ความจริงที่ไทยทั้งแผ่นดินต้องรู้?!? 10เมษา53 นปช.เปิดฉากยิง ฮ. ทหารเจ็บ-ตายพอๆกับไปรบสงครามเวียดนาม พล.ท.นันทเดชซัดหน้าตัวเมียฆ่าปชช.ด้วย???

Publish 2017-09-16 09:38:24



จากกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ นายนิสิต สินธุไพร แกนนำนปช. นายโชคชัย อ่างแก้ว ในฐานะทีมทนายความนปช. ร่วมกันแถลงทวงความยุติธรรม 99ศพ จากเหตุชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี2553 เนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 เป็นจำเลยฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ทางสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อไป แกนนำนปช.จึงมีแนวทางดำเนินการทั้งทางกฎหมาย และด้านอื่นๆ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ประชาชนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ



       ล่าสุด พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)ได้ออกมากล่าวถึงการที่แกนนำนปช.เรียกร้องให้มีการรื้อคดีการสลายการชุมนุมเมื่อปี2553 โดยให้มีการตรวจสอบ นำคดีมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ซึ่งเนื้อหาที่อดีตหัวหน้าศรภ.เปิดเผยไว้มีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความจริงที่ทางแกนนำนปช.ไม่พูดถึง โดยทั้งหมดระบุไว้ดังนี้

 

“การก่อเหตุรุนแรงในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.เมื่อ10เม.ย.53 เริ่มต้นขึ้นด้วยการใช้อาวุธสงครามยิง ฮ.ก่อน แล้วขึ้นไปทำร้ายทหารบนสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ยึดอาวุธสงครามไปได้ส่วนหนึ่ง ต่อมาที่บางลำภู การ์ดของกลุ่ม นปช.คนหนึ่งซึ่งกำลังผลักดันกันอยู่กับทหาร การ์ดคนนั้นได้ล้วงปืนพกออกมายิงใส่ทหารที่ผลักดันกันอยู่ซึ่งๆหน้าล้มลง 2คนกลางวันแสกๆ พอตกค่ำก็เริ่มต้นใช้อาวุธสงครามทุกชนิดประเคนยิงเข้าไปที่กลุ่มทหาร และประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนประชาชนย่านนั้นต้องนำทหารที่บาดเจ็บไปซ่อน แค่นั้นไม่พอ กลุ่มชายชุดดำอีกชุดหนึ่ง ฮึกเฮิมถึงขั้นใช้อาวุธสงครามนาๆชนิดลอบสังหารนายทหารระดับผู้การกรมจนเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัสไปถึง 4คน รวมถึงการฆ่าประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง อย่างหน้าตัวเมีย มีทหารบาดเจ็บมากมาย กล่าวกันว่า ทหารที่ตายและบาดเจ็บ มีจำนวนพอๆกับทหารไทยที่ไปรบในสงครามเวียดนามเลยทีเดียว (แตกต่างกันตรงที่ ที่ราชดำเนินทหารไม่สามารถใช้อาวุธโต้ตอบฝ่ายตรงข้ามซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มประชาชนได้ จึงถูกไล่กระทำเพียงฝ่ายเดียว)



ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คดีแรกๆที่จะฟ้องทหาร เป็นพลเรือนที่ถูกกระสุนปืนความเร็วสูงตายหน้า ร.ร.สตรีวิทย์ 2คน ญี่ปุ่นคนหนึ่ง ฝ่ายที่จะเอาผิดทหาร พยายามเชื่อมโยงว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะผลการพิสูจน์ทั้งทางการแพทย์ และรูปภาพในคลิปวีดีโอ กลับยืนยันได้ว่ากระสุนที่ยิงใส่พลเรือน 2คนจนเสียชีวิตนั้นไม่ได้มาจากฝั่งทหาร นอกจากนั้น ประชาชนอีกคนก็ตายจาก"กระสุน"ที่ทางทหารไม่มีใช้ เรื่องการตายของพลเรือนที่หน้า ร.ร.สตรีวิทยา จึงยุติลงไป แต่ไปจับเอาเรื่องของพลเรือนที่ตายย่านราชประสงค์มาเล่นงานทหารแทน ตอนนี้ก็ยุติไปอีก

ผมจึงว่ารื้อฟื้นคดี ตามที่กลุ่ม นปช.

เรียกร้องมาก็ดีเหมือนกัน หลักฐานหลังจากการสลายตัวของกลุ่ม นปช.ยังมีอีกเพียบเลย

เอาเลยครับ เอากันจริงๆสักที ไม่งั้นพูดกันไม่รู้จักจบ

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์


เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News