ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกกล่าวหาร่วมกันพยายามฆ่ากำนันชื่อดังตำบลบ้านหอย (มีคลิป)

Publish 2017-09-13 20:13:05



นายปัญญาพล นาคทอง อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 36 ม.9 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี และ นางนวรัตน์ นาคทอง อายุ 41 ปี (ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ม.9) ร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนท้องถิ่น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2556 เวลา 16.00 น.ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมหมายค้น เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งในขณะที่ นายปัญญาพล ผู้ถูกกล่าวหา กำลังยืนล้างรถ 6 ล้อบรรทุกผักอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก หลังจากทำการตรวจค้นบ้านพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้านแต่อย่างใด ต่อมาได้นำตัวนายปัญญาพล ผู้ถูกกล่าวหาไปยังสถานีตำรวจภูธรประจันตคาม พร้อมด้วย นายสมพงษ์ เศวตรัฐกุล ผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 1 ซึ่งขึ้นรถตำรวจมาก่อนหน้าที่จะเข้าทำการตรวจค้นบ้านนายปัญญาพลแล้ว และได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสมพงษ์ เศวตรัฐกุล กับนายปัญญาพล นาคทอง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ได้ให้การปฏิเสธ ตลอดข้อกล่าวหามาโดยตลอด 



โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า เมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 7 กันยายน 2556 นายสายหยุด คร้ามไพบูลย์ กำนันตำบลบ้านหอย ถูกคนร้ายลอบยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด ที่บริเวณถนนสายบ้านหอย-วังดาล บ้านโคกขี้เหล็ก ม.8 ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจันบุรี และได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัว ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาศาลฎีกา ได้ยืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องจำเลยทั้ง 2 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560  นายปัญญาพล นาคทอง กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้เป็นผู้บริสุทธิ์ ตนจึงอยากที่จะเรียกร้องสิทธิ์คืน เนื่องจากตั้งแต่ตอนถูกจับดำเนินคดีมา 4 ปี ทำให้ได้รับความเสียหาย และเสียชื่อเสียง ถูกสังคมดูถูกเหยียดหยามมาโดยตลอดระยะเวลา 4 ปี



ในขณะที่ถูกกล่าวหาสื่อมวลชนทุกแขนงได้นำเสนอข่าวสารออกไปทั่วประเทศ ประชาชนได้ทราบข่าว ตนจึงวอนสื่อเพื่อให้สังคมได้รับทราบบ้างว่า ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยคำสั่งศาลสถิตยุติธรรม เนื่องจาก ภรรยาของตน มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ในพื้นที่อีกด้วย สังคมภายในหมู่บ้านประชาชนเข้าใจดี แต่สังคมภายนอกได้เสพข่าวสารไปแล้ว ยังเชื่อว่าตนเป็นคนกระทำจริงตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนในเรื่องที่ตนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ ตนขอคิด และปรึกษาหารือกับครอบครัวก่อน ตนทรมานมาตลอด 4 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เสียทั้งเงินจ้างทนายความในการต่อสู้คดีถึง 3 ศาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาต่อสู้คดี เพราะตนมีอาชีพค้าขายผัก มีรายได้พอประมาณ แต่ในการต่อสู้คดี ต้องใช้เป็นเงินเสียเปล่าไปเป็นก้อนเพื่อแลกกับการมีอิสรภาพ จนในที่สุด หลังศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง ครอบครัวตนจึงกลับมามีความสุขอีกครั้งอย่างที่เห็นรอยยิ้มอยู่ในขณะนี้  

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์  กุลเศรษฐ์สุวภา   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค    สำนักข่าวทีนิวส์   จ.ปราจีนบุรี



Suggess News

Recommend News