สรุปลำดับเหตุการณ์ "ฆ่ายกครัว 8 ศพ" ตั้งแต่ต้น จนถึงความคืบหน้าล่าสุด ... เนื้อหาครบ ชัดเจนทุกประเด็น

Publish 2017-07-15 08:57:56



        จากกรณี คนร้ายได้สังหารโหด 8 ศพ ครอบครัวผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์และสถานการณ์ จึงขอสรุปเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

วันที่ 10 กรกฎาคม 2560

เวลาประมาณ 16.00 น. มีกลุ่มคนร้ายเป็นชายประมาณ 6-7 คน ใช้ยานพาหนะ 2 คัน แต่งกายชุดลายพรางคล้ายทหาร พร้อมอาวุธเจ้าไปในบ้านที่เกิดเหตุ ทำทีเจ้ามาตรวจค้นบ้าน โดยไม่ให้ออกไปไหน

เวลาประมาณ 20.00 น.ผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน ได้กลับมาที่บ้านจึงถูกควบคุมตัวใส่กุญแจมือและปิดหน้า
เวลาประมาณ 24.00 น. กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิง ทุกคนที่อยู่ในบ้านและได้หลบหนีโดยได้นำรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนเทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของเจ้าของบ้านไปด้วย หลังจากนั้น รพ.อ่าวลึก ได้รับแจ้งเหตุ

ร.ต.อ สุวิทย์ แก้วปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ หน่วยกู้ภัยอ่าวลึก และหน่วยกู้ภัยคลองหิน เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
จากการตรวจสอบภายในบ้านพบผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งหมด 11 ราย ซึ่งมีผู้ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 คน ได้แก่
1.นางดวงพร สังหลัง
2.นายสุริยา สังหลัง
3.นายสุทธิพงศ์ พริกดำ
4.ด.ญ เพรชดาว สังหลัง
5.น.ส.แอนนา บุตรเติบ
6.ด.ญ กิ่งเทียน สังหลัง
 

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 5 ราย คือ
1.นางอัญชลี บุตรเติบ
2.ด.ญ แพรไหมทอง สังหลัง (เสียชีวิตที่โรงพยาบาล)
3.ด.ญ รัญชิดา พริกดา
4.ด.ญ รยิดาน์ พริกดำ
5.นายวรยุทธ เจ้าของบ้าน ถูกนำตัวส่ง รพ.อ่าวลึก แต่มีผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมทั้งตัว นายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน
 
รวมเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 8 ราย โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่นั้นมีบาดแผลโดนยิงบริเวณศีรษะทั้งสิ้น

ส่วนปมการสังหารตำรวจมุ่งไปที่ประเด็นความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ซึ่ง นายวรยุทธ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องไล่ที่ชาวบ้าน ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ในการต่อสู้ชั้นศาล ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสกัดกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป



วันที่ 11 กรกฎาคม 2560

พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กระบี่ ตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนโดยมี รอง ผบก.ภ.จว., ผกก.สภ.อ่าวลึก และ ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ บุกยิงยกครัวบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง จนมีผู้เสียชีวิตรวม 8 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน


 
เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กระบี่ เข้าพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะทำงานเพื่อประชุมแนวทางในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เปิดเผยว่า ยังไม่มีการตั้งประเด็นการสังหารว่าเกิดจากสาเหตุใด อีกทั้งยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการสืบสวน เพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี แต่ได้กำชับให้ทุกคนเร่งประสานการทำงานร่วมกับสำหรับคลี่คลายคดี โดยเฉพาะการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เช่น ลายนิ้วมือ ปลอกกระสุนปืน หรืออาวุธที่ใช้ เพื่อตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปจากไหน เนื่องจากคดีดังกล่าวค่อนข้างเป็นเหตุการณ์อุกอาจสะเทือนขวัญ
 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ให้ข้อมูลว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานไว้หมด และอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ไม่ใช่อาวุธ สงคราม ทั้งนี้ต้องรอสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ 3 ราย ซึ่งตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนการผ่าพิสูจน์ ต้องรีบดำเนินการ
 
เวลาประมาณ 14.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เเละ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป จะลงไปจ.กระบี่ ติดตามคดีนี้เอง
โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินฟอกเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จาก บน. 6 ไปยัง จ.กระบี่ เพื่อตรวจดูการคลี่คลายคดีนี้ด้วยตัวเอง
 
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ไปตรวจบ้านที่เกิดเหตุก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งใช้เวลาเดินดูอยู่นานประมาณ 15-20 นาที ก่อนเปิดเผยว่าขณะนี้ตำรวจยังคงไม่ฟันธงประเด็นใดๆ ตอนนี้ต้องรวบรวมข้อมูลนำไปประชุมสรุปผลกับตำรวจในพื้นที่เสียก่อน แต่เบื้องต้นคนร้ายทำงานแบบแยบยล โดยเก็บหลักฐานทั้งปลอกกระสุนปืนและฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ไม่ให้ตำรวจติดตามได้ ทั้งนี้ตอนเกิดเหตุมีรถ 2 คันขับมาส่งมือปืนที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่ชายฉกรรจ์ 6-7 คน จะใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ขับออกไปตอนขากลับ

มีการตั้งประเด็นสังหารไว้ 3 ประเด็นด้วยกัน คือเรื่องความขัดแย้งเรื่องที่ดินสาธารณะ ความขัดแย้งเรื่องการสร้างโรงโม่หิน และสุดท้ายปมเรื่องชู้สาว เพราะเท่าที่ทราบผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี จึงมีหญิงสาวมาติดพันประมาณ 2 คน โดยเป็นคนในพื้นที่และอยู่ใน จ.สิงห์บุรี


เจ้าหน้าที่ได้ภาพสเก็ตช์คนร้ายแล้ว 1 ราย โดยเป็นชายสวมหมวก และภาพนี้ก็ได้ส่งมอบให้กับ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว


มีการตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดเกือบทั้งหมดไม่สามารถใช้การได้ คล้ายกับโปรแกรมกล้องวงจรปิดถูกแฮก นอกจากนี้ชุดสืบสวน ยังเปิดเผยด้วยว่า ทีมสังหารครอบครัวนายวรยุทธ ยังได้ถอดฮาร์ดดิสก์บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านเกิดเหตุร่วม 10 ตัวไปด้วย

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดชุดสืบสวนระดับพระกาฬ นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิ อำนวยชัย รองผกก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.5 บก.ป. ลงพื้นที่ทันที ซึ่งแต่ละคนนั้นมีผลงานในการสืบสวนและคลี่คลายคดีใหญ่ระดับประเทศมาแล้วทั้งหมด
โดย พล.ต.ท.ธเนตร์ ยืนยันว่า ภาพที่ปรากฎอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ ไม่ใช่ภาพสเก็ตซ์หนึ่งในคนร้ายของคดีนี้ ทั้งนี้ หากมีภาพที่แท้จริงเมื่อไหร่ จะนำแจ้งให้ทราบทันที ในส่วนของการทำงานนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความคืบหน้าไปมากแต่เปิดเผยไม่ได้ ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งในเรื่อง การบุกรุกที่สาธารณะ กรณีโรงโม่หิน ประเด็นชู้สาว และเรื่องยาเสพติด
นอกจากนี้ ยังมีการสั่งการให้มีการคุ้มครองพยาน ซึ่งขณะนี้ทั้งกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทหารและฝ่ายปกครองดูแลอย่างเต็มที่ เพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะให้ข้อมูลที่จะนำไปสู่การจับกุมคนร้าย

 

วันที่ 12 กรกฎาคม 2560

 นางอัญชลี บุตรเติบ 1 ในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เล่าว่า ถูกมือปืนยิงเฉี่ยวหูตกใจช็อกนอนสลบเลือดอาบ คนร้ายคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงไม่ได้ยิงซ้ำ ทำให้รอดมาได้อย่างหวุดหวิด นางอัญชลี บุตรเติบให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มือปืนที่ก่อเหตุครั้งนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 6 คน แบ่งกระจายกำลังกันเข้ามาคุมคนในบ้าน 4 คน ส่วนที่เหลืออีก 2 คนคอยคุมเชิงอยู่ด้านนอก โดยคนร้ายได้ลงมือทยอยยิงญาติพี่น้องทีละคน หลังจากนั้น คนร้ายก่อเหตุยิงคนในบ้านเสร็จได้เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าบ้านเหมือนโทร.ไปรายงานผลกับนายจ้าง และที่สำคัญหญิงสาวคนนี้ยังจดจำใบหน้า 4 มือปืนที่บุกเข้ามาในบ้านได้อย่างแม่นยำ

 กำนันสุรชาติ บ้านนพ กำนันตำบลบ้านกลาง ให้สัมภาษณ์ ในรายการ
ทีนิวส์ สด ลึก จริง ออกอากาศทางช่องไบรท์ทีวี ช่อง 20 เช้าวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 โดยการเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบ สอบสวนนั้นได้ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจบางอย่าง ของผู้ใหญ่บ้านวรยุทธ สังหลัง พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เหตุการณ์ฟ้องร้องเรื่องเรื่องที่ดินอย่างแน่นอน ที่เป็นปมสังหารโหดครั้งนี้
 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยอมรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่ปล้นรถยนต์ และอาวุธปืนบางส่วนของผู้ใหญ่บ้านไปหลังก่อเหตุนั้น คล้ายคลึงกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนจะเป็นการว่าจ้างคนร้ายจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ขึ้นมาก่อเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน



วันที่ 13 กรกฎาคม 2560

พล.ต.ท. ธเนศ ทินเมืองงาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แก้วยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และพลต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ร่วมประชุมหัวหน้าชุดสืบสวนที่ออกไปสืบสวนหาข่าวเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายยิงครอบครัวและญาติพี่น้องของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิต 8 คน ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ที่บ้านเลขที่ 14/3 ซึ่งเป็นบ้านของผู้ใหญ่คนดังกล่าว 

พล.ต.ท. ธเนศกล่าวว่า ผลการสืบสวนมีความคืบหน้าแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เช่น กล้องวงจรปิดที่อยู่ตามจุดสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายที่ใช้รถยนต์ สีดำเป็นพาหนะในการก่อเหตุและรถยนต์ของผู้ตายไปด้วยนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดไม่สามารถเปิดเผยได้ 

พล.ต.ท. ธเนศ กล่าวว่า ส่วนประเด็นยิงครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจได้เน้นเรื่องที่นายวรยุทธ สังหลัง ได้รับเงินจำนวนมากจาก
1. โรงโม่หิน
2.ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายเเละธุรกิจส่วนตัว
3.การบุกพื้นที่สาธารณประโยชน์คลองตะเคียน
4.ประเด็นชู้สาว
ความคืบหน้าล่าสุด หลังจากที่มีข่าวว่าทางด้านผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง ได้ไปติดพันเศรษฐีนี ที่จังหวัดสิงห์บุรี และฝ่ายหญิงซื้อบ้านและรถยนต์ให้นายวรยุทธนั้น ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนในการทำคดี ได้สืบทราบว่า เศรษฐีนีคนดังกล่าวชื่อ น.ส.นุกูล หรือตูน ขันทอง อายุ 38 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ เพื่อไปพบกับทางด้าน น.ส.นุกูล พบว่าเป็นบ้านชั้นเดียวโดยมีเพียงมารดา กับหลานหรือลูกชายของ น.ส.นุกูล พักอาศัยเพียง 2 คน
และได้ทราบว่าทางด้าน น.ส.นุกูลเคยทำงานโรงงานแถว อ.นวนคร จ.ปทุมธานี จากนั้นได้พบกับนายวรยุทธ ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะย้ายตามผู้ชายไปอยู่ที่ จ.กระบี่ แต่ยังส่งเงินมาให้มารดากับลูกชายใช้ตลอด และจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดือนละครั้ง กระทั่งก่อนจะเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ 8 ศพ น.ส.นุกูลได้กลับมาเยี่ยมแม่และลูกที่ จ.สิงห์บุรี จากนั้นมาทราบข่าวว่านายวรยุทธถูกสังหารยกบ้าน เลยรีบเดินทางกลับ จ.กระบี่ ทันทีในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น
ขณะที่ทางด้านนายวัชระ อ่อนจุรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ห้วยชัน กล่าวว่า น.ส.นุกูล เป็นคนเรียบร้อย มีนิสัยอ่อนโยน รักเด็ก มาเยี่ยมบ้านทุกครั้ง จะชวนเด็กมากินขนม ตนขอยืนยันว่า น.ส.นุกูลไม่ใช่เศรษฐีนีอย่างที่เป็นข่าว มีฐานะพอมีพอกินเท่านั้น
ส่วนทางด้านนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา กรรมการบริษัทกระบี่ ภูทรัพย์อนันต์ จำกัด ชี้แจงถึงกรณีนายวรยุทธ สังหลัง ถูกกลุ่มคนร้ายฆ่าพร้อมครอบครัวตาย 8 ศพมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทฯ ว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทกับนายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัตร ตั้งแต่เด็ก ๆ บริษัทนี้จดขึ้นมาช่วงต้นปี เพื่อเตรียมรองรับการทำธุรกิจเกี่ยวกับเเร่ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ได้เริ่มสำรวจสายแร่แต่อย่างใด ในช่วงเริ่มต้นตนกับแฟนสาวคือ นางสาววิจิราภรณ์ อินทร์จันทร์ เตรียมเปิดบริษัทจึงชักชวนผู้ใหญ่บัตรที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาเป็นกรรมการบริษัทด้วย โดยตนเป็นผู้มีอำนาจในการลงนาม ทางผู้ใหญ่บัตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจแต่อย่างใด
 
นายเชษฐ์ดนัย กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ไหว้วานให้ผู้ใหญ่บัตรขึ้นมาทำธุระที่กรุงเทพฯ ก่อนนั่งเครื่องบินกลับมากระบี่ โดยยังโทรศัพท์สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่ กระทั่งผู้ใหญ่บัตรกลับไปบ้าน ถูกคนร้ายที่นั่งรอนานกว่า 4 ชั่วโมงลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม ขณะที่ล่าสุดนั้นนายเชษฐ์ดนัยได้เดินทางเข้าพบกับนายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งในพื้นที่ เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นการด่วนแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด โกเก่ง หรือ นายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงโม่หิน ใน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีข้อพิพาทกันอยู่ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้วเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารโหด 8 ศพ แต่อย่างใด โกเก่ง หรือ นายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ นอกจากเป็นเจ้าของโรงโม่หินในจังหวัดกระบี่แล้วยังมีโรงโม่หินในจังหวัดตรัง อีกด้วย
ชุดสืบสวนที่รับผิดชอบตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของกลุ่มคนร้าย ตามเส้นทางถนนสายเซาร์เทอร์ซีบอร์ด ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมระหว่างถนนเพชรเกษม กับถนนเอเชีย เนื่องจากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบเบาะแสว่า ห้วงเวลาหลังเที่ยงคืน ได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งตามกันไปตามถนนภายในหมู่บ้านมุ่งหน้าขึ้นถนนสายซาร์เทิร์นซีบอร์ด
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน เร่งเก็บภาพกล้องวงจรปิด สถานีบริการน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อบนถนนสายซาร์เทิร์นซีบอร์ด ทั้งขามุ่งหน้า จ.กระบี่ และ ขามุ่งหน้า จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนั้น ยังตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน บนถนนสายเพชรเกษม ตลอดเส้นทางตั้งแต่ จ.ระนอง ไปถึง จ.ตรัง ส่วนถนนสายเอเชีย ตรวจสอบตั้งแต่ จ.ชุมพร ไปจนถึงเขตรอยต่อ จ.พัทลุง เนื่องจากคาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีการจอดพักรถ

  วันที่ 14 กรกฎาคม 2560
พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่ 4 พร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจเพื่อติดตามกลุ่มคนร้าย ในตอนนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถโตโยต้ายาริส สีขาว ของกลุ่มคนร้าย และรถยนต์โตโยต้ายาริส ของผู้ใหญ่บ้านที่ถูกขโมยไป ว่ามีการนำเข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อก่อเหตุความไม่สงบหรือไม่ รวมไปถึงถ้าหากคดีนี้มีผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง ทางกองทัพพร้อมจะดำเนินการเรียกมาตรวจสอบทันที
ชุดสอบสวนคดีดังกล่าว สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง ได้ โดยหลังการสังหารกลุ่มคนร้ายได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย โดยพบว่าสัญญาณยังนิ่งอยู่ตรงบริเวณเขตรอยต่อ จ.สุราษฎร์ธานี กับ จ.กระบี่ ซึ่งหลังจากจับสัญญาณได้แล้วทางทีมค้นหาจะได้ปูพรมเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาต่อไป พร้อมกับมีการกำชัดตำรวจในพื้นที่ตั้งด่านสกัดในบริเวณดังกล่าวอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าสัญญาณโทรศัพท์นั้นจะเป็นกลุ่มคนร้ายยังหลบซ่อนตัวบริเวณดังกล่าวหรือว่าคนร้ายได้โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ ซึ่งจะได้ตรวจสอบค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง
นอกจากนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จับภาพรถกลุ่มคนร้าย 2 คัน เอาไว้ได้คือรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว รวมถึงรถเก๋งยาริสอีกคันของผู้ตายที่คนร้ายขโมยมาด้วยบนถนนเซ้าท์เทิรน์ซีบอร์ด ในท้องที่ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ มุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอีกหลักฐานที่จะได้นำมาประกอบการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้


 เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ตามตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัว เสียชีวิต 8 ศพ สามารถคุมตัวชายต้องสงสัยไว้ได้ 1 ราย ในทีมสังหาร ซึ่งเป็นระดับผู้จ้างวาน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อยู่ระหว่างสอบปากคำภายในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ และสาเหตุในการก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้
ทางด้านความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีฆ่าหมู่ 8 ศพ เมื่อเย็นวานนี้และมีการ
ปฏิเสธ ว่าไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งใน จ.กระบี่ นครศรีธรรมราช และหากจับได้จะมีการแจ้งกับทางสื่อให้ได้ทราบ และวอนให้สื่อลงข่าวที่เป็นความจริง อย่าลงข่าวที่ยังไม่ชัด พร้อมแจ้งว่าเป็นรูปคดีที่อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ และยังไม่มีการตัดประเด็นใดออก นอกจากประเด็นชู้สาวเท่านั้น

 

ชมคลิป กรณารอสักครู่


 


เรียบเรียงโดย

ภัคพิชาณัฐ เหง้าแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์