"สนธิญาณ" ถามตรง !! "ทนง" ตอบชัด เกาหลีเหนือ - อเมริกา คือชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ? โปรดติดตาม

Publish 2017-08-20 00:40:55



 

สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ พบกันเช่นเคยกับสนธิญาณฟันธงตรงประเด็นเวลาเดิม วันนี้พวกเราจะไปให้ไกลออกไปสักนิดครับ ไม่ได้เป็นเรื่องราวที่เราคุยกันทุกอาทิตย์คือเรื่องของบ้านเมืองของเรา วันนี้ไปไกลไปสู่สถานการณ์โลกที่กำลังร้อนระอุและคุกรุ่นอยู่ แม้จะเรียนท่านผู้ชมว่าจะไปไกลแต่ความจริงเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากนั่นก็คือความขัดแย้งที่กำลังพัฒนาขึ้นจะถึงจุดสูงสุดหรือไม่ก็ตามแต่ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกา ประเด็นที่เราจะคุยกันในวันนี้คือเรื่องนี้จะกลายเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่สามได้หรือไม่ ท่านผู้ชมบางท่านก็อาจจะคิดว่าเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับผมในฐานะที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ แม้จะไม่ลึกซึ้งในเรื่องข่าวสารต่างประเทศแต่ได้มีการเตรียมตัวเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา บอกคนใกล้ชิดสนิทสนมว่าเชื่อว่าต้องเกิดขึ้นแน่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สงครามโลกครั้งที่สอง ล้วนมีความเป็นมาจากผู้ที่อยุ่เบื้องหลัง ผู้ที่หวังผลประโยชน์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งปกติธรรมดา สถานการณ์โลกในขณะนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นรับฟังไว้เกาะติดไว้ ติดตามไว้มีแต่เป็นประโยชน์นะครับ วันนี้ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญมารับรองได้ครับท่านจะได้ฟังจะได้ยินข้อมูลที่ไม่เคยได้ยินไม่เคยได้ฟังมาก่อน ต้องฟังกันต้องพิจารณากันว่าใครเป็นโจรร้ายใครเป็นผู้ถูกกระทำ ใครเป็นฝ่ายกระทำ คนนี้รู้จริงครับ คุณทนง ขันทอง เป็นผู้สื่อข่าวอาวุโสในระดับบรรณาธิการ เชี่ยวชาญข่าวทางด้านต่างประเทศ ทำงานอยู่ที่กลุ่มเนชั่นกรุ๊ปมา 30 ปีตั้งแต่หนังสือพิมพ์เนชั่น จนมาจัดทำรายการวิทยุ แต่ที่สำคัญวันนี้ต้องถือว่าเป็นสื่อมวลชนอิสระ มีเฟซบุ๊กของตัวเองสามารธติดตามได้ ตอนนี้ก็มีผู้ติดตามอยุ่แล้วประมาณ 170,000 คน มีการเลือกเปลี่ยนพูดคุยกับคุณทนงอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากนั้นทุกท่านที่อยู่ในกรุงเทพหรืออยู่ต่างจังหวัด ต่างประเทศก็สามารถรับฟังได้ทางเว็บไซต์ทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.30 - 8.00 น. ที่คลื่น FM90.5 ในรายการ Insider Talk เป็นเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับต่างประเทศ และมีอีกช่องหนึ่ง 19.30 - 2-.00 น. ในรายการ New World เกี่ยวกับสถานการณ์โลก เศรษฐกิจ รับฟังและติดตามกันได้ ทีนี้ตอนนี้เราเข้าเรื่องกันเลย ผมอยากจะเริ่มจากประเด็นหลักเลยครับ ว่าความขัดแย้งของเกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกาถึงขนาดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลไปที่สหรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ทำให้ยูเอ็นออกมาบอยคอต ขู่กันไปขู่กันมาว่าจะยิง จะยิงกันจริงไหมครับ

 

ทนง : สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างที่จะตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกา ความจริงแล้ว คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือขู่ว่าจะยิงในวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเลยมาแล้วและวันนั้นเองได้มีการไปเดินไปตรวจงานที่กองบัญชาการ แสดงแอคชันเหมือนกันเตรียมตัวจะยิงแต่ไม่ยิง แต่บอกว่ารอดูพฤติกรรมของสหรัฐอเมริกาก่อนว่าท่าทีจะเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าท่าทียังมีการยั่วยุเกาหลีเหนือจะยิงเขาขู่แล้วว่าจะเตรียมขีปนาวุธถึง 4 ลูกด้วยกัน จะยิงไปยังเกาะกวมซึ่งเป็นฐานทัพหลักของสหรัฐอเมริกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้

 

สนธิญาณ : เกาะกวมห่างจากผืนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกานะ

 

ทนง : ห่างจากเกาหลีเหนือ 3,600 กิโลเมตร สหรัฐอเมริกา ฮาวาย แล้วก็เกาะกวม แล้วฟิลิปปินส์ ทีนี้เกาะกวมทางสหรัฐอเมริกาใช้เป็นฐานทัพอากาศที่สำคัญ เครื่องบินทิ้งระเบิดอยู่ที่นั่น ทหารก็มีเป็นหมื่นคนอยู่ที่เกาะกวม และมีการเติมกำลังเข้ามาในเกาะกวมในช่วงที่ผ่านมาอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะว่าสหรัฐอเมริกาอาจจะซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินนโยบายปิดล้อมจีนอยู่ ใช้ฐานทัพนี้ในการปิดล้อมจีนในทะเลจีนใต้ รวมทั้งใช้ฐานทัพนี้อาจจะเป็นการเสริมกำลังในภูมิภาคเอเชียก็เกี่ยวโยงกับทางด้านคาบสมุทรเกาหลี

 

สนธิญาณ : สหรัฐอเมริการ้อนมาก ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทดลอง จริง ๆ แล้วยิงถึงผืนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาไหมครับ

 

ทนง สหรัฐอเมริกาก็ประหม่าบอกว่ายิงไม่ถึง ช่วงต้นปีหรือช่วงปลายปีที่แล้วถ้าหากว่าเราติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด สถานการณ์ของสหรัฐอเมริกาก็บอกว่าอีกหลายปีกว่าจะผลิต กว่าที่เกาหลีเหนือจะมีศักยภาพในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ยิงไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาได้ แต่พอมาระยะสองถึงสามเดือนให้หลัง เริ่มที่จะมีความเชื่อมากยิ่งขึ้น มีการประเมินใหม่ ยิงถึงอลาสกาแล้ว และก็ระยะหลังเราอ่านดู ถึงลอสแองเจลิสแล้ว ถึงเดนเวอร์ ถึงชิคาโก้ ถึงนิวยอร์ก ถึงวอชิงตันดีซีแล้ว เขาก็ตกอกตกใจกัน

 

สนธิญาณ : หมายความว่าพอยันสหรัฐอเมริกาได้จริงแล้ว

 

ทนง : แน่นอนเลยทีเดียว คือเกาหลีเหนือตอนนี้ไม่ใช่เกาหลีเหนือธรรมดา มีของดี

 

สนธิญาณ : มีของที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลัวได้

 

ทนง : ทำให้สหรัฐอเมริกาถึงกับผงะ ทำให้ต้องเกรงขาม เพราะว่าสังเกตดูทรัมป์ความจริงขู่ว่าจะถล่มเกาหลีเหนือช่วงเดือนเมษายน ถ้าคุณสนธิญาณตามข่าวจะจำได้ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา

 

สนธิญาณ : ร้อนมากออกมาใช้ถ้อยคำรุนแรงมาก

 

ทนง : ไปพบกันไม่ได้คุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนหรอก คุยเรื่องเกาหลีเหนืออย่างเดียว โดยทรัมป์บอกกับ สี จิ้นผิง ว่าช่วยกลับไปตักเตือน คิม จอง-อึน ไปปลดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ก็ไปล้มระบอบการปกครองไปเลยเปลี่ยนรัฐบาลไปเลยอะไรแบบนี้

 

สนธิญาณ : แล้วทำไมสหรัฐอเมริกาถึงไปคุยกับจีน ทำไมครับ

 

ทนง สหรัฐอเมริกามองว่าจีนก็เป็นพี่เบิ้ม เพราะว่าหากไม่มีจีนเกาหลีเหนือคงจะอยู่ไม่ได้ เกาหลีเหนือถูกบอยคอตถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมา 40 - 60 ปี เศรษฐกิจเองของเกาหลีเหนือพึ่งพาจีนเกือบจะ100 เปอร์เซ็นต์

 

สนธิญาณ : อยู่ได้เพราะพึ่งพาจีน ขายสินค้าให้จีน โดยเฉพาะถ่านหิน

 

ทนง : ถ่านหินและพวกแร่ธาตุต่าง ๆ รวมทั้งพวกซีฟู้ดด้วย

 

สนธิญาณ : แล้วตอนนี้ยูเอ็นบอกว่าต้องบอยคอตเกาหลีเหนือ แล้วจีนบอกว่าจะร่วมบอยคอตแบบนี้เกาหลีเหนือไม่แย่หรือครับ

 

ทนง : จีนบอกจะร่วมบอยคอต ประตูหน้าบอยคอต ประตูหลังอาจจะเปิดก็ได้

 

สนธิญาณ : อาจจะหรือว่าเปิด คุณทนงคิดว่าอย่างไหนครับ

 

ทนง : น่าจะเปิด เพราะว่าอย่างไรก็ตามทางจีนคงจะไม่ยอมสูญเสียเกาหลีเหนือเด็ดขาด เพราะว่าเกาหลีเหนือเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นรัฐกันชน อย่าลืมว่าสหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพมาจ่อจีนแล้ว จากสองฐานทัพใหญ่ ๆ คือ ฐานทัพที่เกาหลีใต้และฐานทัพที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกามีทหารประจำการอยู่ที่เกาหลีใต้ 26,000 นาย มีทหารประจำการอยู่ที่ญี่ปุ่น 58,000 นาย ถามว่าทำไมถึงมีฐานทัพใหญ่ขนาดนั้น เอาไว้จัดการกับเกาหลีเหนือหรือ เกาหลีเหนือเล็กนิดเดียว

 

สนธิญาณ : ใช้กดดันจีน

 

ทนง : ไว้กดดันจีนไว้ตั้งนานแล้ว หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สักวันหนึ่งมังกรจะขยับตัวและผงาดขึ้น เมื่อถึงเวลาผงาดขึ้นอย่างน้อยสหรัฐอเมริกาก็ต้องมีการเตรียมการไว้

 

สนธิญาณ : แล้วไปกดดันเขาคิดว่าเพราะจีนจะไปรุกรานสหรัฐอเมริกาหรืออย่างไรที่มาตั้งกดดันเขา หรือว่ากดดันเพราะว่าเป็นคู่แข่งในการค้าขายไม่อยากให้จีนเจริญเติบโตขึ้น

 

ทนง : นั่นล่ะครับคือประเด็นที่สำคัญที่สุด ก็คือเขามองว่าอีก 5 ปี - 10 ปี นี่คือคำพูดของนายสตีฟ แบบนอน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์เมื่อวันก่อน พูดชัดเจนบอกว่าภายใน 5 - 10 ปี ถ้าหากสถานการณ์ยังคงแบบนี้จีนจะล้ำหน้าสหรัฐอเมริกา กลายเป็นมหาอำนาจทาเศรษฐกิจของโลก เบอร์หนึ่งแทนสหรัฐอเมริกา

 

สนธิญาณ : ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกายอมไม่ได้

 

ทนง : เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ และเขาพูดชัดเจนว่า นโยบายสหรัฐอเมริกามีอยู่เรื่องเดียว ทำสงครามการค้า ทำสงครามทาด้านเศรษฐกิจกับจีน เพื่อสกัดไม่ให้จีนผงาด

 

สนธิญาณ : แต่ถ้าสกัดด้วยสงครามการค้าไม่ได้มีโอกาสไหมที่จะก่อสงครามใหญ่ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้สงครามนั้นเป็นตัวแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของตัวเอง

 

ทนง : นั่นเป็นประเด็นที่ลึกซึ้งและเราต้องค่อย ๆ พิจารณาแต่ในประเด็นที่อยู่ข้างหน้าเรา ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเล่นไพ่สองขา ขานึงคือเกาหลีเหนือคือต้องการที่จะทุบเกาหลีเหนือ โดยที่ทางผู้นำสหรัฐอเมริกาก็ออกมาพูดหลายครั้งว่า ประตูทางด้านการทูตด้านการเมืองที่จะเจรจาเกาหลีเหนือปิดแล้ว หรือเพราะมาจากที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 2 ครั้ง บอกว่า ไม่พูดแล้วเตรียมถล่มแล้ว พอพูดอย่างนี้ คิมจึง-อึน บอกว่าได้เลยเจอกัน ทหารตั้งแถวตั้งขีปนาวุธเตรียมที่จะยิงเกาะกวม สหรัฐอเมริกาก็ถอย เพราะฉะนั้นเองไพ่เกาหลีเหนือถ้าหากว่าเราดูแผนที่ก็จะเห็นชัดเจน ธงแดนเกาหลีเหนือกับจีน อะไรที่กระทบกระทั่งกับเกาหลีเหนือย่อมกระทบจีนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเองไพ่ทางด้านนี้ก็คือเรื่องทหาร ไพ่ทางด้านนี้ก็คือสงครามทางด้านการค้า ทางด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นเราเองก็ต้องวิเคราะห์ควบคู่กันไป

 

สนธิญาณ : ท่านผู้ชมครับ นี่คือการเกริ่นประเด็น ผมเรียนแบบนี้นะครับ สถานการณ์ของโลกในขณะนี้มีการแบ่งขั้วกันแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกา และทันทีที่โลกมีการแบ่งขั้วมีความตึงเครียดและมีโอกาสที่จะปะทุเป็นสงคราม มีโอกาสอย่างแน่นอน ช่วงหน้ามาตามลงลึกกันในรายละเอียดว่าขั้วแบ่งกันอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไรและโอกาสที่สงครามจะปะทุขึ้นนั้นเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน



 

สนธิญาณ : กลับเข้าสู่ช่วงที่สองครับ อยากจะรู้อนาคตต้องเข้าใจปัจจุบัน จะเข้าใจปัจจุบันให้ดีต้องรู่ว่าประวัติศาสตร์เป็นมาอย่างไร วันนี้เรื่องความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐอเมริกาและประเด็นที่ผมหยิบยกว่าพร้อมจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามหรือไม่ อยากจะย้อนรอยให้ท่านผู้ชมได้เข้าใจประวัติศาสตร์ เกาหลีทั้งประเทศมีความสัมพันธ์กับจีนมาอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งที่ว่าอาจจะเป็นเมืองขึ้นจีนครอบงำมาตลอดเวลา แต่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ญี่ปุ่นนำพาตัวเองขึ้นผงาดและต้องการที่กลายเป็นเจ้าอาณานิคม ญี่ปุ่นก็แผ่อำนาจของตัวเองไปตีรัสเซีย ตีจีน และประเทศหนึ่งที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครองและกดขี่อย่างรุนแรงก็คือ ประเทศเกาหลี ในช่วงระยะเวลานั้นในจีนก็มีปัญหา มีการต่อสู้กันระหว่าง ก๊กมินตั๋ง กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นศึกสามเศร้ากับญี่ปุ่น ประชาชนชาวเกาหลีต้องการปลดแอกญี่ปุ่นก็ไปพำนักอยู่ในจีนก่อตั้งขบวนการปลดแอกต่อสู้กับญี่ปุ่น นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองเกาหลีเหนือปลดแอกออกจากญี่ปุ่นด้วยความชอกช้ำ การสู้รบของญี่ปุ่นที่รุกรานไปทั่วมีทหารเกาหลีที่ถูกเกณฑ์ไปหลายแสนคน สหรัฐอเมริกาไปทิ้งระเบิกในฮิโรชิมะและในนางาซากิ โดยสถิติมีคนเกาหลีที่ถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานเสียชีวิตประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ผมเคยไปเที่ยวเกาหลีไกด์นำเที่ยวเวลาพูดถึงการกดขี่ของญี่ปุ่นน้ำตาไหลและร้องไห้ แล้วสถานที่หนึ่งที่เขาพาไปดูนั่นก็คือ จะเรียกว่าเป็นอนุสรณ์สถานก็ไม่ได้ แต่เป็นคุกที่ญี่ปุ่นจับชาวเกาหลีที่เป็นนักกู้ชาติไปคุมขังไปทรมานเขาจะเกณฑ์ให้เด็กเกาหลีไปดูอันนี้ไปเรียนรู้ วันนี้สถานการณ์โลกดูเหมือนว่าตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นถูกสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิด แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว สหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นหลังจากนั้นร่วมมือผนึกกำลังกันอย่างแข็งแรง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาก็ต้องการไว้ใช้เป็นรัฐกันชน ไว้คุกคามจีน เกาหลีหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลงถูกปลดแอกจากญี่ปุ่น แต่ปรากฏว่าด้านบนจีน รัสเซีย มีกำลังทหารยึดครองอยู่ ข้างใต้มีทหารสหรัฐอเมริกายึดครองอยู่ ทำให้ต้องขีดเส้นแบ่งเป็นเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ แล้วเกิดสงครามขึ้นทหารไทยก็ไปร่วมรบกับเขาด้วย นี่คือประวัติความเป็นมา วันนี้สถานการณ์เดิม ๆ ยังคงอยู่ เมื่อสักครู่คุณทนงบอกว่าสหรัฐอเมริกากลัวจีนจะเจริญรุดหน้าในทางเศรษฐกิจส่งเรือรบมาก่อกวนอยู่ในทะเลจีนใต้อยู่เรื่อย จีนบอกว่าอย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นจะเกิดสงครามนะจีนก็ขู่แบบนี้สถานการณ์เกาหลี จีน สหรัฐอเมริกาเป็นมาแบบนี้ เรือที่เข้ามาหยอก ขีปนาวุธที่จะยิงมีโอกาสไหมครับที่จะเกิดปะทุขึ้น


ทนง : ตอนนี้ก็ยังบอกไม่ได้เต็มปาก แต่ว่าการเผชิญหน้าเป็นแบบเต็มรูปแบบแล้วระหว่างทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้เนื่องจากว่าทางสหรัฐอเมริกาเองหลังจากที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศยโยบายว่าจะมาปักหมุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกลับมาเคลมว่าตัวเองเป็นเจ้ามหาอำนาจ


สนธิญาณ : คืออยากกลับมายิ่งใหญ่หลังจากที่ไปยุ่งอยู่ในตะวันออกกลางนาน


ทนง : แต่จริง ๆ แล้วสหรัฐอเมริกาก็ไม่เคยทิ้งภูมิภาคนี้หรอก แค่เป็นคำพูดเท่านั้นเองเพราะว่าในตะวันออกกลางสงครามที่สหรัฐอเมริกาก่อเป็นสงครามการครอบครองบ่อน้ำมันเป็นหลัก


สนธิญาณ : ที่ตะวันออกกลางยุ่งเหยิงเพราะสหรัฐอเมริกาเข้าไปอยู่เบื้องหลังไปแทรกแซงเพื่อประโยชนบ่อน้ำมัน


ทนง : เพื่อต้องการควบคุมตะวันออกกลาง เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ก็อย่าลืมนะว่า อิสราเอล เยรูซาเล็ม เป็นศูนย์กลางทางด้านศาสนาของโลกของการคุมด้วย ใครที่คุมโลกคนนั้นต้องคุมศาสนาด้วยศูนย์กลางที่เป็นศาสนาของโลก นี่คือสาเหตุหนึ่ง เยรูซาเล็มเป็นบ่อเกิดของสามศาสนา ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม พอเป็นศูนย์กลาอย่างนั้นวางอิสราเอลเป็นสนุ๊กของตะวันอออกกลางเพราะฉะนั้นเองหลังสงครามโลกครั้งที่สองเราจะเห็นว่าจะมีการวางสนุ๊กไว้


สนธิญาณ : ผมเรียนท่านผู้ชมนะครับว่า ยิวไม่เคยมีประเทศ ประเทศอิสราเอลเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกามหาอำนาจต้องการเอาประเทศอิสราเอลหรือให้ยิวก่อประเทศขึ้นเพื่อต้องการวางสนุ๊กในตะวันออกให้ปั่นป่วนวุ่นวาย 


ทนง : เพื่อที่ต้องการจะยึดอิสราเอลจากยิว เพราะก่อนหน้านี้เป็นพันปีที่ทางตะวันตกกับทางด้านคริสต์ ทางด้านอิสลามรบกัน สงครามครูเสด เพื่อต้องการที่จะเอาเยรูซาเล็ม แต่ว่าไปแพ้มุสลิมในช่วงที่ผ่านมาสงครามครูเสดสิ้นสุดโดยที่มุสลิมชนะ 
สนธิญาณ : ทหารอังกฤษต้องถอยทัพกลับ


ทนง : ทหารของวาติกัน ของโป๊ป ของสำนักคาทอลิกแพ้ ทีนี้พอหลังจากช่วงปรายศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา อังกฤษก็เป็นมหาอำนาจมา อังกฤษเลยมีนโยบายที่มายึดเยรูซาเล็ม ก็เลยมีนโยบายที่จะให้มีการก่อตั้งรัฐยิวขึ้นมา ในปี 1917 หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ชนะกว่าที่อิสราเอลจะเป็นประเทศที่ยอมรับกันหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นเองเป็นการวางสนุ๊ก ฉะนั้นเองเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ก็เป็นการวางสนุ๊กเหมือนกันในภูมิภาคตอนบน ภูมิภาคบ้านเราเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ 
สนธิญาณ : เอาไทยเผชิญหน้าด้วยนะครับ


ทนง : วางสนุ๊กเหมือนกันเห็นไหมครับ ที่ยุโรปประเทศที่ถูกวางสนุ๊กใหญ่คือเยอรมนีตะวันตก เยอรมนีตะวันออก คงจำกันได้ใช่ไหมครับ ส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาเหนือมีคิวบาซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นหนามยอกหนามบ่งตรงนู้น ฝั่งรัสเซียก็ยูเครนซึ่งกำลังถูกวางสนุ๊กอยู่ เห็นไหมครับคนที่วางแผนโลกสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ทั้งหลายเราจะมองจุดเดียวไม่ได้ เราต้องค่อย ๆ มอง ค่อย ๆ แก้ มันเชื่อมโยง
กันหมดเลย


สนธิญาณ : แสดงว่ามีผู้บงการอยู่กลุ่มเดียวที่บงการโลกทั้งโลกอยู่ในขณะนี้


ทนง : น่าจะมีความเป็นไปได้ว่า เป็นอย่างนั้นสูง เพราะไม่เช่นนั้นเอง แพทเทิร์นหรือรูปแบบไม่ออกมาในลักษณะที่มีการวางสนุ๊กอย่างนี้ เพราะว่าคงเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ถ้าหากมองธรรมดาเป็นการลงทุนที่เปล่าประโยชน์ที่สหรัฐอเมริกาจะไปวางกองทัพที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นมาเป็น 40 - 50 ปี เขามีเงินพอมีความอดทนพอ


สนธิญาณ : ผู้ที่วางสนุ๊กหลักน่าจะเป็นสหรัฐอเมริกากับอังกฤษ 


ทนง : ยังไม่อยากจะกล่าวโทษถึงขนาดนั้น อยากให้ท่านผู้ฟังค่อย ๆ ไปค้นดีกว่า ถ้าพูดไปแล้วเดี๋ยวจะไม่เชื่อกัน


สนธิญาณ : ให้ท่านผู้ฟังผู้ชมไปค้น ผมเสนอให้ไปค้นสองที่ เพจคุณทนงแฟนคลับ กับอีกเพจหนึ่งคือลุงนิทาน มีหมีซีเอ็นเอ็นอะไรก็ไปตามจะได้ข่าวมูลอีกด้านหนึ่ง แต่ว่าเมื่อมีผู้บงการแบบนี้ทุกครั้งเวลาเกิดสงครามโลกในสองครั้งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าต้องการจุดเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ถูกไหมครับ


ทนง : ถูกต้องครับ ถ้าเกิดว่าไม่เกิดความขัดแย้ง เราเคยได้ยินคำพูดอยู่บ่อย ๆ ใช่ไหมครับแบ่งแยกแล้วปกครอง ก่อสงครามให้ล่มสลายเสร็จแล้วก็มารวม


สนธิญาณ : ตะวันออกกลางชัดเจน จากออตโตมันแตกไป ตะวันออกกลางแตกแล้วตั้งประเทศกันใหม่เข้าแทรกแซงแล้วไปเอาน้ำมันกันเยอะแยะ


ทนง : สงครามโลกครั้งที่หนึ่งสังเกตดูนะครับ ตอนนั้นมีจักรวรรดิที่แข่งกันคือจักรวรรดิอังกฤษ มีของเยอรมนี มีของออสเตรีย-ฮังการี มีของออตโตมัน เอ็มไพร์ มีของซาร์ของรัสเซีย สงครามโลกครั้งที่หนึ่งล่มสลายหมดเลย ซาร์ของรัสเซียล่มสลาย ออตโตมันของเติร์กล่มสลาย ออสเตรีย-ฮังการีล่มสลาย เยอรมนีก็ล่มสลาย 


สนธิญาณ : มีที่ไม่ล่มอยู่จักรวรรดิเดียวคือ จักรวรรดิอังกฤษ ท่านผู้ชมครับเพราะฉะนั้นแกะรอยต้องแกะไปที่อังกฤษกับสหรัฐอเมริกา เอาล่ะวันนี้ในการเผชิญหน้ากันทางเศรษฐกิจตามที่คุณทนงว่าสหรัฐอเมริกากังวลที่จีนจะเติบโตใกล้ถึงจุดเต็มที่ หรือจะถูกจุดขึ้นเหมือนกับสงครามโลกครั้งที่ผ่านมา 


ทนง : ในช่วงวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือว่าทรัมป์จุดปะทุด้วยการลงนามคำสั่งของประธานาธิบดีให้ทางยูเอสทีอาร์ หรือผู้แทนทางด้านการค้าไปทำการรวบรวมข้อมูลหาหลักฐานว่าจีนมีการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐอเมริกาหรือไม่ โดยที่ตั้งธงไว้แล้วว่าจีนมีการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้านั่นคือประการแรก ประการที่สองจีนมีการบีบบังคับให้บริษัทอเมริกันต้องทรานสเฟอร์โอนฐานเทคโลโนยีให้กับจีนอย่างไม่เป็นธรรม มิเช่นนั้นจะไม่ให้ร่วมลงทุนด้วยอย่างนั้น ดังนั้นทางยูเอสทีอาร์ก็จะไปทำการศึกษาหลังจากนั้นจะนำรายงานมานำเสนอทรัมป์ สรุปว่าจีนดำเนินการถ้าดำเนินการโดยไม่เป็นธรรม ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมทรัมป์ก็จะตอบโต้ นี่คือสัญญาณการก่อสงครามทางด้านการค้าเรียบร้อยแล้ว


สนธิญาณ : ทรัมป์บอกว่าจะตอบโต้ บอกไหมครับจะตอบโต้แบบไหม


ทนง : เวลาตอบโต้ก็ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีอย่างไรล่ะครับ เพื่อไม่ให้สินค้าจีนอย่าลืมนะครับว่าสหรัฐอเมริกากับจีนค้าขายกันปีหนึ่ง 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ว่าจีนได้เปรียบดุลการค้า 365,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว จีนได้เปรียบการค้ามากมายมหาศาลเพราะว่า สหรัฐอเมริกาไม่ผลิตเป็นผู้บริโภค จีนเป็นผู้ผลิตรับเงินลงทุนจากต่างประเทศเป็นโรงงานของโลก ขายของให้สหรัฐอเมริกาและได้ดอลลาร์มาก็มาเป็นรีเซิร์ฟของตัวเอง เพราะฉะนั้นเองสหรัฐอเมริกาก็จะเป็นประเทศที่ค่อย ๆ อ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ เนื่องจากไม่ผลิตมีแต่การบริโภค ส่วนจีนมีแต่การผลิตบริโภคน้อย ตอนนี้กำลังขยายการบริโภคอยู่ ฉะนั้นเองเขาถึงมองว่าสหรัฐอเมริกาจะกลับตัวไม่ทันที่จะกลับมาเป็นผู้ผลิต จีนก็ผงาดขึ้นนี่เองเป็นจุดที่ทางทรัมป์ต้องทำอะไรบางอย่าง กระตุกขาเหมือนจีนกำลังลิ่ว จีดีพีจีนโต 6.5 - 6.7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ขณะที่สหรัฐอเมริกาโตไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ เหมือนคุณสนธิญาณเดินแข่งกับผม คุณสนธิญาณเดินครั้งละสองก้าว ผมเดินครั้งละหกก้าวครึ่ง สักพักผมก็แซง 


สนธิญาณ : แสดงว่าคุณทนงก็ยืนยันว่าปัญหาเรื่องผลประโยชน์คือปัญหาใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเขตแดน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องทางการทหาร นี่เป็นประเด็นหลักที่ทำให้คนที่ศึกษาประวัติศาสตร์โลก ศึกษาระบบกลไกการค้าของโลกและมองเห็นว่ามือที่มองไม่เห็น ที่ยึดครองไปทุกแห่งหนจำเป็นผู้จุดไฟสงครามขึ้น จบช่วงนี้ ช่วงหน้าไปดูกันต่อว่ากำลังของแต่ละฝ่ายที่จัดวางมีใครเป็นพันธมิตรกับใคร เผชิญหน้ากับใครจุดไหนอยู่อย่างไรบ้าง ติดตามกันช่วงหน้าครับ 
 



 

สนธิญาณ : ย้ำนะครับท่านผู้ชม สงครามโลกครั้งที่สามไม่ได้อยู่ไกลเพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวพัน การเผชิญหน้าอยู่ในระดับที่วิกฤติ รู้ไว้ไม่เสียหาย รู้ให้จริง ฟังรายการสนธิญาณฟันธงวันนี้ยังไม่ชัดเจนสามารถไปติดตามในเพจ thanong fanclub ไปพูดคุยกับคุณทนงได้ ประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมาจักรวรรดินิยมมาจากฝั่งตะวันตก เคลื่อนตัวลงมาสูบกินทรัพยากรจากฝั่งตะวันออก จีนแม้ประเทศยักษ์ใหญ่ในประวัติศาสตร์ได้เคยกลายเป็นประเทศที่มหาอำนาจทั้งหลายเข้าไปเกาะกุม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เวียดนาม อินเดีย พม่า ไปจนถึงตะวันออกกลาง มหาอำนาจตะวันตกกินมาหมด ไทยเรารอดมาได้ วันนี้ในสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ เป็นเรื่องที่โลกตะวันออกกำลังผงาดขึ้นมา ผงาดขึ้นมาอย่างไร จัดการกันอย่างไร มีใครบ้าง ต้องไปฟังคุณทนง วันนี้จีนจับมือกับรัสเซียดูแลเกาหลีเหนือเชื่อมโยงกับอิหร่าน ทุกที่เป็นวิกฤติหมด อิหร่านก็เป็นตัวที่อยู่ในตะวันออกกลาง รัสเซียก็เผชิญหน้าอยู่กับอียูอยู่ในยูเครน ในทะเลจีนใต้ เกาหลี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นก็เผชิญหน้ากัน ช่วยลำดับความให้ท่านผู้ชมเห็นหน่อยครับว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดอย่างไรต่อและใครจับมือกับใคร ผูกพันมากน้อยขนาดไหน


ทนง : คือนโยบายหลักของสหรัฐอเมริกาก็คือว่า จะไม่ยอมให้ประเทศใดดำเนินนโยบายการเป็นประเทศอิสระ 


สนธิญาณ : ต้องอยู่ภายใต้การครอบงำของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น


ทนง : ถ้าประเทศใด นี่คือคล้าย ๆ หลักของเขาเลย ฉะนั้นเองเราจะไม่เห็นประเทศใดในโลกที่มีอิสระในการดำเนินการนโบายต่างประเทศของตัวเองอย่างจริงจัง พูดง่าย ๆ คือไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของสหรัฐอเมริกา


สนธิญาณ : ผมถามหน่อยว่าการเดินอยู่ภายใต้ร่มเงาของสหรัฐอเมริกาผ่านยูเอ็น เพราะสหรัฐอเมริกาคุมยูเอ็นอยู่หรือเปล่า


ทนง : ไม่เชิงครับส่วนมากเลยจะไปในลักษณะของทูตทวิภาคีมากกว่า จะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกามีทูตและมีฐานทัพทั่วโลกหลายร้อยแห่งคุมอยู่ แต่มีอยู่บางประเทศที่ไม่ยอม ประเทศนั้นก็คือที่คุณสนธิญาณเอ่ยขึ้นมา ก็คือรัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ คิวบา เวเนซุเอลา นอกนั้นโดยมากแล้วก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาไม่มากก็น้อย 


สนธิญาณ : ไทยเราเป็นอย่างไรทุกวันนี้


ทนง : ไทยเราก็เดินตามก้นสหรัฐอเมริกา 


สนธิญาณ : ตอนนี้ไม่ถอยมาหน่อยหรือครับ


ทนง : ถอยบ้างไม่ถอยบ้าง ยังคลุมเครืออยู่ อย่างพม่าเหมือนกันดูเหมือนว่าแข็งข้อตอนนี้ก็อ่อน เอาเข้าจริง ๆ แล้วพม่าก็พยายามจะยังคลุมเครือคล้ายกันกับไทย แต่เกาหลีเหนือ อิหร่าน รัสเซีย คิวบา เวเนซุเอลาชนดะเลย ด้วยเหตุนี้เองก็ประสบปัญหาที่แตกต่างกันไป


สนธิญาณ : อิรักก็ชนนะครับเมื่อก่อน


ทนง : ก็สมัยซัดดัม ฮุสเซน ชนดะจึงถูกจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวหาอิรักมีอาวุธมหาประลัยล้างโลกจึงเข้าไปถล่มและไม่เจออะไร และซีเรียก็ไม่ยอมชนดะถึงเกิดไอซิสขึ้นมา ลิเบียก็ชนกะเหมือนกันก็ล่มสลาย


สนธิญาณ : ประเทศที่ชนดะแล้วถ้าเล็กกว่าสหรัฐอเมริกาถล่มหมด ใช้กำลังอาวุธ


ทนง : ถล่มแบบใช้ประตูตีแมวเลย 


สนธิญาณ : แต่ถ้าประเทศใหญ่ ๆ แบบจีน รัสเซีย ไม่กล้า


ทนง : ก็ใช้วิธีดึงพันธมิตรและใช้วิธีปิดล้อม ทำให้อ่อนแอทางด้านเศรษฐกิจ บอยคอตเศรษฐกิจ


สนธิญาณ : แต่ถ้าเป็นเกาหลีเหนือ อิหร่าน ก็ยังไม่กล้าเหมือนกัน เพราะทั้งสองประเทศบอกว่ามีขีปนาวุธพิสัยไกลที่จะไปถึงสหรัฐอเมริกาแน่นอน ความจริงผมเรียนถามคุณทนงสักนิดนึงว่า เกาหลีเหนือเขาคิดจะยิงสหรัฐอเมริกาไหม หรือคิดแบบว่าถ้าบุกแบบอิรักนะยิงทิ้งแน่ เหตุผลเป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ


ทนง : ผมคิดว่าทางเกาหลีเหนือเขาคงมองตัวอย่างอย่างซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย พอไม่มีอาวุธร้ายแล้วเป็นอย่างไร สภาพของผู้นำเป็นอย่างไร สถาพของบ้านเรือนเป็นอย่างไร เพราะอะไร สู้ไม่ได้ถูกปิดประตูตีแมว เกาหลีเหนือเขาถึงมีการเร่งพัฒนาขีปนาวุธ ทีนี้ขีปนาวุธของเขาจะร้ายแรงรุนแรงอย่างไรผมก็ไม่ทราบ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน


สนธิญาณ : เราฟังจากข่าวจากนักวิเคราะห์ทั้งสองฝั่ง


ทนง : ซึ่งก็แล้วแต่จีนจะใช้เกาหลีเหนือ หรือรัสเซียจะใช้เกาหลีเหนือมากน้อยเพียงใด จะแอบให้ยืมก่อนไหม คงไม่มีหรอก หรือให้ยืมก่อนหรือเปล่า


สนธิญาณ : หรือส่งนักวิทยาศาสตร์ไปช่วยพัฒนา


ทนง : เหมือนพี่เลี้ยง ท่อน้ำเลี้ยงเพื่อที่จะเอาไว้ข่มขู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเองอย่างที่บอกจีนมีเกาหลีเหนือเป็นรัฐกันชนระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นซึ่งมีฐานทัพสหรัฐอเมริกาอยู่


สนธิญาณ : ภาษาชาวบ้านเรียกเป็นไม้กันหมาก็ได้


ทนง : ส่วนรัสเซียก็ต้องมีอิหร่านไว้เป็นทัพหน้าเหมือนกัน เพราะว่าอย่าลืมเดิมทีทางสหรัฐอเมริกามีการต้องการยึดทั้งตะวันออกกลาง หลังจากได้ตะวันออกกลางแล้วต่อไปก็คือเอเชียกลางคีร์กีซสถาน เติร์กเมนิสถาน ซึ่งเป็นแนวหน้าของรัสเซียทั้งหมด และอดีตเคยเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต ซึ่งสหรัฐอเมริกาก็จะรุกคืบด้วยวิธีการที่เราทราบกันเดิม ๆ ส่งออกประชาธิปไตย พอไม่เป็นประชาธิปไตย ก็จัดการ เสร็จแล้วก็ค่อยรุกคืบไป เพราะฉะนั้นเองทางรัสเซียก็รู้ว่าถ้าอยู่เฉย ๆ ก็จะลามไปแล้ว จากอัฟกานิสถาน ซีเรีย อิรัก อิหร่านและเข้าในตัวเอเชียกลาง เผลอแปปเดียวอาจถึงมอสโกแล้วก็ได้ ด้วยเหตุนี้เองรัสเซียจึงตัดสินใจในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา วิธีการปกป้องมอสโกคือต้องออกจากมอสโกไปปกป้องนอกประเทศคือไปช่วยซีเรียไม่ให้สหรัฐอเมริกายึดไป ไปยึดซีเรียแทนที่สหรัฐอเมริกาจะยึดแล้วก็ชนะและช่วยอิหร่านในการยึดอิรักคืนก็ประสบความสำเร็จเพราะว่าไอซิสพ่ายแพ้ทั้งในอิรักและซีเรียอย่างยับเยิน 


สนธิญาณ : เราต้องสรุปว่า ไอซิสมี  เพราะสหรัฐอเมริกาสนับสนุนอยู่ถูกไหมครับ


ทนง : ผมยังไม่ต้องการที่จะกล่าวหากันอย่างนั้น แต่ว่าไอซิสไม่ได้เกิดมาจากสุญญากาศ


สนธิญาณ : แล้วตุรกีที่เมื่อก่อนยืนอยู่กับสหรัฐอเมริกา วันนี้ก็ยืนอยู่กับรัสเซีย


ทนง : ถูกต้องเพราะตุรกีอ่านเกมอ่านลมออกว่าลมเปลี่ยนทิศ ไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับรัสเซีย เพราะตุรกี แค่รัสเซียหายใจใส่ก็เซ เหมือนกับเราอยู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แค่จีนฮึ่มใส่นิดเดียวต้นไม้แบบเราก็กระจุย


สนธิญาณ : แล้ววันนี้เป็นอย่างไรหลังจากที่จีนกับรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียมีปัญหากับยูเครน นาโต้ ยุโรปไม่ซื้อน้ำมัน รัสเซียมาซื้อขายกับจีนผนึกกำลังแนบแน่นกัน วันนี้จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่านและทีมที่ผนึกกันอยู่ ตุรกีต้านรัฐกับนาโต้ได้ไหมหากเกิดสงครามกันจริง ๆ 


ทนง : ก็เผชิญหน้ากันอยู่ต่างฝ่ายต่างกำลังกระชับพื้นที่ ดึงเอาพันธมิตรมาอยู่ฝ่ายของตัวเอง เดิมทีสังเกตดู จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ แทบไม่มีใครเลย แต่ว่าช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาได้พันธมิตรมาอย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างมีนัยยะสำคัญ


สนธิญาณ : มีดุลอำนาจที่เรียกว่าพร้อมจะเผชิญหน้ากัน


ทนง : มีดุลอำนาจเพิ่ม แต่ถ้าหากพูดถึงกองกำลังหรือพันธมิตรก็แพ้โลกตะวันตกเยอะ ตะวันตกเขาสร้างฐานมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และสหรัฐอเมริกาก็ชนะสงครามเย็น เพราะว่าโซเวียตล่มสลาย ค.ศ.1991 แต่ 15 ประเทศถ้าไม่ได้ปูตินก็คงไม่ฟื้นมาเป็นมหาอำนาจแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็แค่ฟื้นมาอย่างนี้ และรัสเซียก็พยายามไปพูดคุยกับพวกบริวารของเขาทั้งหลายว่า ควรอยู่ในแถวพวกเราควรปักหลักอยู่ด้วยกัน มาจับมือด้วยกันนะ เพราะถ้าแตกแถวเราจะถูกแบ่งแยกปกครอง 


สนธิญาณ : เพราะฉะนั้นถ้าจะมีเหตุสงคราม ฝ่ายที่จะก่อสงครามน่าจะมาจากสหรัฐอเมริกาหรือตะวันตกมากกว่าฝั่งเอเชียใช่หรือไม่


ทนง : ข้อนั้นก็บอกไม่ได้อยู่ดี เพราะว่าเหมือนผมเป็นคนดีแต่ว่าเดินมาจะชกผม เขาจะชกผม


สนธิญาณ : คนดีคือฝั่งไหนครับ 


ทนง : คนดีก็ประเทศไทยดีที่สุด เราอยู่ของเราเฉย ๆ แล้วจะเดินมาชกเรา เราจะชกสวนไปก่อนหรือว่าจะปล่อยให้เขาชกเราก็เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน แต่พบคิดว่าประเทศโลกตะวันออกโดยส่วนมากเป็นประเทศที่ถูกกระทำ ประเทศตะวันตกเป็นประเทศที่กระทำซึ่งเป็นผลพวงจากลัทธิล่าอาณานิคมยังไม่จบ


สนธิญาณ : ยังไม่จบ ยังมีมายาวนานเพียงแต่เปลี่ยนวิธีการ สุดท้ายก่อนจะหมดเวลา ประเทศไทยเราคุณทนงคิดว่าควรจะวางท่าที วันก่อนนะครับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็มาพบท่านนายกรัฐมนตรี มาขอร้องเรื่องเกาหลีเหนือ บอกขอให้ท่านปฏิบัติตามมติของยูเอ็น ไทยควรวางท่าทีกับสถานการณ์ของโลกในขณะนี้อย่างไร วันนี้แนบแน่นกับรัสเซีย กับจีน ได้ข่าวนะครับปลายปีนี้ปูตินอาจจะเดินทางมาเยือนไทยด้วยซ้ำ คิดว่าไทยควรจะวางท่าทีอย่างไร


ทนง : ตอนนี้ท่าทีของไทยกำกวมจนกระทั่งฝรั่งปวดหัวเหมือนกัน


สนธิญาณ : ดีไหมครับ  ที่กำกวม


ทนง : ผมว่าก็น่าจะดี


สนธิญาณ : แสดงว่านายกรัฐมนตรีของเราฉลาด


ทนง : ก็พอใช้ได้ เพราะว่าถ้าหากทำให้ทุกฝ่ายอึดอัด ผมว่าดี เพราะว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่เดินทางมาเยือนก็คือต้องการให้ไทยเป็นพันธมิตร ไม่เพียงเรื่องของเกาหลีเหนือเท่านั้น เรื่องของทะเลจีนใต้ซึ่งไทยเราก็แบ่งรับแบ่งสู้ ไทยเราเองก็บอกว่ายูเอ็นว่าไงไทยก็ว่าตามจะเอาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น


สนธิญาณ : ถอดรหัสที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดหน่อยได้ไหมครับ ที่วันก่อนบอกว่าเขาเดินมาหา ก็ไปดูแผนที่สิ แล้วจะรู้ว่าทำไมเขาเดินมาหา แปลว่าอะไรครับ


ทนง : แปลว่าประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการทำสงครามของโลก ในโลกนี้มีสองประเทศที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด คือ อิหร่าน ถ้าจะได้รัสเซียก็ต้องได้อิหร่าน ถ้าจะได้จีนก็ต้องได้ไทย ไม่ใช่เกาหลีเหนือ


สนธิญาณ : หมายถึงพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ นี่ล่ะครับท่านผู้ชม สถานการณ์โลกเป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามและเกาะติด ใกล้ตัวเรามากและรหัสสุดท้ายที่คุณทนงถอดจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นชัดเจนว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศยุทธศาสตร์ โชคดีครับที่คุณทนงได้ฟันธงบอกว่าท่าทีกำกวมของไทยที่เป็นอยู่ ดูท่าแนวโน้มจะเป็นผลดี วันนี้ขอบคุณคุณทนงมากครับ ขออนุญาตลาเท่านี้ครับ สวัสดีครับ


เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News