"ยาพาราฯ" อย่าใช้พร่ำเพื่อ อาจเสี่ยงตับพัง รู้แล้วแชร์บอกเพื่อนด่วน!!

Publish 2017-08-13 18:22:15



     ช่วงนี้ประเทศไทยเราก็เข้าสู่หน้าฝนแล้ว พอตอนเย็นเลิกงานปุ๊บฝนก็ตกปั๊บ เผลอๆเช้าช่วงเวลาออกไปทำงานก็ตกอีก อย่างนี้ร่างกายเราที่ดดนฝนบ่อยๆ จะทนไหวได้อย่างไง ก็ต้องเจ็บป่วยกันบ้างเป็นธรรมดา พอเราป่วยไม่ว่าจะ ปวดหัว ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นไข้ เป็นหวัด เชื่อเลยว่าหลายคนต้องนึกถึง "ยาพาราฯ" เป็นสิ่งแรก บางทียังไม่ทันป่วยด้วยซ้ำ ก็กินยาพาราดักไว้ก่อนแล้ว แต่ทุกคนรู้ไหมว่าการกิน "ยาพาราฯ" บ่อยๆ ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย



     ยาพาราฯ เป็นยาลดไข้ที่ดีที่สุดที่ใช้ในปัจจุบัน แต่ก็ส่งผลให้เกิดการเป็นพิษต่อตับ เริ่มตั้งแต่การทำงานของตับ ไปจนถึง ภาวะตับวายอย่างเฉียบพลัน และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ซึ่งการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับเกิดจากการรับประทานยามากกว่าขนาดยาสูงสุดที่แนะนำต่อวัน

          การใช้ยาพาราเซตามอลให้ปลอดภัยต้องดูที่ขนาด
     ผศ.นพ.พิสนธิ์ แนะนำว่า ควรกินตามน้ำหนักตัว คูณด้วย 10 หรือ 15 จะได้ขนาดยาเป็นมิลลิกรัมที่เหมาะกับตัวเรา (แต่ต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อครั้ง) เช่น หนัก 50 กิโลกรัม ขนาดยาที่เหมาะคือ 500 หรือ 750 มิลลิกรัม ซึ่งเท่ากับยา 1 เม็ด หรือ 1 เม็ดครึ่ง (ถ้าตัวใหญ่ คูณน้ำหนักแล้วเกิน 1,000 ก็กินได้ไม่เกิน 2 เม็ด)

ขนาดยาสูงสุดต่อวันสำหรับผู้ใหญ่
 - ขนาดมาตรฐานทั่วไป ไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม โดยรวมถึงยาที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่ด้วยเช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาหวัด เป็นต้น
 - สำหรับคนตัวเล็ก ควรไม่เกิน 3,000-3,250 มิลลิกรัม (เป็นค่าเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น)
 - สำหรับผู้ที่ต้องกินต่อเนื่องระยะยาว ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ไม่เกิน 2,500-2,600 มิลลิกรัม
 - ผู้ป่วยโรคตับ หรือดื่มสุราเป็นประจำ ต้องกินไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม
 - สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับยาวาร์ฟาริน คือ ยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด ที่ทางการแพทย์ใช้รักษาและป้องกันภาวะอุดตันของหลอดเลือด อันมีสาเหตุจากการทำงานของเกล็ดเลือดที่ผิดปกติ (ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ) ควรกินไม่เกินครั้งละ 1,300-1,500 มิลลิกรัม



ขนาดยาสูงสุดต่อวันสำหรับเด็กอายุ 0-12 ปี
     ไม่เกิน 75 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หมายถึงคูณน้ำหนักตัวเด็กด้วย 10 หรือ 15 คือมิลลิกรัมที่เหมาะต่อการป้อนยา 1 ครั้ง วันละไม่เกิน 5 ครั้ง ควรอ่านฉลากให้เข้าใจเสมอว่ายาที่กำลังจะป้อนเด็ก 1 ช้อนชาหรือ 5 ซีซี นั้น มีตัวยากี่มิลลิกรัมการบริโภคยาพาราฯ เกินขนาดจะไม่เห็นอาการในเร็ววัน จะเห็นก็ต่อเมื่อระยะอันตราย เป็นตับอักเสบ ตับแข็ง และก่อให้เกิดมะเร็งตับแล้ว ดังนั้น ควรใช้ยาเมื่อมีความจำเป็น เพิ่มความระมัดระวังโดยการอ่านฉลากข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัดทุกครั้งที่จะมีการใช้ยา


ขอบคุณ : สำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ


เรียบเรียงโดย

พัชรพร นาคประดิษฐ์ : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News