“รู้หรือไม่ปี53เขาอยู่กลางราชประสงค์ความรุนแรงเกิดขึ้นทั้งแก๊งรู้เรื่องหมด”ย้อนคำ“บิ๊กตู่”เข้ามาไม่ถูกแต่ไม่ทำเลว–ใครเข้ามาถูกแล้วทำความเลว?

Publish 2017-08-13 11:39:59



จากกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)จากคดีผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โพสต์ข้อความทางสื่อโซเชียล โดยเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมและการคุ้มครองจากศาล ขณะที่​พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี กล่าวถึงการเชิญนายวัฒนา มาเนื่องจากมีบางประเด็นที่ต้องซักถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว ขณะเดียวกัน หาก นายวัฒนา มีข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่ต้องการมอบให้ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจก็ยินดีรับไว้ตรวจสอบ ส่วนกรณีที่นายวัฒนา อ้างว่ามีความพยายามจากผู้ใหญ่บางคนให้ดำเนินคดีกับตนเองและให้ออกหมายจับเพื่อจับกุมนั้น ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากใครอย่างแน่นอน



       ย้อนไปก่อนหน้านี้นายวัฒนา ออกมากล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยมักออกมาในลักษณะท้วงติงโจมตี ซึ่งบางครั้งก็มีการพาดพิงไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กระนั้นที่ผ่านมาก็โดนเชิญตัวไปพูดคุยรวมทั้งมีการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นคดีกันอยู่ก็มี ทั้งนี้พบว่าพลเอกประยุทธ์ เคยออกมาพูดถึงนายวัฒนา ด้วยกรณีที่ไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดให้รับฟ้องคดีที่หัวหน้า คสช. สั่งห้ามออกเดินทางไปนอกประเทศ

        ก็ฟ้องมาดิ ไม่สนใจ ผมไม่สนใจ ฝ่ายกฎหมายเขาดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าถ้าศาลรับอุทธรณ์จะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็รับไปสิอยู่ที่ดุลพินิจของศาล อยากให้ดูพฤติกรรมไอ้คนฟ้องว่าเป็นอย่างไร ดูพฤติกรรมก่อน รู้หรือไม่ว่าตอนปี53 เขาอยู่ตรงไหน เขามาด่าผม แล้วผมต้องพูดแล้วหละ แต่มันลืมไปแล้ว รู้ไหมเมื่อปี 53 เขาอยู่ตรงกลางราชประสงค์ ประตูน้ำ เขานี่แหละเป็นคนต่อรองมาตลอดกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) อย่างงี้อย่างงั้น เดี๋ยวผมจะเลิก นั่นแหละคือเขา รู้ซะบ้าง ทั้งแก๊งนั่นแหละ เราก็โอเค ใครจะป่วยจะไข้ก็ดูแล หวังว่ามันคงจะเรียบร้อย ปรากฏว่าความรุนแรงก็เกิดขึ้น ก็คนเหล่านี้รู้เรื่องทั้งหมด ผมถามว่าคุณจะเชื่อใคร เชื่อเขาหรือเชื่อผม ก็แล้วแต่ ศาลเขาก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องทำหน้าที่ของเขา ผมก็รู้ตัวผมว่าอยู่ในฐานะไหน วันนี้ผมเป็นคนถือกติกาอยู่ ทำไมล่ะ ผมทำความเลวหรือ ผมเข้ามาอาจจะไม่ถูก แต่ผมเข้ามาเพื่อทำความเลวหรือเปล่า ผมไม่ได้ทำ ใครที่เข้ามาถูกแล้วทำความเลวเยอะแยะ ทำไมไม่โจมตีเขาบ้างล่ะ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว



       อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น นายวัฒนา ก็ออกมาเปิดเผยว่าได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่พาดพิงตนเรื่องการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี2553 ว่าตนคือคนที่อยู่กลางแยกราชประสงค์ และเป็นคนมาต่อรองกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ว่า  ตนไม่ใช่คนที่อยู่กลางราชประสงค์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุม แต่เป็นคนที่ช่วยในการเจรจาทำให้ลดการสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย โดยวันที่ 19 พ.ค. ตนเป็นคนเดินฝ่ากระสุนปืนเข้าไปเจรจากับแกนนำเพื่อให้ยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จนสำเร็จ ส่วนที่ว่าการชุมนุมไม่หยุด ไม่ขอพาดพิงเพราะยังมีคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน

 

       ส่วนการระบุว่าตนชอบโจมตีนายกรัฐมนตรีนั้น ขอเรียนว่าทุกเรื่องที่พูดคือเรื่องของประเทศ เห็นทำงานมา 1 ปีเต็ม แต่เริ่มไม่เข้าท่า และสิ่งที่รับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างการแสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศลุแก่อำนาจ การบริหารที่ล้มเหลวทุกด้านที่ตนฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนประกาศ คสช. ก็เป็นการใช้สิทธิทางศาลแบบอารยะ เพราะคำสั่งนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ในมาตรา 4 ที่ระบุว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ แต่การกระทำเป็นอีกอย่าง


เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News