ประจวบคีรีขันธ์!!!พ่อบ้านมูลนิธิคดีอนาจารเด็ก ได้รับการประกันตัวแล้วหลังภรรยาหอบเงินสดประกันชั้นศาล 1แสน2หมื่นบาท (ชมคลิปข่าว)

Publish 2017-05-19 22:48:14



วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีพ่อบ้านดูแลมูลนิธิชื่อดังสาขาหัวหิน ถูกแจ้งความว่า ก่อเหตุกระทำอนาจาร เด็กหญิงอายุ 12 และ 13 ปี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในข้อหาทำอนาจารเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 113/2560 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 โดยในเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน ว่าไม่ได้กระทำอนาจารเด็กหญิง แต่ด้วยนิสัยเป็นคนรักเด็ก และชอบกอด กับหอมแก้มลูกสาว จึงเอ็นดูไปถึงเด็กหญิงที่อยู่ในการดูแลภายในมูลนิธิฯด้วย จนอาจจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กหญิงอายุระหว่าง 12และ 13 ปี  ซึ่งเด็กหญิงวัย 13ปี เกิดเหตุ เมื่อ2ปีที่แล้ว ขณะที่เด็กหญิงวัย 12ปี เกิดขึ้นระหว่างคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องกับคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวพ่อบ้านมูลนิธิดังกล่าวมาสอบสวน ในทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านพัก หรือที่ตั้งของมูลนิธิชื่อดัง สาขาหัวหิน ที่บริเวณหมู่บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้ว​ โดยได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมกับมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆร่วมด้วย ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหินแล้ว โดยผู้ต้องหาสามารถใช้สิทธิยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลได้ 

 

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า พ่อบ้านมูลนิธิฯ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้ว หลังภรรยาหอบเงินสด 120,000 บาท ยื่นขอประกันตัวสามี โดยศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยนัดรายงานตัวนัดแรก วันที่ 31 พฤษภาคม นี้



ด้านคุณเล็ก อาสาสมัครที่ติดตามคดีอนาจารเด็ก  เปิดเผยว่า 

หลังพ่อบ้านมูลนิธิฯได้รับการประกันตัวตามสิทธินั้น ตนเองมีความเป็นห่วงในเรื่องความรู้สึกและความปลอดภัยของ เด็กหญิงวัย 12ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของแม่บ้านที่ทำความสะอาดในมูลนิธิฯดังกล่าว แต่เชื่อว่า เด็กหญิงวัย 12ปี จะปลอดภัย เพราะครอบครัวดูแลเต็มที่ ซึ่งทราบว่า พ่อของน้อง ซึ่งประกอบอาชีพชาวประมงนั้น เพิ่งทราบเรื่องทีหลัง และต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

 

ส่วนเด็กหญิงวัย 13ปี นั้น ทราบว่า มีความเครียดอย่างมาก ทำให้แม่ของน้องตัดสินใจพาน้องกลับบ้านเกิดที่ จ.เพชรบูรณ์ แล้ว ซึ่งคุณเตชะ เจ้าของแฟนเพจ "เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ"และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กประจวบฯ และ พมจ.ประจวบฯ ช่วยเหลือเดินเรื่องเอกสารในการย้ายเด็กกลับไปเรื่องที่โรงเรียนแห่งใหม่ที่ จ.เพชรบูรณ์แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา(18พฤษภาคม) 

 



โดยครอบครัวของน้องมีอาชีพรับซื้อผักบนดอยลงมาขายที่ตัวเมือง มีความยากลำบาก แต่เมื่อตัดใจได้ว่า ห่วงความปลอดภัยของลูกสาววัย 13ปี จึงยอมพาลูกกลับแม้จะไม่ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆที่ อ.หัวหิน แต่ต้องกลับไปเรียนที่ต่างจังหวัดแทน ก็ยังจะดีกว่า ซึ่งทราบว่า เด็กหญิงวัย13ปี มีความฝันอยากจะประกอบอาชีพเป็นนักออกแบบภายใน เพราะส่วนตัวชื่นชอบและมีฝีมือด้านการวาดภาพอยู่มาก แม้ครอบครัวจะกังวลว่าการไม่ได้เรียนโรงเรียนดีๆนั้นอาจจะกระทบต่ออนาคตด้านการเรียนซึ่งอาจหมายถึงอาชีพในฝันของลูก แต่ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 13ปี ได้ทำใจและตัดสินใจเลือกความปลอดภัยของเด็กหญิงมาเป็นสิ่งแรก

 

คุณเล็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 12ปีเลย  หากผู้บริหารของมูลนิธิฯ ระดับ รอง ผอ. ที่ทราบเรื่องของเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่เกิดขึ้นมานานกว่า 2ปีแล้ว จัดการแก้ไขปัญหาและโยกย้ายพ่อบ้านมูลนิธิฯ​ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกไปทำงานในตำแหน่งอื่น หรืออยู่ที่อื่น เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ เด็กหญิงวัย ​12ปี เลย ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมาก ที่ระดับผู้บริหารทราบเรื่องแล้ว แต่ไม่ดำเนินแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นจนเกิดเรื่องร้ายซ้ำรอยอีก และพอเกิดเรื่องแจ้งความดำเนินคดีขึ้นก็ทำเพียงให้พักงานชั่วคราวเท่านั้นเอง

 

อย่างไรก็ตามตนในฐานะอาสาสมัคร และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะติดตามคดีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยัง ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ แล้ว เพื่อขอให้ช่วยติดตามคดีให้อีกทางหนึ่ง แต่ยังไม่ได้รับการประสานงานตอบกลับจากทางทนายสงกรานต์ว่าจะสามารถดูคดีนี้ให้ได้หรือไม่เนื่องจากมีคดีในมือเป็นจำนวนมาก 

ข่าว/พิมพร อยู่รุ่ง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ภาพนิ่งเด็กหญิงวัย 13ปี ที่บ้านเกิด จ.เพชรบูรณ์​ จาก/ แฟนเพจ เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ



Recommend News