"สนธิญาณ" ฟันธง !! มือระเบิด "วัฒนา" ไม่ใช่หมาป่าอันเดียวดาย แต่คือหนึ่งในขบวนการปฏิวัติที่ต้องการเปลี่ยนประเทศเป็น"สหพันธรัฐ"

Publish 2017-06-25 00:12:40



 

 

 

บุญระดม : สวัสดีค่ะขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้ามาในช่วงเวลาของรายการฟันธงตรงประเด็น วันนี้หัวข้อที่เราจะมาพูดคุยกันก็จะเป็นเรื่องของมือระเบิด นายวัฒนา ที่มีการจับกุมตัวการก่อเหตุของเขาที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปี 2560 เพราะฉะนั้นประเด็นที่เราจะมาฟันธงตรงประเด็นในวันนี้คือ มือระเบิด "วัฒนา" ไม่ใช่หมาป่าอันเดียวดาย ... แต่คือหนึ่งในขบวนการปฏิวัติ โดยที่ผ่านมา ท่านผู้ชมคงจะทราบดีว่าการสอบปากคำนายวัฒนาและรวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ของนายวัฒนานั้น ระบุตลอดเวลาว่าเขาก่อเหตุเพียงลำพังไม่ได้มีใครเกี่ยวข้องด้วย แต่ขณะเดียวกัน นายยกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรวมไปถึง พลเอกประวิตร วงษ์สุววรณ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เชื่อว่าจะต้องมีผู้ที่อยู่ร่วมในขบวนการด้วย และผู้ที่อยู่เบื้องหลังกับการก่อเหตุครั้งนี้อย่างแน่นอน ในขณะที่มีการมองไปถึงเรื่องของขบวนการปฏิวัติ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะไปฟันธงตรงประเด็นกับทางคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สวัสดีค่ะ

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับคุณบุญระดม สวัสดีครับท่านผู้ชมสปริงนิวส์และแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่าน

 

บุญระดม :  เบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นมาอย่างไรกันแน่คะ

 

สนธิญาณ : ไม่มีเบื้องหลังเบื้องหลังหรอกครับ เพราะชัดเจนอยู่ในตัวเองอยู่แล้วครับ ว่านายวัฒนาเป็นหน่วยหนึ่งขององค์กรปฏิวัติใต้ดินที่ถูกฝึกฝนมา ทำไมผมถึงฟันธงตั้งแต่ต้นรายการเลยว่าเป็นแบบนี้ เรื่องแรกเราไปดูพฤติกรรมนะครับ พฤติกรรมของนายวัฒนา คนที่สามารถวางระเบิดในโรงพยาบาลซึ่งถือว่าจิตใจต้องโหดเหี้ยมอำมหิตเลวทรามต่ำช้าอย่างถึงที่สุดแล้วนะครับ หัวใจต้องผ่านการฝึกฝน เพราะวางระเบิดเสร็จไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวรอ ได้ยินเสียงระเบิดถึงค่อยออกจากโรงพยาบาล

 

บุญระดม : คือรอดูผลงาน

 

สนธิญาณ :  ครับรอดูผลงาน วางระเบิดในโรงพยาบาลมานั่งรอดูผลงานได้ ท่านผู้ชมต้องลงรายละเอียดครับ ตอนที่จะไปวางเอาขั้นตอนไปวาง ระเบิดที่เป็นแจกันเอาไปแขวน คือคนเราถ้าทำไม่ได้ฝึกฝนไม่ได้เตรียมจิตใจมาอย่างดี แค่เอาระเบิดมาจู่ ๆ ตั้งแล้วต้องรีบเดินออกไป แต่นี่ไม่ใช่ครับ ต้องไปแปะที่แขวนด้วยกาวก่อน รอให้แห้งเพียงพอที่จะรับน้ำหนักแจกัน แล้วนำแจกันไปแขวน ผมกำลังพูดถึงในแง่ของพฤติกรรมทางด้านจิตใจ แต่ดูทางด้านการปฏิบัติตอนที่หนีออกจากโรงพยาบาล นายวัฒนาขึ้นรถต่อแล้วต่อเล่า ทำไมปฏิบัติแบบนั้น บอกได้เลยครับ เพราะรู้ว่ามีกล้องวงจรปิดจับอยู่

 

บุญระดม : คือให้ยากต่อการจับกุม

 

สนธิญาณ : เพื่อสร้างร่องรอยไม่ให้ตามตัวให้ได้ว่า หลังจากหลุดออกจากโรงพยาบาลขึ้นรถไปแล้ว ปลายทางของตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ท้ายที่สุด

 

บุญระดม : เจ้าหน้าที่ก็จับกุมตัวได้

 

สนธิญาณ : ก็ตามได้ และเห็นว่าต้องขึ้นรถลงรถ เปลี่ยนป้ายรถเมล์ถึง 52 ครั้ง ถึงมาขึ้นรถเก๋งตัวเองแล้วกลับบ้าน วิธีการกระทำแบบนี้ทำได้ ถ้าไม่ได้ดูหนังจนซึมลึกเข้าไป อินกับหนังเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการฝึกฝน ผ่านการเรียนรู้ ผ่านการแลกเปลี่ยน แม้แต่การทำระเบิดก็ตามแต่ไม่มีความชำนาญก็ทำไม่ได้ คนเสื้อแดงฝึกทำระเบิดพลาดพลั้งตายเสียหายทั้งตึกที่สมานเมตตาแมนชั่นจำได้ไหมครับ พังทั้งตึก หรือในช่วง กปปสชุมนุมก็เช่นเดียวกันเลย ที่ไประเบิดไปป์บอมที่มีนบุรี นั่นก็ฝึกทำทั้งนั้นแล้วเกิดความพลาดพลั้ง ทีนี้พูดแบบนั้นแค่นี้หรือ สนธิญาณไปฟันธงแล้วว่าอยู่ในขบวนการปฏิบัติ ท่านผู้ชมจะต้องฟังเสียงอันนี้ก่อนครับ เสียงนี้เป็นเสียงของนายวัฒนา แม้จะไม่ได้ระบุตัวแต่เสียงน่ะใช่ชัดเจนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ โทรเข้าไปได้รายการวิทยุที่ชื่อไฟเย็น

 

บุญระดม : ของกลุ่มสหพันธรัฐไทที่ลาว

 

สนธิญาณ : คือกลุ่มโกตี๋ กลุ่มสหพันธรัฐไทที่คุณบุญระดมพูด เดี๋ยวเราจะได้เห็นรายละเอียดกันให้ท่านผู้ชมลองฟังเสียงดูก่อนว่า นายวัฒนาพูดอะไรว่าอย่างไร

 

บุญระดม : ไปฟังกันเลยค่ะ

 

(คลิกเสียงนายวัฒนาในรายการไฟเย็น)

 

บุญระดม : เอาล่ะค่ะ ท่านผู้ชมคงจะได้ฟังเสียงเสียงไปแล้ว เป็นเสียงของนายวัฒนาที่โฟนอินเข้าไปในรายการ ซึ่งปกติแล้วรายการนี้จะเป็นรายการที่ออกอากาศผ่านทางยูทูปเป็นรายการวิทยุใต้ดินที่จัดโดยกลุ่มสหพันธรัฐไท และจะติดต่อสหายผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ให้บรรดาแฟนคลับของเขาที่อยู่ในประเทศไทยโทรศัพท์เข้าไปและพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ทางด้านการเมือง

 

สนธิญาณ : ทีนี้เสียงดูที่ท่อนปลาย พูดเรื่องที่จะลอบสังหารผู้นำ ถึงขนาดบอกว่า "นักข่าวระวังตัวนะ พลาดพลั้งจะโดนนักข่าว แต่ยังไม่สำคัญเท่ากับเสียงท่อนสุดท้ายที่บอกว่า เราพร้อมที่จะทำเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น องค์การสหพันธรัฐเราจะรวมตัวกันอีกทีในแต่ละพื้นที่ เราจ้องๆกันอยู่ ไม่ใช่ว่าดวงดี แต่โอกาสเราจะไม่พร้อม" ย้ำนะครับ เสียงนายวัฒนาที่พูดในรายการไฟเย็นดังกล่าวนี้ พูดถึงเรื่องคำว่าสหพันธรัฐ ทีนี้พอพูดถึงเรื่องสหพันธรัฐผมก็ต้องย้อนรอยกลับไปที่เหตุการณ์หนึ่งให้ท่านผู้ชมได้ทบทวนกันดู เหตุการณ์นั้นก็คือ การขว้างระเบิดที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2558 หลังจากที่ คสช. ได้เข้ามายึดอำนาจแล้ว คนไปขว้างชื่อนายมหาหิน ขุนทอง หลังจากความปั๊บก็จับตัวได้ทันที ยิงระเบิดกันที่หน้าศาลอาญา นายมหาหินเป็นคนมาสารภาพว่า ตัวเองอยู่ในกลุ่มจัดตั้งใต้ดินกลุ่มหนึ่งมีประมาณ 10 คน พูดได้ศึกษากันถึงเรื่องประชาธิปไตยแนวใหม่ เพื่อต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสหพันธรัฐ เห็นไหมครับ ไม่เพียงเท่านั้นนายมหาหินยังย้ำอีกว่าพวกเขามีภารกิจก็คือการที่ต้องวางระเบิดทั่วทั้งประเทศให้ได้ 100 จุด ไปฟังเสียงของนายมหาหินดู

 

(คลิปนายมหาหินสารภาพ มีองค์กรเคลื่อนไหว เพื่อเปลี่ยนระบบการปกครอง)

 

สนธิญาณ : เห็นไหมครับ มาต่อเนื่องเชื่อมโยงกันได้อย่างไร คำว่าสหพันธรัฐ หรือสหพันธรัฐไทย นั่นคือเหตุการณ์เมื่อปี 2558 หลังจากนั้นโกตี๋ก็มาประกาศให้สาธารณชนรู้ว่าองค์กรของตัวเองที่จะต่อสู้ ก็เพื่อที่จะก่อตั้งสหพันธรัฐ และเสียงของนายวัฒนาก็พูดเรื่องของสหพันธรัฐ ตรงกันโดยบังเอิญหรือครับก็ไม่ใช่ นี่คือการทำงานขององค์การปฏิบัติต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศเป็นองค์การใต้ดินที่ถูกจัดตั้งขึ้น และไม่ได้เพิ่งจะถูกจัดตั้งขึ้น เพียงแต่ได้ปรากฏขึ้นให้สาธารณชนได้รับรู้ก็เพราะการปฏิบัติการที่ผิดพลาดและเกิดการจับได้ เพราะฉะนั้นในวันนี้เวลาเกิดประเด็นเหล่านี้ขึ้น ทุกคนก็จะพยายามี่จะปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน ผมเรียนนะครับแกนนำคนเสื้อแดงก็จะบอกว่า เรายืนยันแนวทางด้วยสันติวิธี นี่เป็นระดับเบสิคพื้นฐานทั่วไป แม้แต่ตัวโกตี๋เองหลังจากที่มีการจับกุมวัฒนาได้ก็บอกว่าอย่าเอามาโยงนะ ทำไมล่ะครับ ก็เพราะการที่เอาระเบิดไปวางในโรงพยาบาลไม่ใช่วิสัยการต่อสู้ทางการเมือง ไม่มีที่ไหนเขาทำ นี่เป็นความเลวร้าย แต่โกตี๋รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจ เพราะเสียงที่พูดคุย การเชื่อมโยงกันรู้กันอยู่แล้ว แต่ยอมรับเป็นพวกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ณ ตรงนี้ผมถึงจะสรุปและฟันธงให้ท่านผู้ชมได้ชัดเจนเสียก่อนว่าวันนี้ประเทศเรามีขบวนการปฏิวัติใต้ดินที่พร้อมจะก่อเหตุความรุนแรงขึ้นเสมอ ส่วนเป็นมาอย่างไร ผมจะแจกแจงให้ฟังเบรคหน้า

 



 

 

 

บุญระดม : กลับมาในช่วงที่สองของรายการสนธิญาณฟันธงตรงประเด็น เมื่อเบรกแรกตามกันไปแล้วถึงที่มาที่ไปของนายวัฒนา ภุมเรศ มือระเบิดที่เข้าไปเกี่ยวโยงกับกลุ่มสหพันธรัฐไท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นมาอย่างไรถึงเข้าไปเกี่ยวโยงและลงลึกในส่วนของสหพันธรัฐได้ มาพูดคุยกันต่อค่ะกับทางคุณสนธิญาณ

สนธิญาณ : เป็นแบบนี้ครับท่านผู้ชม ผมต้องเรียนว่าความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยกลุ่มที่ผมอยากจะบอกว่าไม่พอใจระบบการปกครองและระบบสังคมไทยที่เป็นอยู่ ภาษาที่กลุ่มคนเหล่านี้ใช้ก็คือระบบอำมาตย์ครอบงำสังคมไทย ระบบที่ทำให้ประชาธิปไตยของพวกเขาไม่แบ่งบาน ภาษานี้เขาใช้กันอย่างนี้ ตั้งแต่วันที่ศัพท์เหล่านี้เกิดขึ้น ระเบิดเกิดขึ้นแล้วในเมืองไทยนับห้วงระยะเวลามาประมาณ 11 ปี เกือบ 50 ครั้ง ที่ก่อเหตุระเบิดในเมืองไทยมา ครั้งแรกเริ่มขึ้นที่เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2549 ที่หน้าบ้านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ทำไมครับ พลเอกเปรม รัฐบุรุษ ท่านประธานองคมนตรีของสองแผ่นดิน อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทำคุณให้กับแผ่นดินอย่างมากมาย ทำไมถึงโดนระเบิดจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลแรก ก็เพราะพลเอกเปรมคือผู้ที่ถูกทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ความหมายในขณะนั้น ทักษิณกำลังมีอำนาจแบ่งบานอย่างเต็มที่ในประเทศไทย ขบวนการการต่อสู้ชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาขับไล่ทักษิณ ทักษิณก็ไปตั้งข้อสังเกตว่า พลเอกเปรมเข้ามามีส่วนในการอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่ นั่นจึงทำให้ระเบิดการเมืองในยุคสมัยนี้เกิดขึ้นเป็นลูกแรก พร้อมทั้งมีเอกสารและข่าวสารที่ออกมาโจมตีพลเอกเปรมอย่างมากมาย หลังจากนั้นไม่กี่วันทักษิณก็ถูกรัฐประหาร หลังรัฐประหารทักษิณไม่ได้กล่าวหาเฉพาะพลเอกเปรมแล้วก้าวล่วงไปถึงสถาบันระดับสูงเสียด้วยซ้ำไป ที่ผมเรียนก็คือคลิปเสียงเมื่อการชุมนุมของพลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ตอนชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วเอาเสียงที่บอกว่าเป็นเสียงคล้ายคุณทักษิณกล่าวโจมตีสถาบันระดับสูง ด้วยเหตุผลนี้เป็นเหตุผลหลักที่หลังจากการรัฐประหารหลักของ คมช. แล้ว กลุ่มที่ต่อต้านในระบบอำมาตย์ในความหมายหรือภาษาของเขาก็เริ่มก่อรูปก่อตัวกัน หลังจากนั้นทักษิณได้กลับมาประเทศไทย ดูคล้ายๆ อาการสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะรัฐบาลคุณสมัครชนะการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคของคุณทักษิณดันคุณสมัครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่กี่วันคุณทักษิณต้องหนีออกนอกประเทศ เพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองตัดสินในคดีที่ดินรัชดาให้จำคุกสองปี หลังจากนั้นจึงเกิดกระบวนการการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศขึ้น เพราะคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แทนคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขบวนการเสื้อแดงจึงเกิดขึ้นครั้งแรกที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ขอให้ทักษิณกลับบ้าน อันนี้ล่ะเป็นประเด็นสำคัญเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง ปรากฏว่ายังไม่มีใครเสียชีวิตในการชุมนุมปี 2552 การสลายการชุมนุมจึงเกิดขึ้นและยุติไป มีการชุมนุมใหม่ในปี 2553 ก่อนที่จะมีการชุมนุม อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้พาคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมาชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก วันนั้นครับคือวันประกาศว่า วันนี้การต่อสู้สามแนวทางได้ครบถ้วนแล้ว เมื่อก่อนเรามีแต่พรรคการเมือง มีมวลชน วันนี้มีกองกำลังติดอาวุธเกิดขึ้นแล้ว อริสมันต์มาพูดในวันที่ 29 มกราคม 2553 นั่นก็คือช่วงระยะเวลา นับตั้งแต่ เมษายน - ช่วงระยะเวลาดังกล่าว คือการกลับไปฟูมฟักกองกำลังติดอาวุธขึ้นมา แต่กองกำลังติดอาวุธนี้ยังไม่ได้ติดอาวุธทางความคิดในแง่ของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ระบบใหม่ ต้องการที่จะเข้ามาปฏิบัติการในการชุมนุมปี 2553 เพื่อให้เกิดคนเสียชีวิต ตอนนี้ชัดเจนเลยสร้างสิ่งที่เรียกว่า พฤษภาโมเดล คือ มีทหารกับประชาชนปะทะกัน เข่นฆ่ากัน ก็เตรียมกองกำลังติดอาวุธมา ดังที่ได้เห็นภาพในวันที่ 10 เมษายน 2553 และการชุมนุมในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ที่คนเสื้อแดงร่ำร้องนักหนาว่าถูกทหารเข่นฆ่าเสียชีวิต 100 ศพ หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นการแตกพ่ายไปในการชุมนุมหลังปี 2553 ทั้งแกนนำระดับหนึ่ง ทั้งกองกำลังติดอาวุธระดับหนึ่ง ทั้งมวลชนระดับหนึ่งก็ไปออกเอกสารขึ้นมาฉบับหนึ่ง ทำการศึกษา เอกสารดังกล่าวชื่อว่าวิทยานิพนธ์คนเสื้อแดง ระบุชัดว่าเอกสารศึกษาชุดนี้ "1.ตัวตนคนเสื้อแดงที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม จาก 12 มีนา ปักใจมาต่อสู้ 19 พฤษภา หัวใจจึงไม่ยอมแพ้, แพ้ศึกแต่ชนะสงคราม บทเรียนจากบาดแผล จากความตาย ย้ำรอยแค้น, เราจะสู้อย่างไร ด้วยอะไร เป้าหมายแค่ไหนจึงชนะ 5 ประสาน 1 เป้าหมาย" เอกสารที่เรียกว่าวิทยานิพนธ์คนเสื้อแดงได้ทำการแจกจ่ายไปอย่างมากมาย ศึกษาพูดคุยกัน 5 ประสานที่พูดคือ ได้แก่ "1.พรรคการเมืองกับสภาผู้แทนราษฎร 2.กลุ่มพลังมวลชน ที่เดินตามแนวทางสันติวิธี 3.ด้านการสื่อสารมวลชน 4.ด้านต่างประเทศ 5.กองกำลังฝ่ายประชาชน ก่อนที่จะว่ารุนแรงไปไหม ให้ถามตนเองก่อนว่า "ประชาชนมีสิทธิปกป้องชีวิตตนเองไหม" การต่อสู้ 2 ครั้งที่ผ่านมา ประชาชนถูกยิงตาย... ... ดังนั้นเราจะต้องสู้ เราจะต้องเรียนรู้ให้มีความเป็นบ้าง พัฒนาเทคนิคและยุทธวิธีได้เราจะใช้ "เล็ก" มาล้ม "ใหญ่" ใช้คนน้อยมาสร้างความเสียหายบั่นทอนจิตใจของทหารและกองทัพ...  ...ต้องเรียนรู้เหตุการณ์ 10 เมษา 53 ..ชายชุดดำเพียงไม่กี่คนยังยันทหาร 6 มื่นคนเอาไว้ได้" ตรงนี้สำคัญครับที่ผมกำลังจะอ่าน "...การปฏิเสธแนวทางนี้เป็นการปฏิเสธความจริงที่ต้องเผชิญ" แปลว่า ใครปฏิเสธแนวทางการต่อสู้ด้วยความรุนแรงถือว่าไม่ยอมรับความเป็นจริง ดังนั้นกระบวนการการต่อสู้ดังกล่าวจึงก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้น แต่การก่อเป็นรูปเป็นเรื่องเมื่อกี้ 5 แนวรบ คือสู่ 1 เป้าหมาย ซึ่ง 1 เป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายที่ไม่ใช่การแค่เอาทักษิณกลับบ้าน
 
บุญระดม : เป้าหมายเปลี่ยนแปลง
 
สนธิญาณ : เป้าหมายนำพาไปสู่สิ่งที่เขาสรุปว่า ต้องเปลี่ยนแปลงสังคมเท่านั้น ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงสังคม ไม่มีทางเลยที่เขาจะสามารถได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
 
บุญระดม : แต่ทีนี้อย่าลืมว่า ในกรณีของนายวัฒนาก็ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2550
 
สนธิญาณ : ถูกครับ แต่การก่อเหตุถึงเรียนว่า การที่นายวัฒนาสารภาพว่าทำตั้งแต่ปี 2550 ก็คือรูปการณ์ที่เรียนว่าการวางระเบิด การก่อความรุนแรงก่อขึ้นมาประมาณ 50 ครั้ง คือเริ่มต้นจากการที่ตอบโต้โดยไม่มีทิศไม่มีทาง ต้องใช้ความรุนแรงต้องตอบโต้ต้องกระทำ แต่หลังปี 2553 เรียกว่าเป็นการจัดขบวนทัพที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และขบวนทัพที่ว่าไม่ได้เป็นขบวนทัพปกติ แต่เป็นขบวนทัพสในการจัดรูปการณ์แบบองค์กรปฏิวัติใต้ดิน ฉะนั้นคือการจัดตั้งเป็นองค์กรลับๆ เป็นโครงข่ายเรียกว่ารวงผึ้ง ไว้ต่อเนื่องพูดคุยติดต่อเชื่อมโยงกัน แต่ละกลุ่มจะรู้จักกันเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นกรณีที่มีการจับกุมขึ้นก็เท่ากับตัดตอนออกไปทันที จัดได้เฉพาะคนที่จะก่อเหตุเท่านั้น เพราะฉะนั้นการก่อเหตุของนายวัฒนาที่บอกว่าทำตั้งแต่ปี 2550 ทำแล้วไปพูดกันคุยกันในหมู่คนเสื้อแดงไหม ก็ต้องไปพูดไปคุยกัน หลังจากที่ไปพูดไปคุยถึงจัดทางกันได้ว่าใครเป็นใคร แล้วหลังจากนั้นมีการประสานจัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้น เรียกว่าจากไร้รูปการณ์มาสู่การมีรูปการณ์เพื่อที่จะขับเคลื่อนขบวนการปฏิวัติไปสู่เป้าหมาย
 
บุญระดม : เอาล่ะค่ะทีนี้เมื่อเรารู้ถึงที่มาที่ไปกันแล้ว กับคำว่าสหพันธรัฐ และได้เรียนรู้ถึงวิทยานิพนธ์คนเสื้อแดงด้วย ซึ่งถือว่าเป็นแกนหลักสำคัญเลยทีเดียวแกนหนึ่งที่นำมาสู่การก่อเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา เดี๋ยวเรามาลงลึกกันต่อในช่วงหน้า

 



 

 

 

บุญระดม : เบรกเมื่อก่อนหน้าพูดถึงแนวทางในการต่อสู้ของบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงที่เขามีวิทยานิพนธ์คนเสื้อแดงออกมา ซึ่งเป็นแนวทางและการต่อสู้ที่จะเคลื่อนไหวที่ก่อเหตุความรุนแรง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศ เพราะฉะนั้นมาช่วงนี้เบรกสุดท้ายแล้วค่ะคุณสนธิญาณ เราจะมาฟันธงตรงประเด็นกันต่อว่า พวกเขาเหล่านี้จะเดินกันไปต่อในรูปแบบอย่างไร
 
สนธิญาณ : แนวทางของพวกเขา วันนี้เดินไปสู่ความล้มเหลวและพ่ายแพ้อย่างเดียว
 
บุญระดม : ทำไมคะ
 
สนธิญาณ : จะไม่ล้มเหลวและพ่ายแพ้ได้อย่างไรครับ ผมเรียนนะครับว่าพวกเขามีความหวังมากก่อนหน้านี้อยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาบอก 5 แนวรบที่เขาวาง พรรค รัฐสภา เดินแนวทางสันติ การสื่อสารมวลชน ทำงานขยายผลจากทางด้านข่าวสาร ต่างประเทศ และกองกำลังติดอาวุธ เรามาดูเรื่องการต่อสู้ระดับประเทศ เราจะได้ยินมาตลอดพวกเขาจะพูดเรื่องโลกล้อมประเทศ แล้วดำเนินการเคลื่อนไหวไปติดต่อล็อบบี้วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาให้เคลื่อนไหวก่อนหน้านั้นก็ไปจ้างทนาย สร้างกระแสเชื่อมโยงให้เห็นว่าประเทศไทยย่ำแย่ อำมาตย์ กองทัพครอบงำประเทศ ไม่สร้างประชาธิปไตย พร้อม ๆ กับกองกำลังติดอาวุธก็เดินอย่างลับๆ มาโดยตลอด ผมบอกว่าระเบิดที่เกิดขึ้น เขาแล้วแต่จะมาใช้ช่วงไหน ตอนที่ตัวเองเป็นรัฐบาลก็ไว้มายิงมาขว้างมาทำร้ายฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลของตัวเอง
 
บุญระดม : คุณสนธิญาณกำลังจะบอกว่า การก่อเหตุระเบิดทั้งหมดเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน และในกรณีของนายวัฒนาด้วย
 
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ และต้องพูดถึงกองกำลังหรือองค์กรลับที่ว่า จะมีสิ่งที่เราเรียกว่าจัดตั้งอยู่ข้างบน เรียกว่าผู้บงการ เป็นหน่วยบัญชาการในการภาพทุกภาพในการต่อสู้และดึงการต่อสู้ของพวกเขามาเดินให้ต่อเนื่อง ต่างประเทศคนที่เป็นหัวหอกสำคัญคนหนึ่งคือนายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งออกไปเคลื่อนไหวตลอดมา หลังจากนั้นก็มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปจัดตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวรุกโลกล้อมประเทศ ความคาดหวังของพวกเขาถ้าตามวิทยานิพนธ์คนเสื้อแดงเขาบอกว่า ใช้กองกำลังข้างน้อยยันทหารเวลาเกิดเหตุจุดไฟสงครามกลางเมืองขึ้นมาได้ เหมือนกับคราวเมื่อเกิดพฤษภา53 หากมีการปะทะมีการยิงหวังว่าเมื่อทหารเข้ามารัฐประหารจะเกิดบรรยากาศแบบนี้ สหรัฐก็จะยกกองกำลังเข้ามาช่วยรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย จักรภพวิเคราะห์เรื่องนี้เอาไว้ตลอดเตรียมการถึงขนาดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์กำลังถูกประท้วง กปปส ในเดือนมกราคม 2557 ก่อนที่ทหารจะเข้ามายึดอำนาจ จักรภพเตรียมการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเพียงแต่ยิ่งลักษณ์ ทักษิณไม่เชื่อแนวทางจักรภพ หรือยังเชื่อมั่นในแง่ว่าตัวเองยังควบคุมและเอากองทัพอยู่ ไม่เชื่อในแนวทางนี้ จักรภพบอกชัดเจนเลยว่าต้องตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นไว้เลย เกิดรัฐประหาร รัฐบาลพลัดถิ่นออกมาเคลื่อนไหวดำเนินการทันที แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น มาเจอสิ่งที่ผมเรียนย้ำว่าวันนี้ที่บอกว่าการต่อสู้พวกนี้ล้มเหลวแล้ว ก็หลังจากที่ เกล็น เดวี่ส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คนล่าสุดเปลี่ยนท่าที เมื่อก่อนเยี่ยมเยือนคนเสื้อแดง เยี่ยมเยือนสื่อเสื้อแดง เชิญคนเสื้อแดงมาสังสรรค์พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด มีปัญหาเรื่องที่ทางการไทยดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดตามมาตรา112 กดดันชี้อยู่ตลอดเวลาว่าประเทศไทยจะต้องเลือกตั้งเป็นอันดับแรกถือเป็นเรื่องสำคัญ เปลี่ยนท่าทีอย่างไร กลับมาเที่ยวนี้ปรองดองก่อนเลือกตั้งไว้ที่หลัง นั่นหมายความว่าสหรัฐอเมริกาโดย  เกล็น เดวี่ส์ ซึ่งเราเห็นชัดเจนว่าเปลี่ยนท่าทีหันมาหนุนแนวทางพลเอกประยุทธ์ จะด้วยเหตุผลการเดินเกมทางการเมืองระหว่างประเทศของพลเอกประยุทธ์ หรือทรัมป์ต้องการเปลี่ยนนโยบายที่มาต่อประเทศไทยก็ตามแต่ แต่วันนี้ไปดับฝันของพวกนี้ทั้งหมดแล้ว
 
บุญระดม : ในเมื่อดับฝันทีนี้บรรดากลุ่มที่เคลื่อนไหวต่าง ๆ เดินอย่างไรต่อ
 
สนธิญาณ : ก็จะคล้ายๆ กับมดแตกรัง สิ่งที่ผมเรียนคือสิ่งที่จะต้องระมัดระวัง ทางการไทยหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหารต้องระวัง จะเกิดกรณีแบบวัฒนามากขึ้น
 
บุญระดม : คือเหมือนหน่วยบู๊ที่มักจะใช้กันอยู่ในช่วงนี้
 
สนธิญาณ : คือคำว่าใช้หมาป่าเดียวดาย คือเป็นการสร้างภาพเพื่อที่จะให้นานาชาติเห็นว่า ไม่ได้เกี่ยวกับขบวนการปฏิวัติ ประชาชนคนไทยเขาไม่พอใจ เขาจึงออกมาต่อสู้ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ แต่อีกด้านหนึ่งก็เหมือนการปลุกเร้าเครือข่ายพวกเขา ความจริงลำบาก โกตี๋บอกว่าวันนี้หนีมาอยู่เมืองไทยแล้ว เคลื่อนไหวจากอีสานใต้สู่เหนือ จากเหนือสู่อีสานใต้ สร้างความพร้อมของมวลชน ข้าราชการระดับล่างวันหนึ่งเพื่อที่จะรอการลุกฮือ ความจริงวันนี้ไม่ใช่เลยยังอยู่ในประเทศลาว ยังออกอากาศเหมือนเดิม เพียงแต่ถ้าบอกว่ายังอยู่ในประเทศลาว ทางการไทยก็กดดันไปที่รัฐบาลลาว ลาวก็อึดอัด แต่แบบนี้ประเทศลาวก็จะอ้างได้เหมือนกันว่า ไม่ใช่เพราะโกตี๋บอกเองว่าหนีเข้ามาอยู่เขตแดนไทย อยู่ไม่ได้หรอกครับเขตแดนไทย ต่อให้เก่งขนาดไหนไม่มีทางหลุดรอดเจ้าหน้าที่ได้ ในขณะที่ปัจจุบันเครือข่ายระบบการสื่อสารการสอดส่องไปถึงหมด แต่ถ้าโกตี๋มาทำแบบเหมือนสงครามจรยุทธ์ พรรคคอมมิวนิสต์อยู่ในป่ากินหัวเผือกหัวมันนั่นก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นยิ่งบอกว่าขุดหลุมฝังได้เลยการต่อสู้แนวทางนี้ วันนี้บอกได้ว่าแนวรบทุกแนวรบล้มเหลวแล้ว เหลือที่จะต้องระมัดระวังก็คือแนวทางการก่อความรุนแรงอย่างสะเปะสะปะ ทำไปเพื่อความสะใจ เพื่อตอบสนองอารมณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่บอกว่า ถ้าผมอยู่ไม่มีความสุข คุณก็ต้องอยู่อย่างไม่มีความสุข นี่ล่ะครับคือสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ทีนี้หน่วยงานความมั่นคงในขณะนี้ไม่ใช่มาสอนมาสั่งหรอกครับ ท่านก็คงทำงานดีอยู่แล้ว แต่ในฐานะคนๆ หนึ่งที่มีประสบการณ์ตรงเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ในการทำงาน องค์กรใต้ดินองค์กรปฏิวัติ ก็อยากจะเตือนให้ท่านเอาจริงเอาจังในการที่จะควานหาเครือข่ายโยงใยเพื่อที่จะไปถึงตัวจัดตั้ง เพื่อที่จะเกาะไปที่ละข้อต่อ และจัดการในการที่จะจัดกุมหรือดำเนินคดีกับกลไกของการจัดตั้งดังกล่าวเสีย และอีกประการหนึ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ คสช. และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ต้องระมัดระวัง ก็คือกรณีการดำเนินการของฝ่ายทหารเมื่อส่งคดีไปทางฝ่ายตำรวจ ผมถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ขอให้พลเอกประยุทธ์จำบทเรียนอันสำคัญไว้สำหรับบทเรียนของมือที่ยิงอาร์พีจีใส่วัดพระแก้ว โดนจับได้หลักฐานชัดเจนฝ่ายทหารเข้าไปดำเนินการ แต่เมื่อเรื่องไปอยู่ในมือของพนักงานสอบสวน ศาลฎีกายกฟ้องนะครับคดีนี้ อันนี้ศาลต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ระบบศาลบ้านเราเป็นแบบนั้น การทำสำนวนต้องระมัดระวัง ผมเห็นภาพหลังการจับกุมนายวัฒนามาแถลงข่าวและรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ นายวัฒนาสามารถที่จะกระซิบกระซาบข้างหูกับ ผบ.ตร. ได้ ผบช.น. เดินเข้ามากอดผู้ต้องหาวางระเบิดในโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกรักใคร่อย่างกับญาติสนิทมิตรสหาร ในขณะที่พฤติกรรมนายวัฒนาไว้หน้า ผบ.ตร. ไหมครับ ขนาดกำลังแถลงข่าวอยู่หน้าผู้สื่อข่าวยังคว้าไมค์มาด่าพลเอกประยุทธ์ได้เลย ผมจะสรุปง่ายๆ ว่าอย่างไรก็ตามแต่ จบในเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ผมยืนยันว่าเกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสิ้นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่มาจากอำนาจในการรัฐประหาร ก่อนที่จะมีรัฐบาลเลือกตั้ง พลเอกประยุทธ์ต้องปฏิรูปให้สำเร็จ ไม่สำเร็จไม่ได้ครับ เลือกตั้งพรรคการเมืองที่ชื่อว่าพรรคเพื่อไทยชนะแน่นอน ตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ไม่รู้ แต่เขายังรอความหวังอยู่เหมือนเดิม และความพลิกผันของคดีอย่างที่ผมยกตัวอย่าง คือคดียิงระเบิดใส่วัดพระแก้วก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง บ้านเมืองไม่มีทางสงบเรียบร้อยหรอกครับ ถ้าท่านไม่จัดการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
บุญระดม : เอาล่ะค่ะคุณผู้ชมคะ ก็คงจะสรุปและเห็นข้อมูลที่ชัดเจนกับประเด็นวันนี้ที่คุณสนธิญาณฟันธงและตรงประเด็นกันออกมากับเรื่องมือระเบิดวัฒนาไม่ใช่หมาป่าเดียวดาย แต่คือหนึ่งในขบวนการปฏิวัติ เพราะฉะนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปก็คงต้องจับตาดูสถานการณ์ต่าง ๆ กันต่อ เพราะเริ่มมีข่าวออกมาด้วยว่า บรรดาผู้ก่อเหตุนั้นเตรียมที่จะก่อเหตุใหญ่ในช่วงปลายปีนี้ แล้วช่วงนี้คุณสนธิญาณและดิฉันบุญระดม ลาคุณผู้ชมไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ

 


เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News