สยบข่าวลือ!! รอง ผบ.ทร.1 รุดตรวจศูนย์ PIPOและการตรวจวัดขนาดเรือตามมาตรการรัฐ หลังมีข่าวลือหึ่ง จนท.รับส่วย

Publish 2017-04-21 18:59:54



เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 21 เมษายน 2560 พล.ร.ต.เดชดล ภู่สาระ รอง ผบ. ทรภ.1/รอง ผอ.ศรชล.เขต 1 พร้อมคณะ ได้รับมอบหมายจาก พล.ร.ท. สุรศักดิ์ เมธยาภา ผบ.ทรภ.1/ผอ. ศรชล.เขต 1จังหวัดชลบุรี ให้เข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง จ.สมุทรสาคร (PIPO) พร้อมกับมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งของกองทัพเรือ ในนามของ ศปมผ. กรณีที่มีสื่อนำเสนอข่าวว่ามีเรือประมงแฉเจ้าหน้าที่รับส่วยจับปลาผิดกฎหมาย โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในศูนย์แจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) ระบุขนาดเรือให้ต่ำกว่า 30 ตันกรอส ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้เรือประมงดังกล่าวถูกจัดเป็นเรือขนาดเล็กที่ไม่ต้องแจ้งเข้า-ออก ต่อศูนย์ PIPO เป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ และมีการร้องขอให้ตรวจวัดขนาดเรือใหม่เพื่อให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงนั้น โดยการติดตามข้อมูลในครั้งนี้ ก็ได้มีการพบกับตัวแทนของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ PIPO ที่บูรณาการความร่วมมือกันจากหน่วยงานต่างๆ 8 หน่วยงาน โดยได้มีการรับฟังผลการปฏิบัติงาน สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตรวจวัดขนาดเรือใหม่ และให้ข้อแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อปรับแนวทางการทำงานให้มีความละเอียด รอบคอบ และรัดกุมมากยิ่งขึ้น



ทั้งนี้ภายหลังจากที่มีการรับฟังข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พล.ร.ต.เดชดล ภู่สาระ รอง ผบ. ทรภ.1/รอง ผอ.ศรชล.เขต 1 พร้อมคณะยังได้ลงไปดูการปฏิบัติงานจริงในการตรวจวัดขนาดเรือประมงใหม่ทุกลำ ณ องค์การสะพานปลาจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย โดยในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครนั้น พบว่ามีเรือที่ต้องตรวจวัดขนาด และทำอัตลักษณ์ทั้งหมด 580 ลำ เป็นเรือที่มีใบอนุญาตทำการประมง 482 ลำ เรือที่มีทะเบียนแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง 73  ลำ เรือที่ถูกถอนทะเบียนเรือ 7 ลำ และ เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ 18 ลำ ซึ่งผลจากการตรวจวัดขนาดเรือตั้งแต่วันที่ 17 – 20 เมษายน 2560 มีเรือที่มาแจ้งตรวจวัดขนาดและทำอัตลักษณ์ จำนวน 182 ลำ ได้มีการตรวจวัดขนาดเรือไปแล้ว 98 ลำ เรือที่ขนาดเปลี่ยนแปลงเกิน 10% จำนวน 4 ลำ และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ 1 ลำ ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานตรวจวัดขนาดเรือใหม่ให้ครอบคลุม 100 % คือ วิธีการวัดขนาดเรือ การนัดหมายเรือ เครื่องมือ กับเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานไม่เพียงพอ และการรายงานตามห้วงเวลาที่กำหนด ขณะที่ในส่วนของการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวประมงเกี่ยวกับการตรวจวัดขนาดเรือจะเป็นเรื่องของการจอดเรือ ซึ่งถ้าพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงขนาดเรือเกิน 10% นั้น จะต้องถูกจอดเรืออย่างไม่มีกำหนด ทำให้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ออกไปจับปลาอีก ดังนั้นจึงต้องการให้มีความชัดเจนในข้อกำหนดดังกล่าวว่า หากแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ตรงกับขนาดความเป็นจริงแล้วจะสามารถออกเรือได้อีกภายในกี่วัน รวมถึงเรื่องของการนำเรือมาจอดเพื่อรอการตรวจที่อาจจะนานเกินไป เนื่องจากเรือส่วนใหญ่ที่ได้รับการนัดหมายในวันเดียวกันก็จะเข้ามาจอดพร้อมๆ กัน โดยไม่มาตามที่เวลาที่ให้ไว้



ด้านพล.ร.ต.เดชดล ภู่สาระ รอง ผบ. ทรภ.1/รอง ผอ.ศรชล.เขต 1  กล่าวว่า จากการนำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ PIPO จ.สมุทรสาคร และติดตามความคืบหน้าการตรวจวัดเรือของเจ้าหน้าที่ฯ ที่ท่าเทียบองค์การสะพานปลา ต.มหาชัย  อ.เมือง จ.สมุทรสาครนั้น เป็นการดำเนินงานตามนโยบายหลังรัฐบาลประกาศให้เรือประมงขนาดเกิน 10 ตันกรอสขึ้นไป ทำการวัดขนาดเรือเพื่อลงทะเบียนใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งถ้าเรือลำใดไม่ผ่านการตรวจวัด เจ้าของเรือจะต้องให้ กรมเจ้าท่าดำเนินการแก้ไขขนาดเรือและแก้ไขทะเบียนเรือใหม่ให้ถูกต้องกับความเป็นจริงก่อน จึงจะนำเรือออกทำการประมงได้ตามปกติ   โดยการดำเนินการครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เรือประมงไทยปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด จึงขอฝากชาวประมงให้ช่วยกันปฏิบัติตาม เพื่อปลดล๊อคใบเหลืองจาก EU ตามกฎ IUU Fishing เพื่อผลประ โยชน์ของชาวประมงเองและประเทศชาติในการส่งออกสินค้าประมงได้มากขึ้น ซึ่งทาง ศปมผ.โดยเฉพาะ ศรชล. เขต 1 ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องยุติธรรมโดยเท่าเทียมกัน  พลเรือตรี เดชดลฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า ส่วนในกรณีที่มีการร้องเรียนว่ามีการจ่ายส่วยหรือสินบนให้เจ้าหน้า ที่ของ ศปมผ. นั้น สามารถตรวจสอบได้ว่ามีจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จากข้อมูลที่ได้มาในขณะนี้ ก็ยังไม่พบว่า มีเจ้าหน้าที่ในศูนย์ PIPO เรียกรับเงินหรือสินบนจากชาวประมงในการสนับสนุนให้ทำผิดกฏหมาย ตามที่เป็นข่าวออกมา  อย่างไรก็ตามหากมีการตรวจพบว่ามีการกระทำผิดดังกล่าวจริง ก็จะมีการลงโทษตามกฏหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป 

ภาพ/ข่าว บูญเลิศ โกมลหิรัญ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.สมุทรสาคร