เลวชาติเลยนะ !!!! กนก ยิงคำถามเดือด คณะสงฆ์ต่อรองย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร เพราะงานพระราชพิธี ...มันอะไรกันครับ!?

Publish 2017-09-11 10:21:35



เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมาบนเฟซบุ๊กของนักข่าวชื่อดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล ได้มีการโพสต์ข้อความถามถึงสาเหตุของการโยกย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปรับหน้าที่ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคำสั่งย้ายด่วน จากที่ก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังออกปากชมเองว่าพ.ต.ท.พงศ์พรมีผลงานดี ไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ระบุว่า



ตามนี้ครับ..ตามหลวงปู่ วันที่ 8 สิงหาคม นายกฯยืนยันไม่ย้ายท่านพงศ์พร บอกไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย และ.. "ทำงานร่วมกับมหาเถรสมาคมได้" แต่ 29 สิงหาคม ครม.มีมติให้ย้าย!!!

มันอะไรกันครับ? ตามที่หลวงปู่ตั้งข้อสังเกตหรือไม่?

โดยก่อนหน้านี้หลวงปู่พุทธะอิสระก็เคยได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการโยกย้ายครั้งนี้หลายครั้ง ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการโยกย้ายทั้งๆที่ท่านนายกยังชื่นชมการทำงาน ซึ่งโพสต์ข้อความนี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 ว่า

ขออนุญาตสงสัยในเรื่องโลกๆ แบบคนโง่ไร้เดียงสาหน่อยนะจ๊ะ

๙ กันยายน ๒๕๖๐
สงสัยนะจ๊ะ สงสัย

สงสัยว่าก็ในเมื่อท่านนายกประยุทธ์ออกมาพูดมาบอกว่าคุณพงศ์พรเป็นคนดี ไม่มีอะไรเสื่อมเสีย อีกทั้งท่านรองนายกวิษณุก็ยืนยันนั่งยันว่าคุณพงศ์พรไม่มีอะไรเสียหาย ท่านเป็นคนดี เลยทำให้ยิ่งสงสัยต่อไปว่า ก็ในเมื่อคุณพงศ์พรเป็นคนดี แล้วทำไมทำงานร่วมกับคนดีตัวแม่อย่างกรรมการมหาเถรไม่ได้ มันเลยทำให้ยิ่งสงสัยว่าระหว่างคุณพงศ์พรกับกรรมการมหาเถร ใครกันแน่ที่มีปัญหาในเรื่องความดี

สงสัยนะจ๊ะ สงสัย

สงสัยว่าในเมื่อคนระดับผู้นำรัฐบาลออกมาการันตีในความดีของคุณพงศ์พรแล้วทำไมคุณพงศ์พรถึงได้ทำหน้าที่เลขานุการที่จักประสานงานด้านศาสนพิธีในงานถวายพระเพลิงไม่ได้

สงสัยอีกเหมือนกัน สงสัย

สงสัยว่าทำไมท่านรองนายกวิษณุถึงได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจกับผู้ที่เข้าไปอยู่บนที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์นักหนา ถึงขนาดลงทุนย้าย ผอ.พงศ์พร เพื่อกรุยทางเอาผู้ที่จะสามารถหรี่ตา พยักหน้า เออออ ให้คนเข้ามายึดครองที่ดินธรณีสงฆ์ได้อย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งยังมีแผนที่จะเยียวยาแก่ผู้เสียหาย

สงสัยต่อว่า แล้วชาวบ้านตาดำๆ หาเช้ากินค่ำ ที่เข้าไปยึดครองที่ของรัฐจนถูกจับติดคุกติดตะราง ทำไมคุณวิษณุถึงไม่คิดหาวิธีเยียวยาช่วยเหลือกับพวกเขาบ้างหรือคุณวิษณุหลงลืมไปแล้วว่าที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ผืนนี้ ว่าตามกฎหมายถือว่านายเสนาะและพวกปล้นหรือขโมยมาจากคุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา และวัดธรรมิการาวรวิหาร ถือว่าเป็นของโจร มีกฎหมายข้อไหนหรือ ที่อนุญาตให้ผู้ถือครองของโจรไม่ผิดแล้วทำไมรัฐต้องมาหามาตรการเยียวยาผู้ถือครองของโจรด้วย

สงสัยว่านายรองวิษณุเคยได้อ่านพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงตรัสไว้ว่า

“....ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้...”

(พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒)

ไหนว่ารัฐบาล คสช.มีดีกรีจงรักภักดีต่อสถาบันเกินร้อย แล้วทำไมเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แม้รู้อยู่ว่าการสงสัยครั้งนี้อาจจะรู้สึกเสียดแทงจิตใจ แต่ก็จำเป็นต้องสงสัย เพราะถ้าได้คำตอบจากผู้ถูกถามจักเป็นคุณูปการแก่สังคม ที่กำลังสิ้นหวังในเรื่องปราบทุจริตของรัฐบาล คสช.

พุทธะอิสระ

 



เมื่อย้อนความทั้งหมดไปเรื่องนี้ทำให้ เกิดความสับสนต่อสังคมกับการมอบหมายภาระหน้าที่ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร รับผิดชอบ ภายหลังจากได้มีมติครม.แต่งตั้งโยกย้าย ในตำแหน่ง ผอ.สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดเอาไว้

ทันทีที่มีมติครม.เมื่อวันที่29 สิงหาคม ตามที่นำเรียนไปแล้วนั้น ด้านพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้กล่าวเอาไว้ว่า..
"ไม่ได้เด้งเพราะได้ทำงานสำเร็จแล้ว ทั้งแก้ปัญหาเรื่องพระเรื่องวัดอะไรต่างๆ จึงย้ายมาใกล้ๆนายกฯ ช่วยการทำงานในเรื่องการปฏิรูปศาสนา คือเอามาช่วยกัน ไม่ได้เป็นการลงโทษเลย เป็นการปรับย้าย แต่งตั้งหมุนเวียน เพราะตนไม่ได้รู้ จักใครเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯตนเซ็นอนุมัติไป ไม่รู้จักหน้า ไม่รู้จักตาเลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกันเสนอขึ้นมา ตนใคร่ครวญหา เหตุผลแล้วค่อยเห็นชอบ"

"ท่านเข้ามาทำงานสำคัญ ดังนั้นเป็นเป้าใหญ่ หลายคนเลยเข้าใจว่ารัฐบาลไม่พอใจ ก็พอใจเพราะย้ายขึ้นมาช่วยกันทำงานข้างบน เพราะท่านรู้ปัญหาหมดแล้ว เมื่อก่อนอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะกลับไม่ได้แล้ว เพราะซีมันขึ้นแล้ว ก็มาอยู่กับผม เป็นคณะกรรมการปฏิรูป มาทำงานช่วยกัน อย่าไปให้ร้ายท่านเลย ท่านเป็นคนดี และผมเสนอแต่งตั้งไปเอง ถ้าปรับย้ายแต่งตั้งด้วยคุณธรรม ใครไม่มีความผิด คืนให้เขา ตอนนี้ตำแหน่ง ผอ.พศ.ก็หาคนที่ เหมาะสมรักษาการ แทนไปก่อน"

ชัดเจน ว่าการโยกย้ายเพื่อมาช่วยปฏิรูปพุทธศาสนา แต่ปรากฏว่า เมื่อ วันที่ 6 ก.ย.60 ก็มีหนังสือ จากนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามใน คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 214/2560 ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ตำแหน่งที่ 15 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

จากนั้นในวันเดียวกัน นายจิรชัย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 215/2560 มอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศ์พร รับผิดชอบการตรวจราชการในเขตตรวจราชการที่ 8 ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.2560 เป็นต้นไป

จากคำสั่งล่าสุด นำตัวพ.ต.อ.พงศ์พร คนที่พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจจะนำมาช่วยงาน ด้านการปฏิรูปพระพุทธศาสนากลับ ส่งให้ ไปตรวจราชการอยู่ในพื้นี่ภาคใต้ และจะหมายความว่าอย่างไร

เรื่องนี้จึงต้องกลับมาพิจารณาในถ้อยคำของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่า “ตนไม่ได้รู้ จักใครเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯตนเซ็นอนุมัติไป ไม่รู้จักหน้า ไม่รู้จักตาเลย” ดังนั้นจึงเกิดคำถามขึ้นมาการนำตัวพ.ต.อ.พงศ์พร มาเป็นผอ.พศ. ขณะนั้นได้ใช้อำนาจภายใต้ มาตรา 44  ถ้าเช่นนี้คำถามคือ ใครกันที่เป็นคนเสนอพล.อ.ประยุทธ์ในตอนนั้น เมื่อวันที่ 25 กุภาพันธ์  ซึ่งผ่านมาแค่ 6 เดือนกับอีกแค่ไม่กี่วัน แล้วก็ย้ายออก 

แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเกิดจากแรงกดดันรอบข้าง และในมุม มองของตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองก็คงไม่อยากเผชิญหน้าหลายด้าน แต่คนที่อยู่รอบข้างตัว พล.อ.ประยุทธ์นั้น เชื่อได้ว่า.. ไม่ได้ให้ข้อมูลตรงกับข้อเท็จจริงต่อพล.อ.ประยุทธ์ และที่น่าสนใจ ที่จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันเด็ดขาด นั้นก็คือกระแส การกดดันจากโลกออนไลท์ ที่ส่วนใหญ่พุ่งโจมตีไปที่บุคคลรอบข้าง หรือถือใต้บังคับบัญชา พล.อ.ประยุทธ์ 

ด้านบนเฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความ ถึงสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมและสิ่งที่รัฐบาลต้องเผชิญ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดเมื่อใกล้การเลือกตั้ง รัฐบาลคสช.จึงถูกเจาะยางบ่อยเช่นนี้ ระบุว่า

พักนี้ทำไมยิ่งใกล้เลือกตั้งมากเท่าไหร่ ท่านนายก รัฐบาล คสช. ถึงได้ถูกเจาะยางบ่อยจัง
๗ กันยายน ๒๕๖๐
สงสัยนะจ้ะ สงสัย

สงสัยว่า ยิ่งใกล้โรดแมปเลือกตั้งเข้าไปมากเท่าไหร่ (ไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้หรือเปล่า) ท่านนายก รัฐบาล คสช. จึงได้ถูกเจาะยางบ่อยนัก
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หายตัวของอดีตนายกปูยิ่งลักษณ์ ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารเฝ้าอยู่ ๒๔ ชั่วโมง ก็ยังปล่อยให้เธอล่องหนไปตามเส้นทางธรรมชาติจนได้

หรือเหตุการณ์รัฐมนตรีในรัฐบาลเสนอให้ย้าย ผอ.สำนักพุทธ ทั้งที่กำลังทำหน้าที่ ปราบทุจริตในแวดวงดงขมิ้น และที่เลวร้ายคือนายเนติบริกรวิษณุ ทำหน้าที่รับใช้ คณะสงฆ์จนสุดลิ่มทิ่มประตู ถึงขนาดกล้าที่จะละเมิดพระราชอำนาจเสนอตั้ง ผอ.คนใหม่ ทั้งที่ยังไม่มีพระกรุณาโปรดเกล้าปลด ผอ.คนเก่าออกแถมยังมีคำสั่งสำทับ ผอ.คนใหม่ ว่า ให้กวาดบ้านของตนเองให้สะอาดก่อนที่จะไปกวาดล้าง เอาผิดคนนอกสำนักพุทธ ดูคำพูดของท่านรองนายวิษณุคนนี้ พูดเหมือนกับ พวกนักบวชจีวรแดงตอนที่เรียกร้องให้ย้ายนายพงศ์พรยังไงยังงั้นเลย

แผนต่อไปนอกจากเรื่องทุจริตเงินทอนวัดที่มีชื่ออยู่ ๑๒ วัด คงจะจบแค่นี้แหละ เพราะคุณท่านขอมา อีกทั้งรัฐบาลก็มองเห็นปัญหาความมั่นคงของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ขืนไปลุย ไล่ล่าขุดคุ้ยกรรมการมหาเถรหลายรูปและเจ้าอาวาสหลายสิบวัด คงจะติดร่าง แหกลายเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตไปเป็นเข่งหรือเหตุการณ์ผักชีโรยหน้าที่จังหวัดปราจีน จนชาวบ้านร้องว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง ตัดน้ำตัดไฟ

ล่าสุดกรมที่ดินและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยความเห็นชอบของมหาเถร มีการยกร่างกฎหมายผีเปรตขึ้นมาเพื่อจะโกงที่ดินธรณีสงฆ์ที่เจ้าของแสดงความจำนงไว้ชัดเจนว่ายกให้พระศาสนา

เหล่านี้ล้วนเกิดจากฝีมือของคนใกล้ชิดท่านนายกทั้งนั้นอยากให้ท่านนายกประยุทธ์ลองตรวจสอบดูหน่อยซิว่าเป็นการบกพร่องโดยสุจริตหรือว่ามีเจตนาซ่อนเร้น เจตนาเจาะยางรัฐบาลจนทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาของประชาชนขึ้นทุกวันๆ

อย่าทำเป็นเล่นไปนาท่านนายกอย่าล้อเล่นเล่นกับความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนนะท่านนายก ที่รัฐบาล คสช.อยู่มาได้ถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะอำนาจ จากกระบอกปืนนะท่านนายกแต่เป็นเพราะประชาชนส่วนใหญ่เขาเข้าใจ เทใจ ให้ความเชื่อมั่นการทำงานของท่านนายกและรัฐบาล คสช.

ท่านควรถนอมรักษากำลังใจความเชื่อมั่นของประชาชนเอาไว้เพื่อความมั่นคงของชาติและรัฐบาลเองอย่าได้ปล่อยให้คนรอบข้างของท่านทำลายความศรัทธาของประชาชน เพราะนั่นมันเท่ากับทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลเองดูตัวอย่างเหตุการณ์ ของบ้านเมืองในช่วง ๖๐ ปีที่ผ่านมาซิที่เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนายุแหย่ให้แตกแยก แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงรูรั่วที่ทำให้น้ำไหลเข้าเรือแป๊ะลำนี้ได้ เกรงว่าจะไปไม่ถึงฝั่ง นี่คือความกังวลของประชาชน

และนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ค่อยบันทอนความเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์ จากพี่น้องประชาชนไทยก็เป็นได้ และสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถมองข้ามได้  โปรดระวัง สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
 

 

อ้างอิง Kanok Ratwongsakul และ หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)


เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News