กระจ่าง..วางเหรียญให้ "รถไฟ" ทับ ส่งผลต่อการควบคุมทิศทาง-รางสึกกร่อน ทำรถไฟตกรางได้ จี้เอาผิด "เนท บาร์ทลิ่ง"

Publish 2017-07-16 11:40:50



นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ปชป. โพสต์เฟซบุ๊คกรณีรถไฟวิ่งทับเหรียญจะตกรางได้หรือไม่? จากกรณี My Mate Nate หรือ นายเนท บาร์ทลิ่ง ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวอเมริกันได้นำเหรียญของประเทศต่างๆ ไปติดไว้บนรางรถไฟ แล้วให้รถไฟวิ่งทับ เพื่อทดสอบว่าเหรียญของประเทศใดทนทานที่สุด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา ซึ่งต่อมานายเนท บาร์ทลิ่ง ได้ออกมาชี้แจงว่า เหรียญที่ใช้ทดลองไม่สามารถทำอันตรายหรือเกิดความเสียหายกับรางรถไฟได้นั้น
 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมมีความเห็นดังนี้ รางรถไฟมีบทบาทหน้าที่สำคัญ 2 ประการ ประกอบด้วย 1.รองรับน้ำหนักของขบวนรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นขบวนผู้โดยสาร หรือขบวนสินค้า 2.ควบคุมหรือประคับประคองให้ขบวนรถไฟวิ่งไปตามราง ไม่ให้เปลี่ยนทิศทาง หรือวิ่งออกนอกราง จนทำให้ตกราง

ในกรณีที่นายเนท บาร์ทลิ่งได้นำเหรียญไปติดไว้บนรางรถไฟ ผมไม่เป็นห่วงเรื่องการรองรับน้ำหนักของรางรถไฟ เพราะเหรียญมีน้ำหนักเบามาก ไม่ได้เพิ่มภาระในการรับน้ำหนักของรางรถไฟแต่อย่างใด แต่ผมเป็นห่วงเรื่องการควบคุมหรือประคับประคองให้ขบวนรถไฟวิ่งไปตามราง ซึ่งอาจบกพร่องจนทำให้รถไฟตกรางได้

เนื่องจาก 1.แม้ล้อรถไฟวิ่งทับเหรียญจนแบน แต่เหรียญก็ยังมีความหนาเหลืออยู่ ถ้ารถไฟวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง อาจทำให้เปลี่ยนทิศทาง หรือวิ่งออกนอกรางได้ จนทำให้รถไฟตกราง

2.โดยปกติเมื่อล้อวิ่งสัมผัสกับราง จะมีการเสียดสี จนทำให้ล้อและรางสึกกร่อนอยู่แล้ว จึงต้องมีการซ่อมแซมทั้งล้อและราง โดยการกลึงล้อและเจียรราง หากซ่อมไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนล้อและราง มิฉะนั้นจะทำให้รถไฟตกรางได้ ด้วยเหตุนี้หากนำเหรียญไปติดไว้บนรางก็จะยิ่งเร่งให้ล้อและรางสึกกร่อนเร็วขึ้น เพราะล้อไม่ได้วิ่งบนรางที่มีผิวเรียบ

ในหลายประเทศได้ตระหนักถึงอันตรายในกรณีที่รถไฟวิ่งบนรางที่มีวัตถุอื่นวางอยู่ จึงได้หาทางป้องกันไม่ให้คนหรือสัตว์เข้าไปในเขตทางรถไฟได้ เช่น ประเทศจีน เป็นต้น โดยการรถไฟของจีนได้ก่อสร้างรั้วสูงกว่า 2 เมตร กั้นไม่ให้คนหรือสัตว์เข้าไปในเขตทางรถไฟได้ ทั้งนี้ ได้ก่อสร้างรั้วตลอดทางของรถไฟความเร็วสูง และได้เริ่มก่อสร้างรั้วกั้นทางรถไฟธรรมดาด้วย ซึ่งในอดีตการรถไฟของจีนได้ใช้พนักงานประจำทางเดินตรวจสภาพราง เพื่อดูความพร้อมของรางก่อนรถไฟวิ่งผ่าน

ในกรณีของไทยการรถไฟแห่งประเทศไทยก็มีนายตรวจทางพร้อมทั้งคนงานประจำทางทำหน้าที่ตรวจสภาพทางเช่นกัน โดยแบ่งกันตรวจกลุ่มละ 25-30 กิโลเมตร เพื่อดูว่ารางมีสภาพแข็งแรงหรือไม่ มีรางโก่งงอ หรือที่คนรถไฟเรียกกันว่ารางดุ้งหรือไม่ และมีปัญหาอื่นหรือไม่ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถตรวจพบการเล่นพิเรนทร์ของนายเนท บาร์ทลิ่ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้



ดังนั้นผมจึงขอฝากไปที่การรถไฟฯ ให้หาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ที่สำคัญจะต้องลงโทษเนท บาร์ทลิ่ง เพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้คนอื่นคิดจะเลียนแบบต่อไป

 


เรียบเรียงโดย

จันทรา : สำนักข่าวทีนิวส์