ผบ.ตรส่องานเข้า!! "มีชัย" เผยกรณี 3ตำรวจพา "ยิ่งลักษณ์" หนี หากชั่วจริงให้ไล่ออกพ้นราชการ!! ส่วนผบ.ตร หากรู้เห็น ส่อโดนโทษหนัก!!

Publish 2017-09-25 16:07:02



จากกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) นำกำลังเข้าเชิญตัวนายตำรวจยศ พ.ต.อ. ซึ่งมีตำแหน่งระดับรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.) นายหนึ่ง รวมถึงตำรวจรายอื่นๆอีก รวมทั้งหมด 3 นาย มาสอบปากคำ พร้อมรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยขับพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี ไม่เข้ารับฟังคำตัดสินคดีจำนำข้าว เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมามีคำสั่งเด้งตำรวจ 3 นาย คือ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผบก.น.5 , พ.ต.ท.สามมิตร ไชยอิ่นคำ สว.สส.ภ.จว.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ ฝอ.7 ภ.จว.นครปฐม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาคำให้การของ ตำรวจทั้ง 3 นาย โดยสรุปว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ให้การถึงวันที่ขับรถแคมรี่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาฯสาวอีก 1 คนหลบหนีไปนั้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 ส.ค. เริ่มจากขับรถสายตรวจทะเบียนตราโล่ไปรอรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ลานจอดรถห้างโลตัส สาขาวัชรพล ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์นั่งรถเบนซ์ สีดำ เข้ามาสักพักก็ขับรถมุ่งหน้าไปหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านวัชรพล โดยทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เปลี่ยนไปนั่งรถแคมรี่ มีซันรูฟ สีบรอนเทา ทะเบียน ณย-2123 กทม. และขับไปที่บ้าน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์

จากนั้นพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ได้ไปนั่งขับรถแคมรี่แทน ซึ่งในรถมีน.ส.ยิ่งลักษณ์และเลขาผู้หญิงอีก 1 คน ทั้งคู่สวมแมสสีดำปิดปาก และสวมหมวกสีเข้มทั้งคู่ จากนั้นพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ได้ขับรถแคมรี่มุ่งหน้าไปที่ จ.สระแก้ว โดยผ่านถนนสุวินทวงศ์ มุ่งหน้า จ.ฉะเชิงเทรา ไป อ.พนมสารคาม ผ่าน ต.เขาหินซ้อน เข้า จ.สระแก้ว ไป อ.อรัญประเทศ

กระทั่งเวลา 22.00 น.วันที่ 23 ส.ค. พอขับรถถึงจุดนัดหมายห่างจากสถานีรถไฟอรัญประเทศประมาณ 1 กิโลเมตร มีรถปิกอัพ 4 ประตู สีทึบ จอดรออยู่ มีชายเดินมารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาฯสาวไปขึ้นรถปิกอัพแล้วขับออกไป พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้จอดรถข้างทางนอนหลับถึงตี 2 ก็ตื่นแล้วขับรถกลับบ้านที่กรุงเทพฯ

จากนั้นได้เปลี่ยนทะเบียนรถแคมรี่แล้วขับไปให้ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ซึ่งเคยรับราชการด้วยกัน โดยเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ได้ให้ ด.ต.พรพิพัฒน์นำรถแคมรี่ไปแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 30 ส.ค. ด.ต.พรพิพัฒน์ได้ติดต่อ พ.ต.ท.สามมิตร ไชยอิ่นคำ สว.สส.ภ.จว.นครปฐม ซึ่งเป็นนักเรียนพลตำรวจรุ่นเดียวกัน ให้นำรถแคมรี่ไปแยกชิ้นส่วนทำลาย แต่ พ.ต.ท.สามมิตรกลับขับไปจอดไว้ที่บ้านของ ด.ต.ธนรักษ์ ขาวสวนแก้ว ลูกน้อง ยังไม่ได้แยกชิ้นส่วนทำลาย กระทั่งวันที่ 21 ก.ย. ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ให้นำรถแคมรี่ไปให้มอบให้ตำรวจที่ สตช.



ล่าสุดที่รัฐสภา (25/09/2560) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเอาผิด 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปส่งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า  ตอบไม่ได้ แต่สำหรับความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐจะมี 2 ทาง คือ 1.ผิดอาญามีโทษอาญา 2.ผิดวินัย ที่ห้ามเจ้าหน้าที่ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

"ต้องไปดูว่า ชั่วหรือไม่ ถ้าชั่วก็ต้องออกจากงาน คล้ายกับกรรมการองค์กรอิสระ และนักการเมืองที่มีมาตรฐานจริยธรรมกำกับ ส่วนที่นักการเมืองระบุให้ใช้กฎหมายอาญามาตรา 189 ตรงนี้ต้องไปดูข้อเท็จจริง" นายมีชัย กล่าว

ประธาน กรธ. กล่าวว่า ขณะที่กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น มีไว้ดูเรื่องทุจริตอย่างเดียว มีการตัดเรื่องประพฤติมิชอบทิ้ง เพราะหยุมหยิมเกินไป แต่กฎหมายของทุกหน่วยงาน ก็มีกำหนดไว้แล้วว่า หากผู้บังคับบัญชารู้ว่า ลูกน้องผิดวินัย แต่ไม่ดำเนินการ ผู้บังคับบัญชาก็จะผิดเสียเอง 





เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี


Suggess News