ใครจะเชื่อ!!?? 23 สิงหาคม“ยิ่งลักษณ์” เปิดหนี!! ฤกษ์ดี ครบ 6 ปี นโยบายจำนำข้าว!!??

Publish 2017-08-27 17:34:26



       ภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีรับจำนำข้าว โดยให้เหตุผลเนื่องจากป่วย มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน !!! ตอนนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยเมื่อวันที่23 สิงหาคม 2560  โดยไปทางด่านช่องทางธรรมชาติเข้ายังประเทศกัมพูชาจากนั้นนได้เดินทางต่อไปยังประเทศสิงคโปร์ ขณะเดียวกันมีข้อมูลอีกว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อมารอรับตัว แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศดูไบ

         แต่ใครจะรู้ ว่าจะเป็นเรื่องแปลก เรื่องบังเอิญ หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะถือฤกษ์ดีก็ตามแต่ เพราะในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ เมื่อย้อนรอยไป6ปีที่แล้ว 23 สิงหาคม 2554 หลังจากชนะเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา สาระสำคัญก็คือ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวทุกเม็ดในราคา 15,000-20,000 บาทต่อตัน หลังจากนั้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายการการนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เริ่ม ดำเนินการในฤดูการผลิตแรกทันที โดยมีเกษตกร ชาวนา มาขึ้นทะเบียนตามนโยบายจำนำข้าวกว่า 3,260,685 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 59.78 ล้านไร่
 



    จนกระทั่ง เมื่อ15 ตุลาคม 2555 นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ได้เข้ายื่นเรื่องต่อ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.ในขณะนั้น ให้ไต่สวนนโยบายรับจำนำข้าว ว่าเข้าข่ายการทุจริตเชิงนโยบายและทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 84 ว่าด้วยรัฐต้องสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม ตอกย้ำอีกครั้งเมื่อ6 พฤศจิกายน 2555นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ก็ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.อีกเช่นกัน ให้ตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ต่อมาในเดือนธันวาคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ นำรายชื่อสส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 146 ราย ยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้มีการสอบสวนนโยบายรับจำนำข้าว ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตในตั้งประเด็นความโปร่งใสของการระบายข้าวผ่านสัญญา
รัฐต่อรัฐ หรือ G TO G กับประเทศจีน

        ต่อมาในปี 2556  ช่วงเดือน กรกฎาคม นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช. ขณะนั้น ได้แถลงความคืบหน้าการไต่สวน ระบุไว้2 ประเด็นสำคัญคือ 1. การดำเนินโครงการ ได้ขอเอกสารไปยังส่วนราชการต่างๆ 7 หน่วยงาน และ 2. การระบายข้าว ซึ่งได้ขอและได้รับเอกสารข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 6 หน่วยงาน ถัดมาในเดือนธันวาคม  นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในขณะนั้น  พบว่ามีมูลทุจริตโครงการรัฐต่อรัฐ ระบุว่า “การที่รัฐกำหนดการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยง การแข่งขันราคา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายจากการขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554-มิถุนายน 2556 อีกทั้งปริมาณการส่งมอบข้าว ไปยังจีนส่งไปเพียง 375,000 ตันเศษ จากปริมาณที่ต้องส่งมอบตามสัญญา จำนวน 4.8 ล้านตัน ซึ่งกรมศุลกากรยืนยันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีข้าวส่งออกโดยผ่านพิธี การศุลกากรแต่อย่างใด”  ทำให้เมื่อ 16 มกราคม 2557 ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวม 15 ราย ในความผิดกรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐและให้มีการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์  เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่า จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นตามอำนาจหน้าที่ จากนั้นป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ไต่สวน ยิ่งลักษณ์ แทนการตั้งคณะอนุกรรมการ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตนายกรัฐมนตรีในเดือนถัดมา การดำเนินการ ไต่สวนกระทำควบคู่กันทั้งในกรณีคำร้องขอให้ถอดถอน และคำร้องขอให้ ดำเนินคดีอาญา 

      จนกระทั่งเมื่อ18 กุมภาพันธ์ 2557ป.ป.ช. มีมติเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้มาพบในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา กรณีละเลยการระงับความเสียหาย และปล่อยให้มีการทุจริตใน โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยระบุความผิดของผู้ถูกกล่าวหาว่า “ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270”

 



    และ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ชี้มูลให้ถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและให้ดำเนินคดีอาญาด้วยมติเอกฉันท์เช่นกันในวันที่ 12 กรกฎาคม 2557 ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว สำหรับการชี้มูลความผิดนี้ จำแนกผู้ถูกกล่าวหาเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. นักการเมือง 3 คน ได้แก่ บุญทรง ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการระบายข้าว พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ 2. เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน ได้แก่ มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ทิฆัมพร นาทวรทัต อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ อัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ

      และในวันที่19 กุมภาพันธ์ 2558 อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ข้อหากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิด การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จากนั้นกระบวนการในชั้นศาลจึงเริ่มขึ้น และดำเนินมาตลอด โดยศาลฎีกาพิจารณาคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวนัดแรก  19 พฤษภาคม 2558 จนแถลลงปิดคดีด้วยนาจาของน.ส. ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่1 สิงหาคม 2560และมีกำหนดศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 25 สิงหาคม 2560 แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับหลบนี้ไปเสียก่อน



เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์


Suggess News