สนธิญาณ ชี้!!พระเขียนป้ายประกาศสาปแช่ง ขาด "พรหมวิหาร ๔" อันเป็นธรรมพื้นฐานแห่งการหลุดพ้น ต้องเร่งปฏิรูปด่วน!เพราะวงการสงฆ์เอาดีแต่เรื่องยศ

Publish 2017-05-17 11:30:25



รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สนธิญาณ ชี้!!พระเขียนป้ายประกาศสาปแช่ง ขาด "พรหมวิหาร ๔" อันเป็นธรรมพื้นฐานแห่งการหลุดพ้น  ต้องเร่งปฏิรูปด่วน!เพราะวงการสงฆ์เอาดีแต่เรื่องยศตำแหน่ง





                สนธิญาณ : วันนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศภายใต้สถานการณ์ที่ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้านะครับ แล้วก็ต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวานกลางคืน เย็นชุ่มช่ำ เพราะฉะนั้นหลีกลี้ออกจากเรื่องการเมืองกันบ้างนะครับ วันนี้เข้าสู่วงการพระพุทธศาสนาครับ นับตั้งแต่มีกระแสเรื่องวัดพระธรรมกายเกิดขึ้นนะครับ การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพระพุทธศาสนาหรือปฏิรูปวงการสงฆ์ เรียกใช้คำนี้นะครับ ไม่ใช่ปฏิรูปพระศาสนา พระพุทธศาสนามีลักษณะอันเป็นสัจจะเป็นตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่พระสงฆ์นะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในสรณะทั้งสามของพระพุทธศาสนา นั่นก็คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นหนึ่งในพระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา และภิกษุณี ที่เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาเนี่ย ไม่อยู่กับร่องกับรอย แปรเปลี่ยนเนื้อหาคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผิดเพี้ยน นำพาความหลงเข้าครอบงำประชาชนผู้นับถือพระพุทธศาสนา กระแสการเรียกร้องปฏิรูปจึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจากกรณีของวัดพระธรรมกาย หมดเรื่องวัดพระธรรมกายไปกระแสก็หายไป คุณยุคล ท่านผู้ชม เหมือนกับหายวับไปกับตานะ เผอิญมันเกิดเรื่องเรื่องนึงขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นตัวอย่างและสะท้อนให้เห็นได้นะครับว่าพระพุทธศาสนานะครับ ในเนื้อหาที่เป็นจริงกับความเข้าใจของพระสงฆ์หรือผู้ที่ปวารณาตัวมาสืบทอดพระพุทธศาสนาเนี่ยนะครับ เรียกว่าเป็นองค์หลักเสียด้วยซ้ำนะครับ ได้เข้าใจความหมายของพระพุทธศาสนา นั่นก็คือการเขียนป้ายประกาศของพระเทพปฏิภาณวาที หรือที่รู้จักกันในนาม ท่านเจ้าคุณพิพิธ เจ้าคุณพิพิธเนี่ยนะครับได้เขียนป้ายประกาศสาปแช่ง ผมใช้คำว่าติดป้ายประกาศสาปแช่งนะครับ มีเนื้อหาว่าอย่างนี้ ประกาศสาปแช่งวัดสุทัศน์เป็นพระอารามที่ศักดิ์สิทธิ์ มีมูลค่ามหาศาล นี่อันแรกนะครับ ประกาศสาปแช่งวัดสุทัศน์เป็นพระอารามที่ศักดิ์สิทธิ์ มีมูลค่ามหาศาล ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร ประชาชน นำอาหารมาเลี้ยงสุนัขและแมว โดยวางรอบฐานพระอุโบสถพระวิหารหลวง ขอให้มีแต่สิ่งสกปรกเข้ามาในชีวิตตนเองและครอบครัว ผู้ใดเอาสุนัขและแมวมาปล่อยขอให้ถูกทอดทิ้งพลัดพรากจากคนรัก ผู้ใดปีนกำแพงพระอุโบสถ พระวิหารหลวงโดยมิได้เป็นช่างบูรณะขอให้อุบัติเหตุแข้งขาหัก ห้ามให้อาหารนก เพราะทำลายศาสนสถาน นกหากินเองได้ หากไม่พอใจให้ไปที่วัดอื่น ทำบุญวัดนี้ไม่ง้อ คนเมตตาสัตว์ แต่ทำให้วัดสกปรก เมตตา กรุณามาก ก็ทำให้เป็นปัญหานะครับ กรณีการปิดประกาศดังกล่าวนี้นะครับ ก็ต้องกลับมาทบทวนกันดูว่าในทางพระพุทธศาสนาแล้วนะครับหลักการและหัวใจของพระพุทธศาสนาคืออะไรนะครับ นับตั้งแต่ติดประกาศนี้นะครับข่าวสารในโลกโซเชียลก็กระจายออกไปอย่างรุนแรงนะครับ กระจายออกไปอย่างรุนแรง ปรากฎว่าท่านเจ้าคุณพิพิธก็ได้ออกมาชี้แจงนะครับว่า ในฐานะท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เนี่ยนะครับ ท่านก็บอกว่าอยากให้เห็นใจพระบ้าง วัดมีพื้นที่ 25 ไร่ 2 งาน หมาแมวขี้ตามพื้น ตามระเบียง ศาลา และยังตามพระไปนั่งในอุโบสถวิหาร เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม คนมากราบพระต้องกราบหมา อันนี้ท่านก็ชี้แจง ท่านก็ไม่ได้หมายความว่ามีเมตตาหรอกนะครับ เลี้ยงไม่ไหวจริงๆนะครับ แล้วก็ตอนนี้ก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่าใครมารับหมารับแมวนะจะแจกพระ 1 องค์ทันที ให้มารับที่เลขานุการของวัดได้เลย เพราะดูแลไม่ไหว ต้องจ้างคน 22 คนมาเก็บขี้หมาต่อวัน ผมก็ต้องเรียนแบบนี้ล่ะครับว่านี่คือตัวอย่างตัวอย่างนึงที่ถึงเวลาและจำเป็นจะต้องปฏิรูปคณะสงฆ์ วันนี้นะครับคณะสงฆ์ไทยอวยตำแหน่ง อยากได้ยศอยากได้ตำแหน่ง คนไทยชาวพุทธก็หลงมัน พระไหนเป็นสมเด็จรองสมเด็จ เป็นเจ้าคุณ กลายเป็นพระอันมีคุณวิเศษ ทั้งๆที่ตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์ทางพระต่างๆ ตั้งขึ้นมาเองในสมัยพุทธกาลในสมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีตำแหน่งแบบนี้นะครับ มีแต่พระสาวกซ้ายขวา นะครับ ช่วยทำหน้าที่เผยแพร่ ทำไมนะครับไอ้สิ่งเหล่านี้สะท้อน สะท้อนก็เพราะว่าเมื่อพระมาบวชและติดยึดในตำแหน่งและยศโดยไม่ได้พิจารณาตำแหน่งแท้จริงของพระพุทธองค์ที่สอนให้เราก้าวล่วงก้าวข้ามก้าวพ้นจากวัฏสงสาร จากกฎแห่งกรรม เอาพระนิพพานเป็นที่ตั้ง พระถ้าเอาพระนิพพานเป็นที่ตั้งอยากก้าวพ้นกฎวัฏสงสาร สิ่งที่กระทำภายใต้หัวใจของพระพุทธศาสนาก็คือละเสียซึ่งบาปทั้งปวง ยังกุศลให้ถึงพร้อมและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พระพุทธเจ้าสมณโคดมได้เทศนาคำสั่งสอนนี้และบอกว่าพระพุทธเจ้าพุทธองค์ก่อนหน้านี้ก็สอนอย่างนี้ แสดงว่านี่คือหัวใจของพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นผู้ที่ละเสียซึ่งบาปทั้งปวงและหยั่งกุศลให้ถึงพร้อมและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พื้นฐานทั่วไปนะครับของผู้ที่เดินตามหลักพระพุทธศาสนา สิ่งที่จะเกิดขึ้นในจิตใจก็คือคำที่เรียกว่าพรหมวิหาร 4 นั่นก็คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นะครับ เมตตาก็คือมีความรักต่อสรรพสัตว์ สรรพชีวิตทั้งหลาย กรุณาก็เห็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยากก็อยากจะช่วย มุทิตา เห็นคนอื่นได้ดีก็อยากสนับสนุนยินดีด้วย อุเบกขา เกิดทุกข์เภศภัยอะไรกับตัวเองก็รู้จักการที่จะวาง นะคุณยุคล แต่ในประกาศดังกล่าวนะครับของท่านเจ้าคุณพิพิธ เริ่มตั้งแต่แรกเลยประกาศสาปแช่ง อันนี้บาปแล้วครับ จิตที่เป็นอกุศล วัดสุทัศน์เป็นพระอารามที่ศักดิ์สิทธิ์มีมูลค่ามหาศาล เห็นไหมครับ พระพุทธศาสนาสอนให้ละวาง ศาสนาไม่สามารถที่จะดำรงคงอยู่ได้ด้วยศาสนสถานได้ คงอยู่ด้วยที่อุบาสกทั้งสี่เดินตามรอยแห่งพระธรรมคำสั่งสอนต่างหาก แต่ถ้าพระยังติดว่าพระอารามมีมูลค่ามากมาย จนทำลายหลักธรรมเบื้องต้นที่เรียกว่าพรหมวิหาร 4 โดยการสาปแช่งบุคคลอื่น ดังได้กล่าวเนื้อหามาแล้ว อันนี้แม้จะห่มผ้าเหลืองก็ไม่แน่ว่าสถานะแห่งจิตใจจะมีความเป็นพระหรือไม่ ทำไมถึงต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างเดียวครับ ไม่ใช่วัดสุทัศน์วัดเดียวครับ วัดในประเทศไทยวันนี้พระสงฆ์องค์เจ้าอยู่กันด้วยอามิสสินจ้าง การสวด การเทศน์ รายได้จากศพ หากินกันเป็นล่ำเป็นสัน ไม่ได้คิดในการที่จะนำพาให้หัวใจตัวเองได้หลุดพ้นจากกฎแห่งวัฏสงสาร บ้ายศบ้าตำแหน่งแห่งหน อันนี้แหละครับเป็นหนทางที่พาพระพุทธศาสนาเสื่อม วันนี้ประเทศไทยเรายังโชคดีนะครับได้สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและหยั่งเพียรในใจพระพุทธศาสนา ทางฝากฝั่งอำนาจรัฐนะครับวันนี้ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เกิดกรณีเรื่องของวัดพระธรรมกายทีนึงก็พิจารณากันที การเดินหน้าปฏิรูปวงการสงฆ์จะต้องทำอย่างจริงจัง ไปพิจารณาดูเรื่องงบเรื่องตำแหน่ง เรื่องการดำรงอยู่ของพระ ทรัพย์สิน เงินทอง ไม่ว่าจะเป็นศาสนสถานหรือเงินทองที่อยู่ในวัดที่มีมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน มันไม่ควรอยู่ในมือของพระหรอกครับ พระจะได้ไปปฏิบัติ ไปอยู่ในแนวทางของพระพุทธศาสนา นั่นคืออยู่ในธุดงค์วัด อนุโมทนาสาธุครับ


เรียบเรียงโดย

วรสิทธิ์ เกาะศิริ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News