ต้องอ่าน"หลวงปู่"ซัดตรงไม่มีอ้อม!"พระพุทธะอิสระ"แฉอีกเด้ง"พงศ์พร"เพราะไปตรวจโกง"สมเด็จบางรูปที่แก่ แต่ไม่มีความละอาย"แล้วรัฐก็บ้าจี้สั่งย้าย

Publish 2017-09-11 15:45:19



 

ต้องอ่าน "หลวงปู่ฯ" ซัดตรงไม่มีอ้อม!! "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ซัดอีก "พงศ์พร" โดนเด้ง เพราะไปสอบการทุจริตการทำหน้าที่ของกรรมการมหาเถร โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จบางรูปที่แก่ แต่ไม่มีความละอาย ซึ่งไปแต่งตั้งผู้มีมลทินตามพระธรรมวินัยให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด จนนำมาซึ่ง "คุณพงศ์พร" ต้องไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสมเด็จพระสังฆราช พวกบรรดาเลขาหน้าม้าทั้งหลาย จึงรวมหัวกันยื่นใบแดงต่อรัฐบาล เพื่อให้เปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธ แล้วรัฐบาลก็บ้าจี้ทำตาม ถาพที่เห็นจึงกลายเป็นภาพ "อุ้มคนชั่ว รังแกคนดีอย่างที่เห็น"

 

วันนี้ (11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ พบว่า เฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้วิเคราะห์ถึงต้นสายปลายเหตุของการสั่งย้าย  พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)  ให้เป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทุกฝ่ายในขณะนี้

โดย "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ซึ่งถือว่าเป็นคนในแวดวงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ ออกมาแฉเรื่องนี้อีกครั้ง โดยวิเคราะห์ถึงต้นสายปลายเหตุของการสั่งย้ายครั้งนี้แบบเจาะลึก และน่าสนใจ โดยรายละเอียดทั้งหมดที่ หลวงปู่ฯ ระบุ คือ


 อ้อ... รู้แล้วล่ะ คุณพงศ์พร เจอข้อหาล้ำเส้น ไม่มีสัมมาคารวะนี่เองจึงถูกใบแดง

๑๑ กันยายน ๒๕๖๐

เราลองมาเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ท่องไปในโลกแห่งสมมุติกันดูอีกซักที เผื่อจักได้เกิดโลกียปัญญากับเขาบ้าง


สังคมไทยยังคร่ำครึ จมปลักอยู่กับความเชื่อผิดๆ ว่า
ที่มีอยู่แต่ละชนชั้นยังมีเส้นแบ่งโดยไม่แยกถูกแยกผิด
ในครั้งพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงทำลายเส้นแบ่งชนชั้นนี้ด้วยหลักของคุณธรรม
ทรงชี้ให้เห็นว่าแม้จักบวชมานานเท่าใดก็ตาม หากไม่มีคุณธรรม ไม่บรรลุถึง

 



คุณธรรมใดๆ ก็ยังไม่ชื่อว่าเป็นพระมหาเถระ
ซึ่งต่างกับผู้ที่บวชเข้ามาแม้เพียงวันเดียว หากเป็นผู้ทรงคุณวิเศษ บรรลุถึงคุณธรรมอันเอกอุ ถึงจะอยู่ในสถานภาพของสามเณร เช่น
สามเณรเรวตตะ ผู้ได้บรรลุพระอรหันต์ ผู้เป็นน้องชายของพระสารีบุตร


องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแนะนำให้ภิกษุสงฆ์เรียกสามเณรเรวตะรูปนั้นว่า พระมหาเถระจึงเป็นที่มาของวลีสุภาษิตไทยที่ว่า


คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต


แต่ยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรรมการมหาเถรสมาคม เห็นตรงกันข้ามกับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ไม่เว้นแม้แต่คนในรัฐบาล คสช.ที่ประกาศว่าจะยกย่องข้อกฎหมายและคุณธรรมเป็นเครื่องมือในการบริหารราชการแผ่นดิน ข้อหาล้ำเส้นไม่มีสัมมาคารวะ จึงถูกจับโยนให้คุณพงศ์พร ที่บังอาจไปตรวจสอบการทุจริตในการทำหน้าที่ของกรรมการมหาเถร โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จบางรูปที่แก่แต่ไม่มีความละอาย ไปแต่งตั้งผู้มีมลทินตามพระธรรมวินัยให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด 

 



จนนำมาซึ่งคุณพงศ์พรต้องไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสมเด็จพระสังฆราช
พวกบรรดากองเลขาหน้าม้าทั้งหลายจึงรวมหัวกันยื่นใบแดงต่อรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธ แล้วรัฐบาลก็บ้าจี้ กลัวว่าสังคมพุทธ โดยเฉพาะพวกพระมาเฟียจะโทษว่า รัฐบาลกำลังส่งคุณพงศ์พรมากลั่นแกล้งและคอยจับผิดคณะสงฆ์ดังที่พวกนักบวชจีวรแดงพยายามโพนทะนามาตลอด รัฐบาลจึงรับลูกด้วยการลงดาบย้ายคุณพงศ์พรออกจากการปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักพุทธเสีย เพื่อตัดปัญหากระทบกระทั่งกับแก๊งค์มาเฟียใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ในผ้าเหลือง


งานนี้จึงกลายเป็นภาพอุ้มคนชั่ว รังแกคนดีอย่างที่เห็น
จะด้วยเจตนาหรือไม่ แต่ผลที่ออกมามันกลายเป็นการแสดงความอ่อนแอของรัฐบาล คสช. ที่ยอมสยบศิโรราบให้แก่อธรรมอย่างยากที่จะแก้ตัว
พวกเราก็ได้แต่หวังว่าท่านนายกจะรู้สึกตัว หาวิธีแก้ไขตามที่รับปากไว้ว่าจะปฏิรูปวงการคณะสงฆ์และกฎหมายปกครองคณะสงฆ์ให้สำเร็จ
นี่คงจะเป็นวิธีแก้ภาพลบให้กลับมาเป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้คนทั้งแผ่นดินรักศรัทธาได้


พวกเรายังมีความหวังว่าท่านนายกจะทำได้อย่างที่พูด
และโปรดอย่าไปเกรงกลัวต่ออำนาจของพวกโจรปล้นพระพุทธศาสนาเลย
มันจะไม่เป็นผลดีต่อชาติและประชาชนเลย

พุทธะอิสระ

 

 


เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News