สนธิญาณ สดุดี"พลเอกเปรม"สามัญชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดในประเทศนี้ เพราะรับใช้ชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต!! แต่ก็ยังมีคนโจมตีอยู่ตลอ

Publish 2017-07-07 15:48:13



รายการ สดลึกจริง ช่วง "ชนุตราถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณชนุตรา เพชรมูล ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สนธิญาณ  สดุดี"พลเอกเปรม"สามัญชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดในประเทศนี้ เพราะรับใช้ชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต!! แต่ก็ยังมีคนโจมตีอยู่ตลอด เพราะคิดเอาเองว่าไปขัดผลประโยชน์พวกตัวเอง





                ชนุตรา : ย่างเข้าอายุจะ 97 ปีแล้วค่ะ แต่ยังทำงานเพื่อประเทศชาติ แล้วก็หลายๆครั้งนะคะ ท่านก็จะเน้นย้ำด้วยค่ะว่าอย่าเป็นคนโกงนะคะ พูดถึงเรื่องคนทุจริตว่าสิ่งต่างๆมันคือการปล้นชาตินะคะ คนไทยต้องรู้จักแทนคุณ ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ต่อต้านคนโกงค่ะ คุณสนธิญาณคะ

                สนธิญาณ : ท่านพลเอกเปรมเนี่ย ซึ่งได้แสดงออกนะครับ แล้วมีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาล ยังมีคนอีกกลุ่มนึงนะที่โจมตีอยู่ตลอดเวลานะครับ หยิบยกเรื่องนี้มาเนี่ย เพราะว่าจนถึงทุกวันนี้คุณชนุตรา ยังไม่เลิกเลยนะ คนกลุ่มนี้เนี่ยนะครับ พูดภาษาชัดๆให้เข้าใจง่ายๆ ใช้คำว่าคนที่อยู่ในระบอบทักษิณ ข้อหาที่เวลาพวกนี้โจมตีท่านพลเอกเปรมก็คือ เริ่มจากตัวคุณทักษิณเองเลยนะครับ แรกเริ่มเดิมทีก็โจมตีว่าท่านเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนะครับ แปลภาษาให้ง่ายเนี่ยนะครับว่า เป็นคนที่ไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญน่ะ เป็นผู้ที่สร้างบารมีขึ้นมา เหตุผลที่ออกมาโจมตีแบบนี้เพราะอะไรรู้ไหมคุณชนุตรา ก็เพราะว่าสิ่งที่พลเอกเปรมได้ปฏิบัติและทำอยู่นั้นขัดกับแนวทางที่คุณทักษิณและเครือข่ายพรรคพวกเนี่ยทำอยู่นะครับ เมื่อเป็นแบบนั้นนะครับจึงเอาพลเอกเปรมเนี่ยเป็นเป้าหมายในการโจมตี ถึงขนาดเมื่อก่อนเนี่ยไปปิดบ้านปิดช่องท่านนะ นี่คดีเดินมาถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาใกล้จะตัดสินแล้ว ไม่กี่วันข้างหน้าเนี่ยนะ เดี๋ยวเราจะได้เห็นภาพแห่งความรู้สึกกันเมื่อศาลตัดสินพิพากษาลงโทษ ศาลฎีกานะ ดังนั้นเนี่ยนะการที่สำนักข่าวทีนิวส์นะครับ ... พลเอกเปรมมานำเสนอในวันนี้เนี่ยก็เพื่อที่ว่าจะทบทวน ขยายความให้คนไทยเข้าใจว่าภายใต้วัย 97 ปีเนี่ยนะครับของท่านพลเอกเปรม คือชีวิตได้อุทิศ ... มาโดยตลอด เป็นบุคคลธรรมดาสามัญคนนึงนะครับ ย้ำนะครับเป็นคนธรรมดาสามัญคนนึง ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดในประเทศนี้ในยุคปัจจุบันนี้ ผมจะทบทวนประวัติของท่านให้ฟัง คุณชนุตรา พลเอกเปรมเนี่ยนะครับก็เป็นคนที่เติบโตมาในกองทัพแบบธรรมดาๆคนนึงเหมือนนายทหารทั่วไป ท่านเป็นนายทหารเหล่าทหารม้า สมัยก่อนคนจึงเรียกท่านว่าป๋าเปรม เรียกป๋าเนี่ยนะครับเขาเรียกว่าที่บรรดาทหารม้าเนี่ยนะครับจะเรียกผู้บังคับบัญชาหรือผู้นำเหล่าของเขานะครับ เมื่อท่านเคยเป็นผู้บัญชาการศูนย์กลางทหารม้า เขาเรียกพ่อม้า หรือศัพท์ท่านก็ใช้คำว่าป๋า ก็เรียกป๋าเปรมกัน ทุกวันไม่สามารถจะเรียกป๋าได้แล้วครับวัยขนาดท่านนะครับ ต้องเรียกคุณทวด คุณปู่ คุณตา อย่างนั้น แต่ว่าจากนายทหารม้าเนี่ยคุณชนุตรา ท่านก็ไปไต่เต้าเป็นรองแม่ทัพ แล้วก็ขึ้นเป็นแม่ทัพที่กองทัพภาคที่ 2 ในภาคอีสานนะครับ เป็นคนหนึ่งที่สำคัญยิ่งในการที่นำพาความสงบมาสู่บ้านเมือง ย้ำนะครับ ผมจะเล่าให้ฟัง คือทุกคนจะรู้กันว่าท่านพลเอกเปรมเนี่ยเป็นคนที่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่เรียกว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์ คนไทยที่ต่อสู่กันในขณะนั้น แต่ใครจะทราบว่าในความลึกซึ้งในการแก้ไขปัญหาของท่านเนี่ยนะครับเกิดจากการที่ท่านเนี่ยได้ลงพื้นที่ตอนที่ท่านเป็นแม่ทัพ การลงพื้นที่ที่ว่าเนี่ยนะครับท่านก็ไปเห็นประชาชนไปรู้จักสิ่งที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์ แล้วท่านก็รำพึงรำพันออกมา ท่านรำพึงรำพันจริงๆนะครับว่าเป๊ะ คนไทยด้วยกันเนี่ยคอมมิวนิสต์เนี่ยไม่ใช่ใครไหนอื่น เพราะฉะนั้นเนี่ยเราจะต้องทำความเข้าใจ เราจะต้องผนึกกำลังความเป็นคนไทยเข้าหากัน ใครที่คิดร้ายทำลายชาติก็ต้องแยกแยะให้ชัด แล้วบุคคลที่ร่วมกับท่านในขณะนั้นเป็นนายอำเภออยู่ชื่อนายสมภาพ ศรีวรขาน ตอนหลังก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี จากจุดนั้นล่ะครับเมื่อต่อมาท่านมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมนะครับ จนขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้เอาภาพความคิดและความพยายามในการผลักดันเนี่ยมาเป็นนโยบาย 66/23 คุณชนุตรา รู้จักกันดี แล้วก็นำพาไปสู่การคืนเมืองของคนไทยที่คิดแตกต่างกัน บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เมื่อพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือที่มานะครับ เราไม่รู้เลยครับว่าถ้าวันนี้นะครับท่านไม่ได้นำนโยบายหรือแนวทางอย่างนั้นมาใช้เนี่ยนะครับ อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเรา มาเป็นนายกรัฐมนตรีเนี่ย ผมเนี่ยเป็นผู้สื่อข่าวติดตามท่านนะ ได้รับความเมตตาจากท่านก็หลายครั้งหลายหนนะครับ ตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรมได้แก้วิกฤติ ปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่ยิ่งของประเทศชาติสองครั้ง คือการลดค่าเงินบาทและนำพาประเทศให้ก้าวพ้นจากวิกฤติมาได้ วิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของท่านนะครับ ผมคิดว่าท่านพลเอกประยุทธ์ก็น่าจะเรียนรู้อยู่ ท่านไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจหรอกครับ แต่ท่านรับฟังจากผู้รู้และตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจไปในทางที่ถูกต้อง บ้านเมืองก็ได้รับการแก้ไข ประเทศชาติสมัยพลเอกเปรมจึงพูดกันว่า ก้าวเข้าสู่ยุคของการโชติช่วงชัชวาล ตอนที่วางมือจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็สำคัญ สำคัญยังไง พรรคการเมืองเชิญท่านเป็นนายกต่อนะครับ ท่านบอกว่า พอ หลังจากเป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี พอแล้ว พวกท่านทำกันต่อ นั่นเป็นการลงจากหลังเสืออย่างสง่างาม ไม่ได้เสพติดอำนาจ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มาจากความคิดที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้ชาติบ้านเมือง หลังจากลงจากตำแหน่งนายก ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าเป็นรัฐบุรุษ แล้วก็เป็นองคมนตรี แล้วต่อมาก็เป็นองคมนตรี ต่อมาก็เป็นประธานองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนมาถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นประธานองคมนตรีอีก ผมเอาเรื่องนี้มาเล่ามาขยายความให้ฟังเนี่ยนะครับ เพื่อคนไทยจะได้รู้จักท่าน จะได้เข้าใจท่านนะครับ และอยากจะวิงวอนไปถึงคนที่ยังคิดว่าท่านในทางไม่ดีจะได้เห็นภาพนะครับว่าการที่คนๆนึงอุทิศตัวเองเพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด และครองตนอยู่ภายใต้ของคำว่าเป็นคนดีที่ท่านสั่งสอนคนอื่นเนี่ยเป็นอย่างไรนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ ประธานองคมนตรี ในสองแผ่นดิน หาคนธรรมดาสามัญที่จะได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยสูงสุด อันเป็นเกียรติสูงสุดแก่ชีวิตและวงศ์ตระกูล หาไม่ได้แล้ว ทั้งสิ้นทั้งปวงมาจากคุณงามความดีของท่านทั้งสิ้น ก็จึงเอามาเล่าทบทวนในฐานะนักข่าวที่เคยทำงาน ติดตาม และท่านก็เคยให้ความเมตตา เอาประวัติท่านมาเขียนหนังสือนะครับ จึงทำให้ผมเนี่ยรู้เรื่องและได้ซาบซึ้งในรายละเอียดของชีวิตท่านที่มีต่อแผ่นดิน


เรียบเรียงโดย

วรสิทธิ์ เกาะศิริ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News