"พ่อท่านคล้าย" พระอริยเจ้าผู้ล่วงรู้อนาคต..บอกไว้ก่อนละสังขาร...วันใดเบอร์ออกศูนย์สามตัว เมื่อนั้นฉันสิ้นบุญ..ตามวาจาสิทธิ์ของท่าน..

Publish 2017-09-30 19:38:28



พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ นครศรีธรรมราช

หวยตองศูนย์..

ครั้นถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๓ ตรงกับแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ คุณศรัทธา นิ่มมาณพ หัวหน้าหน่วยสร้างสะพานรถไฟได้บันทึกว่า พ่อท่านคล้ายจะเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์เนื่องในงานพุทธาภิเษกที่คณะพุทธบริษัทจังหวัดนั้นนิมนต์ไว้ ถึงเวลา ๑๖.๐๐ น. คุณศรัทธาพร้อมด้วยสารวัตรได้ไปที่พระเจดีย์ธาตุน้อยเพื่อรับพ่อท่านคล้ายขึ้นรถไฟ แต่ปรากฏว่า พ่อท่านคล้ายอาพาธกะทันหัน จับตัวท่านดูรู้สึกว่าตัวท่านร้อนมาก จึงได้นิมนต์ท่านขึ้นรถด่วน พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ทั้งพระและชาวบ้านคือ พระใบฎีกาครื้น, พระเจิม, โกหล่วน, คุณวิเชียร, คุณแจ้ง, คุณประดิษฐ์และคุณศรัทธา รุ่งเช้าอีกวันถึงกรุงเทพฯ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วันนั้นหมอได้จัดให้อยู่ที่ตึกสุทธิสารรณกร ห้องเบอร์ที่ ๔ และย้ายมาอยู่ที่ห้องเบอร์ที่๕ ในตึกเดียวกัน ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ หวยออกเลข ๐๐๐ (ตองศูนย์) ตอนนั้นลุงหริ(นายสิริ พาณิชย์กุล)ตกใจมากที่หวยออกเลขนี้ และได้นึกถึงคำพูดของพ่อท่านที่เคยพูดว่า “วันใดเบอร์ออกศูนย์สามตัว เมื่อนั้นฉันสิ้นบุญ” และได้คิดในใจว่าสงสัยพ่อท่านจะต้องมรณภาพแล้ว

หมอได้พยายามรักษาอย่างเต็มความสามารถเป็นเวลา ๑๔ วัน อาการของพ่อท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด และได้มรณภาพในคืนวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๓ เวลา ๒๓.๐๕ น. ด้วยโรคหอบของคนแก่ ต่อหน้าหมอที่รักษาและศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย สิริมายุได้ ๙๔ ปี ๙ เดือน ๘ วัน ๗๔ พรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ๖๕ ปี

พ่อท่านคล้าย



 ประวัติ

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย" ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน วัตถุมงคลพ่อท่านคล้ายพระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์" นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า "คล้าย สีนิล" เกิดตรงกับ วันที่๒๗ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ปีชวด จ.ศ.๑๒๓๘ ร.ศ.๙๕ ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์

พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก

                เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป  (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่ ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง) ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๘(อายุ ๑๙ ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ

                พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช ครั้นอายุครบ ๒๐ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.๒๔๓๙ ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี



                การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก

                ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๔๑พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา พรรษา

                ปี พ.ศ.๒๔๔๓ ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

                ปี พ.ศ๒๔๔๕ พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

                ปี พ.ศ๒๔๔๗ พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

                ปี พ.ศ.๒๔๔๘ พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างไว้ตามวัดต่างๆพอสมควร

                ในปี พ.ศ.๒๔๔๘ พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง"พ่อท่านคล้าย"เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย

                ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย

ตำแหน่ง

                - ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕ จนมรณภาพ

                - เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว

\

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

บารมีพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

: p.moohin.com

https://www.web-pra.com/

เพื่อเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์


เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News