รู้วันละสังขาร.. "หลวงปู่หมุน" เรียก "หลวงปู่พา" รับมอบวิชา ปิดเงียบในกุฏิ บางคืนแสงสว่างจ้า บางคืนพื้นสั่นสะเทือน บางคืนมีเสียงเสือคำราม...

Publish 2017-07-17 21:57:21



ก่อนจะกล่าวถึง หลวงปู่พา อธิวโร วัดบัวระรมย์นั้น ขอเกริ่นเรื่องความสัมพันธ์ของ หลวงปู่มุม”  หลวงปู่หมุน และ หลวงปู่พา ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันสักเล็กน้อยก่อน

                หลวงปู่มุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ หรือ หลวงปู่มุม อินฺทปญโญ  ได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุได้ ๑๒ ปี ที่ วัดปราสาทเยอร์เหนือ เป็นสุดยอดเกจิ ที่เก่งกล้าทั้งอาคมและอักขระเลขยันต์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งกัมพูชา เขมร ลาว เวียดนาม และชาวอเมริกัน ต่างนับถือท่านว่าเป็น เทพเจ้าแห่งชนเผ่าเยอร์ หรือ ผู้วิเศษแห่งศรีสะเกษ

หลวงปู่มุมและหลวงปู่หมุนนั้นถือเป็นสหธรรมิกกัน อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า หลวงปู่หมุน ท่านสำเร็จวิชาในสาย สำเร็จลุน เมื่อสำเร็จวิชาแล้วก็ได้เดินทางไปฝั่งลาวอีกครั้ง เพื่อฝากฝัง หลวงปู่มุม ให้เป็นศิษย์ในสายวิชาสมเร็จลุนเช่นเดียวกันกับท่าน จึงเท่ากับว่าหลวงปู่หมุนนั้น ท่านเป็นศิษย์รุ่นพี่ของหลวงปู่มุม แม้ว่าหลวงปู่มุมท่านจะมีอายุพรรษาที่แก่กว่าก็ตาม

หลวงปู่พาท่านเป็นพระผู้มีคุณวิเศษ มีวิชาเร้นลับ เชี่ยวชาญทั้งด้านคาถาอาคม และสมถะวิปัสสนากรรมฐาน เป็นที่พึ่งพาเคารพของชาวบ้านทั่วไป

หลวงปู่หมุน

 

 



หลวงปู่พา ท่านจึงเป็นผู้ที่ได้รับการพิจารณาจาก “หลวงปู่มุม ว่ามีจริยวัตรอันงดงาม มีความรู้ ความสามารถ ที่จะได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคม จึงรับเข้ามาเป็น ศิษย์เอก แล้วสอนความรู้ที่ร่ำเรียนมาให้จนหมดสิ้น

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหลวงปู่พา และหลวงปู่หมุนนั้น ท่านรู้จักคุ้นเคยกันมานานแล้ว กระทั่งช่วง ประมาณปี 2545 จะด้วยแรงดลจิตดลใจของอาจารย์ในสายสมเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์ หรือด้วยเหตุอย่างไรก็ไม่มีใครล่วงรู้ อยู่ๆ หลวงปู่พาท่านก็สั่งลูกศิษย์ให้ขับรถพาไปส่งที่ วัดบ้านจาน เมื่อไปถึงแล้วก็บอกให้ลูกศิษย์กลับ บอกว่าแล้วอีก ๗ วันค่อยมารับ

๗ วันที่หลวงปู่พากับหลวงปู่หมุนพำนักอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะในเวลากลางคืนนั้น พระเกจิทั้งสองก็ปิดประตูลองวิชา ประลองฤทธิ์กันอยู่ทุกคืน โดยมีศิษย์ก้นกุฏิคือ น้านวย เห็นเหตุการณ์แค่ด้านนอกประตูเท่านั้น น้านวยเล่าให้ฟังว่า บางคืนก็มีแสงสว่างจ้าอยู่ในกุฏิบางทีก็มี เสียงพื้นสั่นสะเทือน บางคืนก็มีเสียงคำรามคล้ายๆ เสือ ดังสนั่นออกมา ดังก้องไปทั้งวัด

เคยมีคนถามหลวงปู่ทั้งสองถึงเรื่องยามค่ำคืนที่มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นในกุฏิ แต่พระเกจิทั้งสองท่านก็ได้แต่ยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า

บางอย่างคนธรรมดาก็ไม่อาจรู้และมองเห็นได้ หรือทราบเหตุผลได้ บางอย่างสามารถสัมผัสได้แต่ไม่มีตัวตน เช่น ลม ... การปฏิบัติตนเข้าสู่ศีล สมาธิ เท่านั้นจึงจะเกิดปัญญารู้แจ้ง

ปริศนาธรรมนี้ จึงเป็นที่สงสัยของน้านวยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากครบ ๗ วันแล้ว ลูกศิษย์ของหลวงปู่พา ก็มารับท่านกลับวัดตามคำสั่ง ซึ่งวัดบ้านจานและวัดบ้านบัวระรมย์นี้อดยู่ห่างกันเพียง ๗ กิโลเมตร เท่านั้น แต่เส้นทางอาจทุรกันดารหน่อย

หลังจากนั้นหลวงปู่พาท่านก็เดินทางไปหาหลวงปู่หมุนบ่อยขึ้น แต่ครั้นลูกศิษย์ถามว่า “หลวงพ่อจะไปทำไม

ท่านก็ตอบแต่เพียงว่า “ไปธุระนิดหน่อยเท่านั้น”

หลังจากนั้น ๔-๕ เดือน นับจากที่หลวงปู่พาและหลวงปู่หมุน ได้ฝึก ได้ประลองวิชากัน หลวงปู่หมุนก็ละสังขาร ภายหลังทราบจากหลวงปู่พาว่า ศิษย์ใกล้ชิดบางท่านได้ยินจากหลวงปู่พาพูดว่า หลวงปู่หมุนท่านเรียกให้มารับวิชา

หลวงปู่พา



หลวงปู่พา ละสังขาร
หลวงปู่พาละสังขารเมื่อ 19 ส.ค. 59
วันที่ 20 สค.59 ได้มีการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงปู่ มาจากโรงพยาบาลศรีสะเกษ กลับมายังวัดบัวระรมย์และได้ทำพิธีสรงน้ำศพให้หลวงปู่ เรียบร้อยแล้ว ประมาณ 16.30 น. จึงนำสังขารหลวงปู่บรรจุในโลงแก้ว

หลวงปู่พา เกิดเมื่อ พศ.2470 มรณภาพ 19 สค.59 อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์พรรษาที่ 69 สิริอายุรวม 89 ปี

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูล หนังสือ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มหาเถระ ๕ แผ่นดิน สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ

 

 


เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี : สำนักข่าวทีนิวส์