มาแล้ว-มาตามนัด!! "เพื่อไทย" โวยลั่นหลัง "อสส." จ่อรื้อคดี"นายใหญ่-ทักษิณ" วานนี้ อ้างขัดกติกาสากล-เลือกปฏิบัติ

Publish 2017-10-07 16:44:41



 


มาแล้ว-มาตามนัด!! "เพื่อไทย" ดิ้นหนัก-โวยลั่นหลัง "อัยการสูงสุด" จ่อรื้อคดี "นายใหญ่-ทักษิณ" วานนี้ อ้างขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 26, 27 ทั้งขัดกติกาสากล-เลือกปฏิบัติ


วันนี้ (7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายเข็มชัย ชุติวงษ์ อัยการสูงสุด (อสส.) คนใหม่ ได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ภายหลังเข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุดวานนี้ โดยระบุว่า ความเห็นส่วนตัวเห็นว่า คดีของ "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งคดีปล่อยทุจริตอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทย และคดีแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต สามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้ เพราะ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปี พ.ศ.2560 ให้ศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณา คดีโดยไม่มีตัวจำเลย หรือพิจารณาคดีลับหลัง ซึ่งสื่อมวลชนทุกสำนักนำเสนอไปแล้วนั้น


ล่าสุด ต่อกรณีนี้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนอยากชี้ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเคยมีหนังสือถึ งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่19 ก.ค. 60 ขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยก่อนที่จะนำร่างกฎหมาย ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ โดยพรรคเพื่อไทยเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 26, 27 และมีข้อความขัดต่อหลักความเสมอภาค เลือกปฏิบัติ เป็นการตรากฎหมายย้อนหลังเป็นโทษแก่บุคคล ทั้งยังขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง เรื่องสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีต่อหน้าบุคคลนั้น

 



นายชูศักดิ์ ยังระบุด้วยว่า แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาโดยศาลรัฐธรรมนูญ โดยเขาระบุว่า พรรคเพื่อไทยวิเคราะห์กันแต่แรกแล้วว่า การผลักดันกฎหมายนี้ เพื่อเป้าหมายและจุดมุ่งหมายใด เราถึงบอกว่าบัญญัติกฎหมาย ตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติ ในชั้นนี้เราก็คงรับทราบและแจ้งความเป็นไปทั้งหลายให้สังคมทราบ ส่วนจะทำอย่างไร ก็คงมีทางเลือกได้หลายทาง คงต้องวิเคราะห์กันโดยรอบด้าน เพราะคดีทั้งหลายมีเหตุจากบริบทความขัดแย้งทางการเมืองด้วยทั้งสิ้น จะเลือกเดินทางใดรอให้ถึงเวลา คงไม่อาจชี้แจงอะไรได้มากนักในตอนนี้

เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News