ย้อนตำนาน นิโรธสมาบัติ! ตามรอยผู้ทรงอภิญญาตั้งแต่พุทธกาลถึงปัจจุบัน บุญมากล้น...แม้ยักษ์ร้ายหมายทุบศีรษะก็ไม่เป็นผล #สมาธิสูงสุดในพุทธศาสนา

Publish 2017-08-13 15:48:40



นิโรธสมาบัติ หรือสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัตินั้นเป็นสมาธิชั้นสูงในพระพุทธศาสนา เป็นการเข้าสมาธิที่ดับสัญญา ความจำได้หมายรู้และเวทนาความรู้สึกทั้งปวงมีสภาวะละเอียดกว่าอรูปฌานเพราะผู้ที่เข้าฌานขั้นนี้ต้องสามารถละขันธ์ ๕ เข้าสู่ความไม่มีตัวตน สิ้นไปจากรูปและนาม อยู่ในสุญญตวิหารธรรม การเข้านิโรธสมาบัตินั้นจึงทำได้เฉพาะพระอนาคามีและพระอรหันต์เท่านั้น การเข้าแต่ละครั้งจะกินเวลานานสูงสุด ๗ วัน โดยทั้ง ๗ วันจิตจะดับความรู้สึกความสืบต่อทั้งหมด ภาวะนั้นร่างกายดับลมหายใจ ไม่กินไม่ถ่ายไม่นอน ทรงสภาวะธรรมนั้นโดยตลอด ๗ วัน

เมื่อถอนสมาธิออกมาผู้เข้านิโรธมักออกโปรดคนยากจนที่มีศรัทธา หากใครได้ถวายทานเป็นมื้อแรกหลังจากการออกจากนิโรธจะได้บุญมหาศาล จากคนจนจะเปลี่ยนฐานะเป็นคนรวยภายในวันนั้นทันที ในสมัยพุทธกาลพระสารีบุตรเคยเข้านิโรธสมาบัติขณะนั้นมียักษ์นิสัยพาลเอากระบองมาทุบศีรษะ พระสารีบุตรมิได้เป็นอันตรายแม้ปลายเส้นขน เพราะพลังแห่งนิโรธสมาบัตินั้นคุ้มครอง

 



นอกจากนี้ในสมัยพุทธกาลนั้นพระมหากัสสปะเป็นมหาเถระอีกท่านหนึ่งที่นิยมเข้านิโรธสมาบัติเป็นเวลา ๗ วันครั้นแล้วจึงออกบิณฑบาตรโปรดผู้ยากไร้ แม้กระทั่งพระอินทร์ยังต้องแปลงตัวเป็นขอทานมาขอใส่บาตร

 

จวบจนมาถึงปัจจุบันหากย้อนระลึกถึงพระมหาเถระที่ผ่านมาซึ่งสามารถเข้านิโรธสมาบัติ ๗ วันแบบอุกฤษ์สูงสุดคือไม่ฉันข้าวไม่ฉันน้ำ ไม่ขับถ่ายสิ่งใดๆ เท่าที่พอจะนึกถึงได้ก็จะมี สมเด็จพระบรมครูหลวงพ่อเขาสาริกา เข้าสมาบัติในท่านั่งยองๆกลางแจ้งช่วงเดือนเมษายน โดยไม่ฉันข้าวไม่ฉันน้ำ ไม่ขับถ่าย

ท่านต่อมาคือหลวงพ่อกัสสปมุนี วัดปลิผลิวนาราม จ.ระยอง
ท่านเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ’ เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2510 เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน

(หลวงพ่อกัสสปมุนี วัดปิปผลิวนาราม ระยอง)

หลวงพ่อกัสสปมุนีเคยบอกว่า นิโรธสมาบัตินี้มีอานุภาพมากนัก มิใช่แต่กุฏิของท่านเท่านั้น แต่กำลังแห่งนิโรธยังครอบคลุมไปทั่วภูเขา ‘สุนทรีบรรพต’ อันเป็นที่ตั้งวัด อย่าว่าแต่ของในกุฏิท่านเลย แม้กรวดหินหน้าวัดหากจะหยิบขึ้นมาแล้วตั้งจิตระลึกถึงท่านก็ยังมีอานุภาพได้

 



หลวงปู่ชุ่ม โพธิโก
ท่านนี้ได้รับการยกย่องจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำว่ามีความสามารถในการเข้านิโรธสมาบัติอย่างยิ่ง ประวัตินั้นท่านเคยเข้านิโรธที่ถ้ำปุ่มถ้ำปลา จ.เชียงราย พอถอนสมาธิออกมามีหนูท้องขาวยกขาหน้าขึ้นสองข้างทำกิริยากราบแล้ววิ่งทักษิณาวัตรรอบตัวท่านสามรอบ

นอกจากนี้ก็ยังมี

(หลวงพ่อเกษม)

(แม่ชีบุญเรือน)

 

หลวงพ่อเกษม เขมโกและคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ที่มีความสามารถในการเข้านิโรธสมาบัติได้

ท่านเหล่านี้นับเป็นเพชรน้ำเอกในพระพุทธศาสนา มีความสามารถในทางฌานอย่างแก่กล้า สามารถเข้านิโรธสมาบัติได้และด้วยอานุภาพแห่งนิโรธสมาบัตินี้ก็เชื่อกันว่าท่านเข้าเพื่ออธิฐานให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุข เป็นแผ่นดินที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

ก็นับว่าเป็นบุญของพวกเราคนไทยที่เกิดมาในแผ่นดินที่บริบูรณ์ด้วยพระอริยะเจ้า พระโพธิสัตว์ หากท่านใดปรารถนาเจริญในทางธรรมหรือปรารถนาพ้นทุกข์หรืออื่นใดลองอธิษฐานต่อรูปของพระมหาเถระตามรายชื่อที่กล่าวมานี้ท่านใดท่านหนึ่งก็อาจสมซึ่งความปรารถนาของท่านขึ้นมาได้

เฉพาะภาพของแต่ละท่านก็ศักดิ์สิทธิ์ในตัวไม่ต้องเสกก็ขลังที่สุดแล้ว

 


เรียบเรียงโดย

ทิพยจักร จันทร์โพธิ์ศรี


Suggess News

Recommend News