- 06 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ว่าสุราษฎร์ธานีเตรียมล้อมคอกการใช้เงินงบประมาณนักเรียนยากจนไปผิดประเภทด้านนายสัญญา พรหมมณี รองผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ประธานการสืบสวนชี้มูลความผิดระบุ ผอ.โรงเรียนมีความผิดวินัยร้ายแรงแล้ว 1 เรื่องส่วนเรื่องการใช้นักเรียนยากจนกำลังอยู่ในการสอบ
จากรณีน.ส.จิรัชยา สุทธิราช ครูประจำชั้น ป.3โรงเรียนบ้านห้วยโศก หมู่ที่ 8 ตำบลช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นำเด็กนักเรียนเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อตัวแทนสภาทนายความภาค 8 ในกรณีนายโกวิทย์ หีดนาคราม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยโศกยักยอกเงินนักเรียนยากจนติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน เป็นยอดเงินจำนวน 168,000 บาทพร้อมระบุเรื่องดังกล่าวได้ร้องไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีก่อนหน้านี้อีกด้วยแต่เรื่องไม่คืบ ต่อมาทางตัวแทนสภาทนายความภาค 8 ได้เข้าขอข้อมูลจากศูนย์ดำรงธรรมพบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวได้ถูกร้องเรียนจำนวน 2 เรื่องประกอบด้วย การทุจริตการปรับปรุงโครงการก่อสร้างอาคารโรงเรียน และ เรื่อง ยักยอกเงินทุนการศึกษานักเรียนยากจน ในปี 2557 ,2558และปี 2559 รายละ 500 ถึง 1,000 บาท แต่ได้ส่งเรื่องให้ทางต้นสังกัดของโรงเรียนบ้านห้วยโศกดำเนินการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 และให้แจ้งผลกลับมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้
นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานีได้กล่าวว่าจะเรียกนายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และ ปฎิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาประชุมชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นและตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนไปในทางที่ถูก และยังหวั่นเกรงว่าอาจจะมีโรงเรียนหลายแห่งมีการใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ในเช้าวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ด้านนายสัญญา พรหมมณี รองผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยสืบหาข้อเท็จจริงได้เปิดเผยว่าคณะของตนเป็นผู้สืบสวนชี้มูลความผิด ได้ข้อสรุปอย่างไรแล้วจะสรุปเรื่องเสนอ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เป็นผู้ชี้ขาด เรื่องร้องเรียนการทุจริตการก่อสร้างปรับปรุงอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยโศกนั้นได้สรุปผลการชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงเสนอต่อผู้บังคับบัญชาและมีการตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยร้ายแรงแล้ว
ส่วนเรื่อง การใช้เงินปัจจัยปัจจัยพื้นฐานการศึกษานักเรียนยากจนนั้น ทาง ผอ.โรงเรียนออกมายอมรับกับสื่อแล้วว่าไม่ได้จ่ายเงินให้กับเด็กนักเรียนนั่นสามารถก็สามารถชี้มูลความผิดได้แต่จะร้ายแรงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ชี้ขาด แต่การสืบสวนหาข้อเท็จจริงจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนสอบสวนทุกฝ่ายอย่างละเอียดทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง เจ้าหน้าที่การเงิน ครูในโรงเรียน 14 คน ผู้ปกครองเด็กและเด็กนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรเงินนักเรียนยากจน แล้วจะสรุปส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป พร้อมนี้ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่คนของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ตนเป็นของพระเจ้าอยู่หัวดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา รับรองเรื่องนี้ไม่มีวันเงียบ
นส.ณัฐิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี




