หนีคดีแล้วจะสุขสบาย..ไม่มีจริง!! แกะรอยชีวิต “นพรัตน์” อดีตผอ.สำนักพุทธฯ โกงเงินทอนวัด ไม่ใช่บังเอิญไปซุกดัลลัส แต่อีกไม่นานไปแน่ อโยคุฬนรก?

Publish 2017-10-12 09:39:34



ถือเป็นประเด็นร้อนที่มีการเฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง จากกรณีการทุจริตเงินทอนวัด จนนำไปสู่การแจ้งข้อหากับกลุ่มผู้บริหารสำนักพุทธศาสนาและพระเถระอีก 4 รูป  รวมถึงการมีการดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่เชื่อว่ามีการยักยอกทุจริต  โดยเฉพาะในกรณีของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.)  และล่าสุดมีการบุกตรวจค้นบ้านภริยามูลค่ากว่า 49 ล้านบาทซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกสาวไปก่อนหน้า  (คลิกอ่านรายละเอียด :  เงินบาป..จับตรงไหนก็ฉาว!!ปปป.บุกค้นบ้านเมียอดีตผอ.สำนักพุทธฯ โยงเงินทอนวัด สุดโอ่อ่ามูลค่า49ล้าน โอนเบ็ดเสร็จให้ลูกสาววัยแค่20ถือครองแทน)  



ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก  กนก  รัตน์วงศ์สกุล   ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง  ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อประเด็นที่เกิดขึ้น ว่า  “ปปง.ยึดทรัพย์ "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์" อดีตผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ พร้อมพวก รวมกว่า 71 ล้านบาท หลังพบหลักฐานทุจริตเงินทอนวัดนายคนนี้ปัจจุบัน หนีไปอยู่ดัลลัส เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ไปซื้อบ้านหลายแสนเหรียญ ด้วยเงินสด อยู่กับเมียที่เพิ่งแต่งเมื่อปี 2555 ก่อนเกษียณ



เมียคนนี้ มีสามีอยู่แล้วก่อนจะมาเจอกับนายนพรัตน์ เธอมีส่วนช่วยประสานงาน ต้อนรับคณะของอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ ที่เดินทางไปสหรัฐอยู่บ่อยครั้ง ประสานงานกันอีท่าไหนไม่ทราบ ฝ่ายหญิงจึงเลิกกับผัวมาแต่งกับนายคนนี้ไม่มีความชั่วช้าใดจะร้ายกาจเท่า คนที่จะต้องดี ตามบทบาทหน้าที่อันสูงส่ง แต่กลับใช้ตำแหน่งนั้นคดโกงซะเอง

 

 

ดังเราได้ยินจากผู้พิพากษาตัดสินลงโทษคนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ ที่ทุจริตคดโกง ด้วยบทลงโทษที่รุนแรงกว่าประชาชนทั่วไปในฐานความผิดเดียวกัน เพราะ..เขามีตำแหน่งแห่งหน สมควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับทำผิดเหมือนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ที่มีตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แทนที่จะใช้เงินหลวงอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดต่างๆ กลับเบียดบังนำเงินนั้นมาเป็นของตัว

 

ความผิดนี้เกิดอยู่หลายปี ตั้งแต่ปี 2555-2559 ทำให้วัดต่างๆได้รับการบูรณะไม่เต็มที่ การขอ "เงินทอนวัด" กลับคืน โดยโกหกว่า ขอแบ่งไปช่วยเหลือวัดไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลโกงที่ชั่วช้าสามานย์จนสุดบรรยาย

 

เหมือนคนที่โกงกินงบสนับสนุนกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม ปีละ 1,200 ล้านบาท มีการแจ้งยอดนักเรียนอันเป็นเท็จ หรือ พระผู้ใหญ่หลายๆรูป กล้าให้ตรวจบัญชีธนาคารหรือไม่? เป็นพระ..ทำไมต้องสะสมเงินทองมากขนาดนั้น เอาเข้าจริงๆ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทั้งสิ้น!

 

พระสะสมรถหรู พระเทศน์หว่านล้อมให้คนบริจาคเงินเยอะๆ หรือพระผู้ใหญ่หลายคน สุมหัวปกป้องคนชั่วในคราบพระ เพราะเคยได้รับเงินรับทองจากคนๆนี้...ล้วนมีระดับความชั่วไม่ต่างกัน คือ ชั่วมาก! มือปืนรับจ้างสังหารคน หากเหยื่อเป็นเด็ก หรือเป็นพระเกจิ มือปืนนั้นย่อมถูกประณามลงโทษหนักหนาขึ้น

 

 

นายนพรัตน์ หรือพระผู้ใหญ่ที่ทำผิดก็เช่นกัน วันนี้ยังจับไม่ได้ บางคนยังนั่งเป็นพระอยู่ หารู้ไม่..ชาวบ้านเขาแยกแยะผ้าเหลือง กับคนหัวโล้นใจคดได้ไม่ยาก??

 

 

ทั้งนี้ประวัติของ  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เกิดวันที่ 12 พฤศจิกายน 2496 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จบการศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยบูรพา โดยเข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2531 ในตำแหน่งวิศวกรโยธา ระดับ 3

 

จากนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวิศวกรโยธา 8 วช. กองพุทธศาสนสถาน ปี 2545 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2546 และเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระดับ 9 ในปี 2550  จนได้รับการเสนอชื่อจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและครม.ในยุครัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  มีมติเห็นชอบให้เป็นผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาเมื่อวันที่   24 ส.ค.2553 

 

 

อย่างไรก็ตามเส้นทางการเป็นผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาของนาย นพรัตน์  เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในการทำหน้าที่  ตามข้อสังเกตที่การระบุในโลกโซเชียลว่า นายนพรัตน์หลังจากนั้นได้แต่งงานกับนางสาวจำลองรัตน์  ที่วัดพุทธดัลลัส เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา

 

 

นายนพรัตน์มักเจาะจงไปร่วมงานที่วัดพุทธดัลลัสเพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกาและมักออกข่าวเฉพาะงานวัด"พุทธดัลลัส" เพียงวัดเดียว เหมือนๆ กับว่าในสหรัฐอเมริกานี้มีสนามสอบเพียงแห่งเดียว ทั้งๆ ที่จริงแล้วมีสนามสอบธรรมมากมายหลายแห่งหลายเมือง  จนได้ชื่อว่าเป็นลูกเขยเมืองดัลลัสในขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนา ???

 

 

ขณะที่ในหนังสือไตรภูมิ   ระบุคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ  ความตอนหนึ่งว่า  กรรมหนึ่งกรรมใดที่นำไปสู่นรก  “ขุมที่ ๕ โกงเงินทำบุญให้หนัก ทายกกับพระนี่ ระวังนะ ระวัง ถ้าชอบใจอยู่ขุมที่ ๕ สำหรับยมโลกียนรก โกงให้หนัก”

 

(อโยคุฬนรก เต็มไปด้วยก้อนเหล็กแดงเกลื่อนกลาดไปหมด อกุศลกรรมบันดาลสัตว์นรกที่มาเกิดเห็นก้อนเหล็กแดงเป็นอาหาร เมื่อกินเข้าไปแล้วเหล็กแดงนั้นก็เผาไหม้ไส้พุง ได้รับทุกขเวทนาจนกว่าจะสิ้นกรรม บุพกรรม เช่น แสดงตนว่า เป็นคนใจบุญใจกุศล เรี่ยไรทรัพย์ ว่าจะนำไปทำบุญสร้างกุศล แต่กลับยักยอกเงินทำบุญของผู้อื่นมาเป็นของตน การกุศลทำบ้างไม่ทำบ้างตามที่อ้างไว้ หลอกลวงผู้อื่น)

 

 


เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน