UN องค์กรรับใช้สหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตร ‘เกาหลีเหนือ’ ตามที่สหรัฐฯ เสนอ ขณะที่ผู้นำญี่ปุ่น เรียกร้องเสริมแสนยานุภาพกองทัพ

Publish 2017-09-13 04:52:16





คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี จำนวน 15 ประเทศ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ในที่ประชุม เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อ สนับสนุนร่างมติที่เสนอโดยสหรัฐฯ ในการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมสิ่งทอของเกาหลีเหนือ ที่มีมูลค่า 752.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 25 ล้านบาท ซึ่งนอกจากนั้นแล้วยังได้มีการห้ามออกใบอนุญาตใหม่ให้แก่แรงงานชาวเกาหลีเหนือ และการห้ามเกาหลีเหนือนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี หรือคอนเดนเสท เพื่อเป็นการลงโทษ การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทดสอบที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2549 แต่ร่างมติดังกล่าวนั้นยังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของเกาหลีเหนือ จากเดิมที่สหรัฐฯ ต้องการให้เป็นการห้ามนำเข้าอย่างถาวร กลายเป็นเพียงการจำกัดปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของเกาหลีเหนือให้อยู่ในระดับเท่ากับในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และการจำกัดปริมาณการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้อยู่ที่ไม่เกิน 2 ล้านบาร์เรลต่อปี

 

 

 


นอกจากนั้นแล้ว สหรัฐฯ เองยังได้ยินยอมตามความต้องการของจีนและรัสเซีย ด้วยการถอนข้อเรียกร้องให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี อายัดทรัพย์สินของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ การขึ้นบัญชีดำสายการบินแอร์โครยอ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนของพรรคคนงานเกาหลี มิเช่นนั้นร่างมติมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับการวีโต้จากทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี ด้วยเช่นเดียวกัน




 



 

 

ขณะที่ทางด้านนางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวยืนยันต่อที่ประชุมว่า สหรัฐฯ ไม่เคยคิดแสวงหาการทำสงครามกับเกาหลีเหนือ แต่ถึงขณะนี้ทางด้านเกาหลีเหนือยังไม่ยอมที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนั้น นางนิกกี้ เฮลีย์ ยังได้กล่าวว่าร่างมติฉบับล่าสุดจะไม่เกิดขึ้น หากปราศจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ส่วนนายหลิว จีอี้ เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ ขอให้เกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการคาดหวังจากประชาคมโลกในครั้งนี้ ส่วนนายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวเป็นนัยว่า บางฝ่ายกำลังประเมินบทบาทของรัสเซียและจีนบนเวทียูเอ็นเอสซีต่ำเกินไปซึ่งนั่นหมายถึงการสื่อไปถึงสหรัฐฯ นั่นเอง

 

 

 

 

ส่วนความเคลื่อนไหวของเพื่อนบ้านบนคาบสมุทรเกาหลีของเกาหลีเหนือ คือญี่ปุ่น ล่าสุดทางด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้กล่าวต่อคณะนายทหารระดับสูงของกองกำลังป้องกันตนเอง หรือเอสดีเอฟ ซึ่งเป็นชื่อเรียกกองทัพของญี่ปุ่น ว่า ไม่มีใครอื่นจะช่วยปกป้องได้ หากญี่ปุ่นไม่คิดจะปกป้องตนเองเราต้องใช้ทุกมาตรการที่เหมาะสม ต่อต้านเหตุการณ์อย่างเช่นเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามเหนือญี่ปุ่น นอกจากนั้นแล้วทางผู้นำญี่ปุ่นได้ร้องขอให้รัฐมนตรีกลาโหมร่างแผนแม่บท สำหรับแผนยุทธศาสตร์กลาโหมในระยะกลางของญี่ปุ่นแล้ว

ยังได้กล่าวถึงการกระชับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เพื่อรับประกันเสถียรภาพในภูมิภาคอีกด้วย

 






เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Recommend News