้ฯ ยอมรับว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง หลบหนีจากรัสเซีย มาได้ใช้ชีวิตเพลย์บอย ในเมืองไทย เพราะไม่มีใครทราบเรื่องสส่วนตัว จากข้อมูลการเดินทางพบว่าเดินทางเข้ามาในไทยหลายครั้ง ล่าสุดเดินเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.59 

 

 

 



 

ส่วนรายที่ 5-14 เป็นชาวรัสเซียและชาวยุโรปตะวันออกที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต  อีกจำนวน 10 คน ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาต่างๆ เช่น ลักลอบทำงาน, ทำงานผิดประเภท, อยู่เกินกำหนด (Overstay)  และเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นภัยต่อสังคม

ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สตม.ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนและจากประชาชนตามจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว เกี่ยวกับแก๊งมาเฟียต่างชาติโดยเฉพาะคนรัสเซีย ได้เข้ามาทำธุรกิจแย่งอาชีพคนไทย เปิดสถานบริการ บาร์เบียร์ ร้านขายของ ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยกัน มีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค กระทบถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทย  และยังตั้งตนเป็นขาใหญ่ ข่มขู่ คุกคาม คนต่างชาติด้วยกันเอง สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยและชาวต่างชาติ เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด อาทิ ขบวนการยาเสพติด, หลอกลวงและจัดหาหญิงต่างชาติ มาเพื่อให้บริการทางเพศ  ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยว  สตม.จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานร่วมกัน ในการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมาเฟียต่างชาติให้หมดไปจากพื้นที่โดยเฉาะเมืองท่องเที่ยว เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

 

 

 


เรียบเรียงโดย

นายวิทย์ณเมธา เกตุแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News