ความเจ็บช้ำพระทัยของเสด็จเตี่ย!! สู่ รอยสัก "ร.ศ. ๑๑๒ ตราด" กลางหน้าอก "กรมหลวงชุมพรฯ" เผย..ทรงสักให้นักเรียนนายเรือรุ่นแรกๆด้วยพระองค์เอง!!

Publish 2017-10-03 14:18:51



            พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" ต่อมาในปี ๒๕๓๖ มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" และในปี ๒๕๔๔ แก้ไขเป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงสนพระทัยในเรื่องของวิชาอาคมเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงเคารพนับถือ หลวงปู่ศุข อย่างมาก นับได้ว่า ถ้ากล่าวถึง กรมหลวงชุมพรก็ยากที่จะไม่พูดถึงหลวงปู่ศุข นอกจากนี้พระองค์ยังทรงสักยันต์ทั้งพระองค์ตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม รูปสักมีดังนี้ หนุมาน, ลิงลม (บริเวณพระชงฆ์ เพื่อเดินเร็ว), มังกร (เลื่อยพันบริเวณแขน), อักขระ (บริเวณข้อนิ้ว เพื่อชกต่อยหนัก)  และบริเวณอุระ (อก) ทรงมีรอย สัก "ร.ศ. ๑๑๒ ตราด"



( "รศ.๑๑๒ ตราด" ของ พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร ร.น. (บุญมี พันธุมนาวิน))

 

             บริเวณอุระสัก "ร.ศ. ๑๑๒ ตราด" เพื่อจำไม่ลืมกับการบุกรุกของกองเรือรบฝรั่งเศสที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา หลังเหตุการณ์นี้ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อแลกกับอธิปไตยของไทยโดยรวม เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อพระองค์เจ้าอาภากรยังทรงพระเยาว์เพียง ๑๓ ชันษาเท่านั้น

            ในเหตุการณ์ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ หลังจากต้องเสียเงินและราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อกอบกู้ชาติ จนหมดสิ้น สมเด็จพระปิยะท่านทรงริเริ่มฝึกนายทหารเรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนชาวต่างประเทศ รัชกาลที่ ๕ ท่านจึงส่ง พระราชโอรส ๒ พระองค์เพื่อไปศึกษาด้านการทหารคือ รัชกาลที่ ๖ กับ กรมหลวงชุมพรฯ ที่ส่งไปศึกษาต่อ เหตุนี้จึงทำให้พระองค์ท่านทรงมุ่งมั่นในการศึกษาวิชาทหารเรือเพื่อกลับมารับใช้บ้านเมือง และยังได้ทรงสักให้นักเรียนนายเรือรุ่นแรกๆเพียงไม่กี่คนด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง เพื่อให้เป็นที่จดจำเหตุการณ์นี้ 

 

อันคำว่า "ทหารเสือกรมหลวงชุมพรฯ"

            ทหารเสือกรมหลวงชุมพรฯ ในความหมายแรก น่าจะหมายถึงนายทหารเรือทั้งหมดที่เป็นลูกศิษย์ของเสด็จในกรมฯ ที่ได้รับการฝึกสอนด้วยพระองค์เอง รวมถึงทหารเรือชั้นประทวนที่ประจำการร่วมสมัย หลายคนมาจากมหาดเล็กที่ถวายตัวรับใช้พระองค์ เกือบทุกคนสักคำว่า "ร.ศ. ๑๑๒ ตราด" ที่หน้าอก เพื่อเตือนใจตัวเองไม่ให้ลืมวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ที่ฝรั่งเศสบุกน่านน้ำไทยจนเกิดยุทธนาวี ผลที่สุดไทยต้องจำใจจำยอมให้ฝรั่งเศสครอบครองจังหวัดจันทบุรีและตราด ก่อนจะเสียดินแดนบางส่วนด้านมณฑลบูรพาฝั่งซ้ายแม้น้ำโขง และดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง เพื่อแลกสองจังหวัดกลับคืนมา เป็นความขมขื่นที่ไม่มีวันลืม

            ทหารเสือในความหมายที่สอง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าเจ็ดทหารเสือ มีด้วยกันทั้งหมด ๗ คน มียศตั้งแต่นายทหารสัญญาบัตรไปจนถึงพลทหาร ทั้งเจ็ดทหารเสือมีคำล่ำลือในไสยเวทอาคมและวิชาการต่อสู้เป็นพิเศษกว่าคนอื่นๆ ประการสำคัญนอกจากมีรอยสักคำว่า "ร.ศ. ๑๑๒ ตราด" ที่หน้าอกแล้ว ทหารเสือทั้งเจ็ดคนจะต้องมีรอยสักอักขระขอม ปรากฎที่ท้ายทอยหรือต้นคอทุกคน...

.....กยิราเจ กยิราเถนํ......
" จะทำสิ่งไร ควรทำจริง "

 เล่ากันต่อมาว่า เมื่อหลวงปู่ขัน วัดนกกระจาบจะสักอาคมเพิ่มเติมให้ปรากฏว่าพระวรกายไม่มีที่ว่าง จึงได้อักขระ "นะ" คำเดียวที่บริเวณกัณฐมณี (ลูกกระเดือก) เท่านั้น



            นอกจากนี้ การที่เสด็จเตี่ยกราบเกจิอาจารย์ขอเป็นศิษย์กับทุกอาจารย์ที่ได้พบนั้น ทำให้พระองค์ทรงเป็นศิษย์หลายครู ครูบาอาจารย์ของพระองค์นั้นมีดังนี้ หลวงปู่ดำ ภูเก็ต, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงปู่ศุข วัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า (ปัจจุบันเรียก วัดมะขามเฒ่า), หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงพ่อจร วัดดอนรวบ, หลวงพ่อเจียม ชลบุรี, หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก,หลวงพ่อเขียว วัดเครือวัลย์, หลวงปู่ขัน วัดนกกระจาบ ฯลฯ

           แต่ที่พระองค์ท่านผูกพันจริงๆ ใกล้ชิดเป็นพิเศษมีเพียง ๓ รูปคือ หลวงปู่ศุข,หลวงพ่อเงินและหลวงพ่อพริ้งเท่านั้น สำหรับช่วงสุดท้ายของชีวิตเสด็จในกรม สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๖๖ สิริอายุพระชนมายุได้เพียง ๔๓ พรรษาเท่านั้น 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ เรื่องเล่า ภาพเก่า  ในอดีตราชบุรี.

                          http://www.baanjompra.com

                          https://th.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์_กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News