ชัดมาก! "กม.นี้คืนความยุติธรรมให้คนไทย-ไม่ได้เช็คบิลใคร "ทักษิณ"ก็ไม่ใช่เพราะใช้กับทุกคน" รองปธ.กรธ. เผยที่มาที่ไป พรป.ดัดหลังนักการเมืองโกง

Publish 2017-07-14 18:23:28



 

ชัดมาก!! สุพจน์  ไข่มุกด์  รองประธาน กรธ. ออกมาเปิดเผยกรณี สนช.เห็นชอบร่าง พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหลายคนมองว่า ออกมาเพื่อเล่นงานใครหรือไม่ โดย รองประธาน กรธ. ยันกฎหมายนี้คืนความยุติธรรมให้คนในชาติ เพราะหากไม่ผลักดัน ไม่มีทางที่นักการเมืองจะออกกฎหมายนี้ และไม่ได้หวังเช็คบิลใคร "ทักษิณ ชินวัตร" ก็ไม่ใช่ เพราะบังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน


วันนี้ (17 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีวานนี้ "สนช."  มีมติเอกฉันท์ 176 เสียง ผ่าน พรป.วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติใหญ่กฎหมายนักการเมือง โดยให้ศาลรับฟ้องได้แม้ไม่มีตัวผู้ถูกกล่าวหา ที่สำคัญคือ ไม่ต้องนับเวลาที่ผู้ต้องหาหนีไปรวมกับอายุความที่ตัดสินแล้ว ฯลฯ โดยหลัง กม.ฉบับนี้ผ่านออกมา  มีกระแสอื้ออึงวา "สองศรีพี่น้องชินวัตร" โดยเฉพาะทักษิณนั้น ส่อกระอัก เพราะเขามีหลายคดีที่ถูกศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบ เพราะตัวเขาหนีคดีไปนั้น 


ล่าสุด ต่อกรณีนี้ นายสุพจน์  ไข่มุกด์  รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ให้สัมภาษณ์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า  เมื่อกฎหมายประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะบังคับใช้กับคดีทุจริตของนักการเมืองที่ยังอยู่ในศาล หรือคดีที่จำหน่ายคดีชั่วคราวได้ทันที โดยสามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ และไม่นับอายุความในกรณีที่นักการเมืองคนนั้นหลบหนีไป

“ยืนยันว่า เป้าหมายคือการคืนความยุติธรรมให้กับคนในชาติ ไม่ได้ต้องการเช็คบิลใคร รวมทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร เพราะกฎหมายนี้บังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน ซึ่งเป็นไปตามหลักความยุติธรรม และกฎหมายลักษณะนี้ก็มีใช้ในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ถือเป็นไปตามหลักสากล เพราะต้องยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตของนักการเมืองนั้นมูลค่ามหาศาล กฎหมายนี้ป้องกันคนโกง ไม่ได้รังแกคนดี ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจ และกฎหมายนี้บังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน ไม่ว่าใคร ถ้าโกงต้องโดนหมด” รองปธ.กรธ. ระบุ

 



โดยนายสุพจน์ ยังให้ความเห็นด้วยว่า ร่างกฎหมายลักษณะนี้ หากไม่ผลักดันให้เกิดขึ้น เชื่อว่าเมื่อมีนักการเมืองจะไม่สามารถออกกฎหมายลักษณะนี้ได้ เพราะนักการเมืองคงไม่ยอม แต่หากนักการเมืองเข้ามาแล้วจะแก้ก็ไม่มีปัญหา หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายประชาชนจะเห็นว่าทำเพื่อประโยชน์ของใคร

 

ทั้งนี้  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังกฎหมายดังกล่าวผ่าน "สนช." ด้วยมติเอกฉันท์ 176 เสียงก็ได้รับความสนใจจากสังคมในทันที หลายคนบอกว่า นี่ถือเป็นหนึ่งในการปฏิรูปทางการเมือง เพราะจะได้จัดการนักการเมืองขี้โกง แล้วชอบหนีออกต่างประเทศ

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News