"สนธิญาณ" ชี้ชัด !! ปัญหาที่ดินคุณยายเนื่อม 48 ปี ใครโกงที่ดินวัด? ใครบ้างจะจูงไปนรก ??

Publish 2017-09-09 23:32:43



 

ผกามาศ : ...ออกมาจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นเวลา 2 ปี โดยรอลงอาญา มาจนถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลายาวนาน 48 ปีแล้ว สำหรับปัญหาที่ดินคุณยายเนื่อมที่บริจาคให้กับวัดธรรมิการามและถูกโกงไป ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร เราจะมาพูดคุยกับคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชม

 

ผกามาศ : ถ้าใช้คำว่าโกงเลย ที่มาที่ไปเป็นอย่างไรคะสำหรับที่ดินนี้

 

สนธิญาณ : ใช้คำว่าโกงเลยก็ได้ครับ แต่ว่าอาจจะดูน้อยไปสักนิด น่าจะใช้คำว่าปล้น และที่สำคัญก็คือจะมีการปล้นซ้ำปล้นซ้อน คือปล้นไปแล้วผิดกฎหมายยังจะปล้นซ้ำทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เรื่องที่น่าห่วงใยไม่ได้ห่วงว่าที่ดินวัดจะได้คืนหรือไม่ ในทางกฎหมายอย่างไรที่ดินนี้วันนี้ยังเป็นที่ธรณีสงฆ์อยู่ ย้ำเลยนะครับเป็นหน้าที่ของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับวัดที่จะต้องฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟหรือเป็นเจ้าของบ้าน ต้องให้ชัดอย่างนี้ก่อน ส่วนเจ้าของบ้านที่เดือดร้อนท่านไปซื้อบ้านมาจากผู้ประกอบการที่ฉ้อฉลหรือปล้นที่ดินวัดมา นั่นก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องรับผิดชอบ ส่วนท่านจะไปร้องเรียนให้รัฐเข้ามาร่วมรับผิดชอบกับท่านอย่างไรก็ต้องว่ากันไป ทำไมต้องพูดอย่างนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นต่อไปจะมีนายทุนไปบุกรุกที่ในป่าสงวนแล้วมาจัดสรรที่ดินขายโดยมีเจ้าพนักงานที่ดินและกรมที่ดินร่วมมือในการออกโฉนด แล้วพาแบ่งโฉนดจัดสรรไปขายให้กับประชาชน แล้วประชาชนซื้อด้วยความสุจริต ไม่อย่างนั้นจะต้องออกกฎหมายล้างผิดให้กับนายทุนทั่วทั้งประเทศไหมครับ แบบนั้นไม่เท่ากับไปส่งเสริมให้เกิดการบุกรุกที่ป่าสงวนหรือครับ เพราะคนที่ไปซื้อบ้านโดยสุจริตก็จะอ้างแบบเดียวกับผู้ที่ไปซื้อที่ดินอัลไพน์ ทีนี้ผู้ที่ซื้อที่ดินอัลไพน์ซื้อบ้านจัดสรรก็มีความน่าเห็นใจเพราะเขาไม่รู้ แต่ไม่ใช่เหตุที่จะเอามาเป็นข้ออ้างได้  ดังนั้นผมถึงเรียนเอาสิ่งแรกก่อน วันนี้ประเด็นที่เราจะพูดกันผมจะชวนท่านผู้ชม มาติดตามการไปทัวร์นรก

 

ผกามาศ : ต้องใช้คำนี้เลยหรือคะ

 

สนธิญาณ : จะใช้คำอื่นได้อย่างไร เพราะไตรภูมิกถาบอกว่า นรกมีอยู่ทั้งสิ้น 8 ขุม ขุมใหญ่ชื่อ สัญชีวมหานรก ก็ต้องมาดูว่าใครบ้างที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ไปเที่ยวนรกขุมใหญ่ขุมที่หนึ่งที่เรียกว่า สัญชีวมหานรก พวกนี้ก็ได้แก่เมื่อครั้งที่เป็นมนุษย์ไปฆ่าสัตว์ทรมานสัตว์ให้ได้รับทุกขเวทนาด้วยตัวเองบ้าง มอบอาวุธให้คนอื่นทำแทนตนบ้าง เป็นโจรปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์บ้าง ตอนนี้ก็จะเริ่มเข้าเกณฑ์ที่ดินคุณยายเนื่อมที่บริจาคให้วัดธรรมิการาม บางคนเป็นข้าราชการมีตำแหน่งใหญ่โตแต่ขาดความยุติธรรม กดขี่ข่มแหงชาวบ้านใช้หน้าที่โดยมิชอบ โกงเอาเรื่องสวนไร่นาของชาวบ้านบ้าง หรือตลอดจนถึงโกงที่ดินวัด หรือกลั่นแกล้งสั่งย้ายข้าราชการชั้นผู้น้อยโดยไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้อื่นพลัดพรากจากที่อยู่ที่ทำกินบาปกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เขาต้องไปตกนรกใน  สัญชีวมหานรก ขออีกนิดนะครับจะได้รู้ว่า  สัญชีวมหานรก ไปตกแล้วจะเป็นอย่างไร คนที่จะไปตกสัญชีวมหานรก นรกขุมนี้มีผนังทำจากเหล็กร้อนกั้นรอบด้าน มองไม่เห็นขอบ มีอาณาเขตไพศาล ทั่วทั้งบริเวณมีไฟลุกโชนหาที่ว่างเว้นไม่ได้เลย ต้องนึกภาพตามนะครับว่าสัตว์นรกทั้งหลาย เขาจะอยู่ในไฟ แล้วจะปรากฏมีอาวุธ เช่น หอก ดาบ มีด แล้วสัตว์ทั้งหลายก็วิ่งอยู่ไฟแล้วถูกอาวุธพวกนี้ฟาดฟัน ตายก็ตายไป แต่ตายแล้วฟื้นมาใหม่อยู่ในความทุกข์ทรมานต่อไป อยู่กัน 500 ปีนรก น้อยไปครับ 500 ปีนรก จะต้องรู้กว่าถ้าเป็นปีที่นับตามโลกมนุษย์เป็น 4,500 ล้านปี ตกนรก ผมเรียนนะครับว่าพูดเรื่องนรกยกมาจากไตรภูมิกถา แต่ต้องย้ำว่านี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้า นี่คือหลักของพระพุทธศาสนา การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ย้ำนะครับอยู่ที่ 6 ภูมิด้วยกัน ภูมิแรกเรียกว่าภูมิสวรรค์ ภูมิที่สองมนุษย์อยู่บนโลกมนุษย์  ภูมิที่สามเดรัจฉานอยู่บนโลกมนุษย์ ภูมิที่สี่เปรต ภูมิที่ห้าอสุรกาย ภูมิที่หกก็คือสัตว์นรก แล้วก็อยู่ในนรก ทั้ง 6 ภูมิแบ่งเป็น 2 พวก พวกที่ผุดเกิดโอปาติกะ ผุดขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง อีกพวกคือพวกที่มีกายสังขารก็คือมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดกันเรื่องแบบนี้ผมเรียนย้ำนะครับ ท่านทั้งหลายที่นับถือพระพุทธศาสนาแต่ไม่ว่าท่านจะนับถือคริสต์หรืออิสลามล้วนมีสวรรค์และนรกทั้งสิ้น ทีนี้ในเรื่องของทางพุทธนั้นเป็นความจริง แต่คนพุทธเราจะเป็นแบบนี้ เราหลงอยู่กับโลกปัจจุบัน หลงอยู่กับร่างกายว่าเป็นของเรา พอเราหลงเสร็จเราก็อยากได้เพื่อประโยชน์ของเรา เพื่อความสุขระยะสั้นในห้วงของการเป็นมนุษย์ 50 ปี 60 ปี 70 ปี ก็แก่งอมจะตายอยู่แล้ว แต่อะไรก็ตามในช่วงเวลานี้เราจะกอบโกยมาหรือครับ แต่ผลหลังจากการตาย ยกเว้นความเป็นมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉานซึ่งมีทุกข์กับสุขผสมกัน อีกสองพวกแบ่งข้างกันเลยครับ สวรรค์เสวยสุขอย่างเดียว เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เสวยทุกข์อย่าเดียว แล้วอายุยืนยาวทั้งสิ้น บนสวรรค์ก็เหมือนกันขึ้นไปอยู่เป็นพันล้านปี นรกก็แบบเดียวกัน ทีนี้มาเข้าเกณฑ์มาไล่เรียงกันดูว่าใครบ้างที่จะเข้าเกณฑ์ ท่านผู้ชมต้องไปพิจารณาเอาเองว่าเกณฑ์ก็ผู้ที่จะไปทั้งสองทาง คือ สวรรค์และนรก แต่เราก็เน้นหนักสำหรับผู้ที่จะไปนรกสักหน่อย ส่วนใครเข้าเกณฑ์บ้างท่านผู้ชมจะต้องเป็นคนตัดสินใจ คนแรกหรือสองท่านแรก

 

ผกามาศ : จะเอ่ยชื่อเลยหรือคะ

 

สนธิญาณ : เอ่ยชื่อสิครับ ผมไม่รู้ว่าคนที่ไปนรกมีใครบ้าง แต่ผมจะเอ่ยชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 

 

ผกามาศ : เป็นตัวละครอยู่ในเรื่องนี้

 

สนธิญาณ : ถูกต้องครับ ทั้งหมดนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท่านผู้ชมมีเวลาก็จดชื่อเรียงลำดับกันไปดู จดไม่ทันก็ค่อยไปดูในยูทูปของข่าวจริงสปริงส์ทีวี เรามาดูกัน 2 ท่านแรก ท่านผู้ชมวินิจฉัยว่าท่านจะได้ไปข้างไหน 2 ท่านแรกก็คือคุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา และ พันโทพระชำนาญชาติศักดา สองสามีภรรยาซึ่งเป็นผู้บริจาคที่ดินให้วัด โดยคุณยายเนื่อมเป็นผู้บริจาคมาทำพินัยกรรมกันที่เขตดุสิตที่เป็นบ้านของคุณยายเนื่อม บริจาคเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ปรากฏว่าหลังจากนั้น 2 ปี ในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2514 คุณยายเนื่อมเสียชีวิต พินัยกรรมที่มอบที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอัลไพน์อยู่ในปัจจุบันให้กับวัด ตามกฎหมายชัดเจนว่าทันทีที่เจ้าของมรดกเสียชีวิต ทรัพย์สินตกเป็นของทายาททันที หมายความว่าที่ดินผืนนี้ตกเป็นของวัดเรียบร้อย เป็นที่ของธรณีสงฆ์ ในวันที่1 กันยายน พ.ศ. 2514 มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก 3 คน ศาลได้ตั้งผู้จัดการมรดก 3 ท่านก็คือ คุณพจน์ สุนทราชุน, นายพงษ์ สุวรรณหิรัญ, นายแพทย์วิรัช มรรคดวงแก้ว 

 

ผกามาศ : นี่คือผู้จัดการมรดกชุดแรก

 

สนธิญาณ : ถูกต้องครับ และผู้จัดการมรดกชุดแรกคือผู้ที่คัดค้านไม่ให้ขายที่ดินผืนนี้ คิดดูสิครับ คัดค้านนะครับไม่ให้มีการมาขายมาปล้น ไม่ให้มีการมาโกง 3 ท่านนี้จะเดินไปตามเส้นทางไหนก็ตามแต่ ในเรื่องนี้คุณถาวร เสนเนียม ต้องเอ่ยชื่อหน่อยเพราะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย คุมกรมที่ดินได้เล่าให้ผมฟังว่า นายแพทย์วิรัช มรรคดวงแก้ว ได้เคยไปเล่าให้นายชวน หลีกภัย ฟัง ทำไมต้องไปเล่าให้ฟัง ก็เพราะนายชวนเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีมหาดไทยที่ชื่อ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการมหาดไทยในตอนที่นายยงยุทธจัดการเรื่องสิทธิ์ของที่ดิน คุณถาวรบอกว่านายชวนให้เล่าให้ฟังว่า "นายแพทย์วิรัช มรรคดวงแก้ว บอกว่ามีคนมาเสนอเงินให้หลายล้านบาทเพื่อให้ยอมอนุมัติให้อนุญาตให้มีการขายที่ดินในฐานะผู้จัดการมรดก แต่นายแพทย์วิรัช มรรคดวงแก้ว ไม่ยอม" 

 

ผกามาศ : ตอนนี้ตัวละครมี 5 แล้วนะคะ

 

สนธิญาณ : 5 คนนี้ไปข้างไหนท่านผู้ชมก็ติดตามช่วงที่สองยังมีอีกเยอะครับ ชื่อที่ท่านไม่เคยได้ยินมาก่อนทั้งนั้น

 

ผกามาศ : พักกันสักครู่ หลังจากนี้มีอีกหลายตัวละครเลยทีเดียวเดี๋ยวกลับมาไล่เรียงกัน

 



 

ผกามาศ : กลับมาช่วงที่สอง วันนี้หัวข้อของเราก็คือ 48 ปี โกงที่ดินวัดใครบ้างที่จะจูงมือกันไปลงนรก อยู่กับคุณสนธิญาณเช่นเคยค่ะ เมื่อสักครู่ตัวละครมีคุณยายเนื่อม สามีคุณยายเนื่อม และผู้จัดการมรดกชุดแรก 3 ท่าน หลังจากนี้ต่อไปละครเป็นอย่างไรคะ

 
สนธิญาณ : เรื่องก็เดินต่อไปดังนี้ วัดธรรมิการามก็เปลี่ยนเจ้าอาวาสจากรูปที่ 3 มาสู่รูปที่ 4 เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ของวัดธรรมิการามชื่อพระราชเมธาภรณ์(จรัส สุมงฺคโล) ผมเรียนย้ำอยู่เสมอจะเป็นพระสงฆ์จะห่มผ้าเหลือง ครูบาอาจารย์ผมก็สอนผมหนักหนาว่าบาปเวลาทำกรรมหนักกรรมชั่วกรรมเลวกรรมร้าย พาไปลงนรกแน่นอนยิ่งผู้ที่เป็นพระสงฆ์ยิ่งหนักกว่าคนธรรมดา แต่ท่านพระราชเมธาภรณ์จะไปข้างไหนไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ แต่ดูพฤติกรรม เจ้าอาวาสในสมัยนั้นได้ทำหนังสือลงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2531 ถึงนายเสนาะ เทียนทอง มีตัวละครเข้ามาอีก 2 ตัวแล้ว คือ พระราชเมธาภรณ์ทำหนังสือถึงนายเสนาะบอกว่าวัดไม่มีความประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน อยากจะขายเพื่อนำเงินมาตั้งมูลนิธิเพื่อจะได้นำเงินมาบำรุงวัด ดูเป็นเจตนาที่ดีแต่นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมเรียนย้ำกับท่านผู้ชมว่า ความจำเป็นในการที่จะต้องมีรูปคณะสงฆ์อย่างยิ่ง วัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้รับผิดชอบนิติบุคคลนี้ สามารถดำเนินการได้เลย พระรูปหนึ่งบวชมาตั้งแต่อายุยังน้อยไม่เคยรู้เรื่องธุรกิจในคำสั่งสอนอันเป็นหลักการพระพุทธศาสนาก็ไม่ได้ให้แสวงหาลาภยศตำแหน่งสิ่งที่จะแก่กิเลสตัณหาต่าง ๆ เข้ามา ไม่เคยเรียนรู้เรื่องธุรกิจแต่กลับจะต้องมาตัดสินผลประโยชน์ของที่ดินวัดนับเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน หรือพันล้านในบางวัด ดังนั้นสิ่งที่ควรปฏิรูปอย่างแรกในการออกกฎหมายเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ก็คือให้วัดมีคณะเป็นคณะบุคคลมาจัดการดูแลและต้องตรวจสอบบัญชีวัด ไม่ใช่ปล่อยให้วัดให้พระทำกันเอง นี่เป็นความหวังดีนะครับ พลาดพลั้งไปพระตัวดีจะตกนรก

 
ผกามาศ : ไม่ใช่ให้เจ้าอาวาสตัดสินใจอยู่รูปเดียว

 
สนธิญาณ : เราก็มาดูจากกรณีนี้ เมื่อพระราชเมธาภรณ์ทำหนังสือไปถึงนายเสนาก็ปรากฏว่ามีการเตรียมการนายเสนาะพร้อม ๆ กับการตั้งเรื่องขึ้นไป เพื่อที่จะให้จดทะเบียนที่ดินจากชื่อคุณยายเนื่อมเป็นชื่อวัด ขั้นตอนนี้สำคัญนะครับ เรื่องต้องส่งไปยังรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กฎหมายเขียนเอาไว้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ชื่อ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ในปี พ.ศ. 2533 นายเสนาะทำการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่อนุญาต การไม่อนุญาตไม่ให้จดทะเบียนก็ทำให้เรื่องค้าง แต่ถ้าไปค้นหลักฐานในกรมที่ดินก็จะพบว่านายเสนาะเองเคยมีการเซ็นอนุญาตให้วัดหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสงครามโอนที่ดิน 300 ไร่ กรณีเหมือนกันทุกอย่างแต่วัดหนึ่งไม่ให้โอน อีกวัดหนึ่งให้โอนได้ แล้ววัดที่ไม่ให้โอนเป็นเรื่องที่มาเกี่ยวข้องกับนายเสนาและญาติ ในที่สุดพอไม่ให้โอนก็พูดกันเรื่องขาย เจ้าอาวาสจัดการเลยเรียกประชุมสงฆ์ ดูเหมือนว่าจะทำตามหลักของพระพุทธเจ้า เรียกประชุมสงฆ์ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ 18 รูป ปรากฏว่า 14 รูปจะรวมเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันด้วยหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่ 4 รูปไม่เห็นด้วย 14 รูปเห็นด้วย ผู้จัดการมรดกคัดค้านเหมือนที่ผมเล่าให้ฟังว่ามีคนมาติดสินบนผู้จัดการมรดกดังที่คุณถาวรเล่าให้ผมฟัง ว่าได้รับฟังมาจากคุณชวน หลีกภัย ว่าท่านนายแพทย์วิรัช มรรคดวงแก้ว ได้มาเล่าให้นายชวนฟัง ผมเชื่ออย่างแน่นอนว่า 3 ท่านที่คัดค้านไปสวรรค์แน่นอนไม่มีทางป็นอย่างอื่น ท่านได้สร้างบุญกุศลให้กับพุทธศาสนา เข้าเกณฑ์ต่อเดินเรื่องกันต่อ ตัวบุคคลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีพระอีก 4 รูปที่คัดค้านนี่แน่นอนไปสวรรค์แน่นอน ส่วนที่เห็นด้วยจะไปไหนท่านผู้ชมก็วินิจฉัย เรื่องไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้เมื่อผู้จัดการมรดกลาออกเพราะไม่อยากเข้าไปพัวพัน วัดก็ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมาใหม่ การจัดตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมาใหม่ ศาลได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งผู้จัดการมรดกของคุณยายเนื่อมเป็นมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เป็นวันที่ต้องจำให้ดีนะครับจะเห็นภาพ มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยมีผู้จัดการชื่อ พล.อ.อ.หริน หงสกุล ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ น่าแปลกใจที่ในฐานะที่ท่านเป็นผู้จัดการมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ปรากฏว่ามูลนิธิในฐานะผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการโอนที่ดินของคุณยายเนื่อมให้ตกมาเป็นที่ดินของมูลนิธิในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2533 10 วันนับตั้งแต่ได้มีการจัดตั้งผู้จัดการมรดก จะไปข้างไหนไปสวรรค์หรือนรกก็ต้องพิจารณา วันที่ 21 สิงหาคม นี่คือวันปล้นอย่างสมบูรณ์แบบ

 
ผกามาศ : ปล้นอย่างไรคะ

 
สนธิญาณ : อย่างนี้ครับ หลังจากโอนมาแล้วในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2533 วันนั้นจดทะเบียนกันในที่ดินผืนนี้ ได้มีการจดทะเบียนโอนที่ดินของคุณยายเนื่อมให้แก่มูลนิธิฯในฐานะผู้จัดการมรดก และต่อมาผู้จัดการมรดกมูลนิธิฯ ที่มีท่าน  พล.อ.อ.หริน หงสกุล เป็นผู้จัดการอยู่ก็ได้โอนที่ดินให้แก่มูลนิธิเอง มูลนิธิได้โอนที่ดินให้กับบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตทจำกัด และบริษัทอัลไพน์กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด

 
ผกามาศ : ในวันเดียวกันหรือคะ

 
สนธิญาณ : ในวันเดียวกัน น่าสนใจตรงนี้ว่าบริษัทอัลไพน์ทั้งบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัทอัลไพน์กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด ผู้ถือหุ้นประกอบไปด้วยคุณอุไรวรรณ เทียนทอง ถือหุ้น 3 แสนหุ้น มูลค่า 30 ล้านบาท นามสกุลคุ้นๆกับคุณเสนาะ คุณอุไรวรรณเป็นภรรยา คนที่สองชื่อนายวิทยา เทียนทอง ถือหุ้น 1.5 แสนหุ้น มูลค่า 15 ล้านบาท คนที่สามก็คุ้น ๆ เพราะอยู่ในกลุ่มวังน้ำเย็นเหมือนกัน นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ถือหุ้น 1.5 แสนหุ้น มูลค่า 15 ล้านบาท ไม่ใช่เท่านั้นสิครับ หลังจากนั้นในวันเดียวกันได้มีการเอาที่ดินนี้ไปจดจำนอง ซื้อกัน 140 กว่าล้านบาท เอาไปจดจำนองได้ 220 ล้านบาท วันเดียวได้กำไรทันทีหมายความผู้ไปจดจำนองปล่อยที่ดินนี้ให้แบงค์ยึดไปได้กำไรทันที 70 กว่าล้านบาท ทำอะไรได้ครับ วันเดียว 70 กว่าล้านบาท ก็ลองพิจารณาดูสิครับจะเรียกว่าปล้นหรือไม่ปล้น และบุคคลที่มีชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่ผมได้กล่าวเอ่ยนาม จะต้องเดินทางไปทางไหน เรื่องนี้ไม่จบ ยังไม่ถึงเรื่องของคุณยงยุทธ์เลยนะครับ เหตุผลที่เรื่องต้องถึงคุณยงยุทธ์เพราะว่า หลังจากนั้นที่ดินผืนนี้ได้โอนมาสู่มือของนายทักษิณ ชินวัตร เรื่องถึงยังมีความสลับซับซ้อนตามหลังมาจนถึงปัจจุบันนี้

 
ผกามาศ : ทำไมถึงไปถึงชื่อของคุณทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเกี่ยวข้องได้ เดี๋ยวเราพักกันสักครู่ช่วงหน้ามาตามกันต่อค่ะ 



 

ผกามาศ : ประเด็นเรื่องของที่ดินอัลไพน์กับการโกงที่ดินวัดธรรมิการามนั้นเริ่มมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ กลับมาพูดคุยกันต่อค่ะ เรื่องนี้ไปถึงผู้ที่ชื่อว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้อย่างไรคะ

 
สนธิญาณ : อย่างนี้ครับ นายทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่การเมืองมาอยู่พรรคพลังธรรม จากพรรคพลังธรรมมาเป็นรัฐมนตรีรัฐบาลต่าง ๆ ไล่เรียงมาจนท้ายที่สุดตั้งพรรคเอง ใหม่ ๆ ก็ประกาศจะเดินตามอุดมการณ์ จะสร้างการเมืองน้ำดีขึ้น ไม่เอานักการเมืองเก่า ๆ แต่ในข้อเท็จจริงตอนที่ตัวเองอยู่พรรคพลังธรรม พล.ต.จำลองยกพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรคเลยนะครับ แต่ควบคุมพรรคพลังธรรมไม่ได้ เพราะลักษณะพรรคพลังธรรมค่อนข้างจะเป็นประชาธิปไตย มาจากหลายฐาน คุณทักษิณจึงออกมาตั้งพรรคเองแล้วคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรีสาระสำคัญที่บอกว่าจะเอาแต่นักการเมืองน้ำดีไม่กวาดต้อนกลุ่มคนต่าง ๆ มาก็ใช่ที่แล้ว วันดีคืนดีก็มีการไปชักชวนนายเสนาะมาเข้าพรรคไทยรักไทย จะด้วยเหตุผลนี้หรือไม่ก็ตามแต่ที่จะเป็นเงื่อนไขชักจูงนายเสนาะมาเข้าพรรคไทยรักไทย ปรากฏว่าคุณทักษิณก็ไปซื้อกิจการของอัลไพน์ 500 ล้านบาท ท่านผู้ชมต้องกลับไปบวกลบ ซื้อที่ดินวัดมา 142 ล้านบาท มาจำนองได้ 220 ล้านบาท เอามาก่อสร้างทำไปท้ายที่สุดอนุมานว่าลงทุนไป 240 ล้านบาท มาขาย 500 ล้านบาท ก็ได้กำไร 200 กว่าล้านบาท ก็เยอะพอสมควรอยู่ คุณเสนาะก็เข้ามาอยู่พรรคไทยรักไทย แล้วคุณทักษิณก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมดังใจ มีคนเอาเรื่องนี้ไปถามคุณทักษิณ อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คุณทักษิณบอกว่า "สนามกอล์ฟผมจ่ายไป 500 ล้านบาทมีที่อยู่ประมาณเกือบ 500 ไร่ และมีคลับเฮาส์หลังเบอเร่อสร้างด้วยเงิน 100 กว่าล้านบาท คุ้มไหมครับ " ภาคภูมิใจกันนะครับเข้ามาซื้อตอนหลังจะไปไหนก็ตามแต่ แต่มีส่วนเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ เกี่ยวข้องอย่างไร ปรากฏว่าเผือกร้อนหรือที่ดินที่เป็นต้นไปโกงของวัดมามาอยู่ในมือคุณทักษิณ จะด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ตามแต่ แต่ปรากฏว่าในขณะนั้น กรมศาสนาก็ทำเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้วส่งเรื่องไปที่กฤษฎีกา บอกว่าที่โอนที่ทำกันไม่ได้นะ หนังสือกรมศาสนาไปวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2543 ไม่ได้นะไม่ถูกต้อง ที่ดินเป็นที่ดินวัดเป็นที่ธรณีสงฆ์ส่งเรื่องไป ที่ดินวัดที่ดินธรณีสงฆ์วันนั้นเป็นของนายกรัฐมนตรีนขณะนั้น เอาล่ะสิทำอย่างไรต่อ กฤษฎีกามีหนังสือมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2544 ชี้มาว่าไม่ว่าจะอย่างไร ใครจะไปทำนิติกรรมอะไรก็ตามแต่ ทำไม่ได้ ที่ดินนี้เป็นที่ธรณีสงฆ์นับตั้งแต่วันที่คุณยายเนื่อมสิ้นชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะจดทะเบียนข้างหลังโฉนดเป็นอย่างไรก็ตามแต่ หากจะมีการจำหน่ายจ่ายโอนขาย จะต้องทำเป็นพ.ร.บ.เท่านั้น สำคัญนะครับ เพราะจะมีการมาออกพ.ร.บ.ล้างผิด   เอาล่ะสิพอเป็นแบบนี้ กรมที่ดินในขณะนั้นได้ทำเรื่องไปบอกว่าต้องเอาที่ดินกลับคืนวัด

 
ผกามาศ : คือมีคำสั่งในการเพิกถอนโฉนดที่ดิน

 
สนธิญาณ : อ้างตามคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งใช้ที่ประชุมใหญ่ประชุมเรื่องนี้ กรมที่ดินก็มีความชอบธรรมแล้ว ท่านนี้ท่านคิดว่าจะไปสวรรค์หรือนรก ท่านอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นชื่อ คุณประวิทย์ สีห์โสภณ จะเอาที่ดินมาคืนวัดคิดว่าจะไปทางไหนท่านผู้ชมก็วินิจฉัยนะครับ ไม่เพียงเท่านั้นลูกบ้านอัลไพน์แน่นอนครับท่านซื้อบ้านด้วยความบริสุทธิ์ 100 200 ล้าน ก็ไปยื่นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทย บอกว่าไม่ได้ ผมซื้อมาด้วยความบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นจะมาเอาคืนได้อย่างไร ก็มาถึงบทบาทของคุณยงยุทธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นชื่อคุณ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ นายยยงยุทธ์ก็บอกว่าไม่ได้คำอุทธรณ์ของชาวบ้านฟังขึ้น ให้ยกเลิกคำสั่งของกรมที่ดิน

 
ผกามาศ : ซึ่งขณะนั้นคุณยงยุทธยังเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่

 
สนธิญาณ : ทำในฐานะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยชื่อ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ คนดีเหมือนกัน เห็นไหมมายุ่งการเมือง และผมเชื่อว่าท่านเป็นคนดีนะครับ แต่มาแปดเปื้อนเรื่องแบบนี้ท่านจะรู้ไม่รู้ตั้งใจไม่ตั้งใจ แต่ในขณะนั้นถือว่าทำงานรับใช้คุณทักษิณอยู่ เจ้าของที่ดินอัลไพน์ในขณะนั้น แต่สำหรับคุณยงยุทธ์ผลศาลตัดสินไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2560 คุณเสนาะจะหลุดรอดไปนะครับ เทคนิคทางกฎหมายทำให้อายุความขาด แต่มาดูกันต่อเรื่องนี้โด่งดังขึ้นมามากเพราะมีคนอภิปรายสองคน คนที่อภิปรายไม่ไว้วางใจคือคุณชวน หลีกภัย อภิปรายไม่ไว้วางใจคุณปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ คนเฉลิม อยู่บำรุง ผมขี้เกียจจะเปิดเสียงมาให้ฟัง วันนี้ความจริงคุณเฉลิมว่าวันนั้นวันที่อภิปราย วันที่มาปกป้องคุณทักษิณอยู่เป็นอย่างไร  คุณชวนอภิปรายคุณปุระชัยไป ผมทำข่าวคนสนใจกันมาก คุณปุระชัยตอบสั้น ๆ "ทำตามขั้นตอนกฎหมาย" จบครับ แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงเท่านี้ มีคนที่ผมคิดว่าจะต้องเอ่ยชื่ออีกคนสองคนที่ต้องเอ่ยชื่อถึงว่าท่านจะเป็นอย่างไรต่อไป ชื่อคุณธนกฤต วรธนัชชากุล เป็นอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เขียนบทความในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560 ท่านผมชี้ได้ไปสวรรค์แน่ เพราะได้ออกมาเปิดเผย ปมอยู่ตรงนี้ เปิดเผยบอกว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทำเรื่องไปถึงกระทรวงมหาดไทย เข้าสาระสำคัญ ทำเรื่องไปถึงกระทรวงมหาดไทยว่าควรจะต้องออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ผู้บริสุทธิ์

 
ผกามาศ : คนที่ซื้อที่ดินไป 

 
สนธิญาณ : ไม่พอสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชื่อนายพนม ศรศิลป์ จะไปไหนก็ไปวินิจฉัยกันอยู่ กระทรวงมหาดไทยก็ดี ผมย้ำนะครับกระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้การดูแลของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เคารพนับถือส่วนตัวก็มีความเคารพพูดคุยกัน ก็ขออนุญาตกราบเรียนไปถึงท่านว่ากระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมายโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการาม เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 และคณะกรรมการชุดนี้ได้มีคำสั่งลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2559 แต่งตั้งคณะดำเนินการร่างกฎหมายโดยหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านกฎหมายคือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้มีส่วนราชการอื่นเข้าร่วมด้วย 

 
ผกามาศ : ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้เราจะเรียกว่าเป็นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมอัลไพน์ก็ได้ แต่ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ธรณีสงฆ์วัเธรรมิการามวรวิหาร มาตราทั้งหมดมีอยู่ 5 มาตรา ที่เราได้อ่านมา แต่สาระสำคัญที่เปิดดูมีข้อความเขียนไว้ว่า "ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์วัดธรรมิการามวรวิหาร ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โฉนดที่ดินเลขที่ 20 ตำบลคลองซอยที่ 5 ฝั่งตะวันออก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 730  ไร่ 1 งาน 51 ตารางวา และโฉนดที่ดินเลขที่ 1446 ตำบลบึงอ้ายเสียบ (คลองซอยที่ 5 ฝั่งตะวันตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีเนื้อที่ 194 ไร่ 1 งาน 24 ตารางวา ภายในแนวเขต ตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ตามคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 13343/2533 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2533 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ทั้งนี้ ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากร"

 
สนธิญาณ : ภาษาง่าย ๆ ของกฎหมายฉบับนี้นะครับ นิรโทษกรรมย้อนหลังให้การโอนที่ดินให้กับมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การจำหน่ายจ่ายโอนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง วัดเอาเงินไปแล้วก็รับไปเป็นเรื่องถูกต้อง

 
ผกามาศ : หมายความว่าทำผิดให้เป็นถูก เรียกอย่างนั้นได้ไหมคะ

 
สนธิญาณ : ผมว่ายิ่งกว่า ทำผิดให้เป็นถูก ทำชั่วให้เป็นดี ต้องว่ากันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าจะต้องกราบขอบพระคุณคุณธนกฤตเอาเรื่องนี้มาเปิดเผยถึงได้กลายมาเป็น ถึงต้องกลับไปเรียนกับพล.อ.อนุพงษ์ว่าอย่าไปตกหลุมของโจรปล้นแผ่นดินวัด ผมเรียนแบบนี้ ใช้ภาษาอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนจะไปดูแลชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนที่เดือดร้อนก็ต้องตามไปดู คุณถาวรบอกผมว่าสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคุมกรมที่ดินได้สั่งการให้ไปดำเนินการทำให้ถูกต้องเสีย ไปจดทะเบียนตามที่กฤษฎีกาสั่ง ไม่มีใครทำ ความจริงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ยังมีอีกหลายชื่อหลายคน ถามว่าเหตุผลอะไรที่ไม่ทำ ทุกคนกลัวอำนาจของทักษิณ ชินวัตร ทั้งนั้นมาดูกันสิครับว่านาทีสุดท้ายวันนี้จะสรุปง่าย ๆ วันนี้วัดคือเจ้าอาวาส สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องฟ้องขับไล่ เพื่อให้ผู้ที่บุกรุกที่ดิน เพราะที่ดินเป็นของวัด ฟ้องขับไล่ออก ส่วนรัฐบาลจะไปชดเชยชาวบ้านที่ซื้อหรือจะไปดูกันอย่างไรก็ว่ากันเป็นเรื่องรัฐบาล เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการ กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ผมก็ได้เรียน นับเรื่องรายชื่อได้เลยว่าใครจะเป็นหัวแถวและจูงมือกันลงนรก 

 
ผกามาศ : ต้องให้วินิจฉัยกันเอาเอง เราจะไม่สรุปอย่างที่เราเกริ่นตั้งแต่ต้น วันนี้ขอบคุณพี่ต้อยมากเลยค่ะ แล้วกลับมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้า วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ


เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News