ยิ่งขุดยิ่งฉาว!!"หลวงพ่อสมาน"อุปัชฌาย์"เจ้าอาวาสสวนดอก" โดนกล่าวหาเป็นต่างด้าว ไม่ใช่แฟนคลับ"ธัมมชโย"ธรรมดา เคยกดดัน"บิ๊กตู่"เลิกยุ่งธรรมกาย

Publish 2017-10-12 12:36:22



จากกรณีข่าวฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่ออดีตผกก.บุกศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าคณะอำเภอจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพฤติกรรมและหลักฐาน พบว่ามีการสวมรอยบัตรคนตาย ก่อนจะขยับฐานนะขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่าพระรูปนี้ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่เป็นคนต่างด้าวปลอมตัวเข้ามาเป็นพระสงฆ์ 
 

 

ซึ่งต่อมาพบว่าเจ้าอาวาสวัดสวนดอกรูปนี้ ก็คือ “เจ้าคุณนิมิตร” หรือพระราชรัชมุนี ซึ่งจัดเป็นพระเกจิชื่อดังในละแวกทางภาคเหนือของประเทศ และมีพระเทพมังคลาจารย์ หรือ “อาจารย์สมาน”เจ้าอาวาสวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็น“พระอุปัชฌาย์” โดยพระทั้ง 2 รูปนี้ มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวอย่างมาก และที่ผ่านมาต่างฝ่ายก็ต่างผลักดัน ให้พระอีกรูปได้เลื่อนขั้น มีสมณะทางตำแหน่งสงฆ์ที่สูงขึ้น

 

 

 


ก่อนที่จะมีหลักฐานสำคัญชี้ชัดให้เห็นว่า ตัวพระเทพมังคลาจารย์ พระอุปัชฌาย์ของพระราชรัชมุนีนั้น มีความสัมพันธ์อันดีงามอย่างยิ่ง กับทางฝั่งของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2559 ที่ผ่านมา ทางสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่ข้อความว่า "พระเทพมังคลาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ วัดท่าตอน และพระครูพิทักษ์ วัดพระธาตุช้างค้ำ จังหวัดน่าน พร้อมด้วยพระสังฆาธิการ จำนวนกว่า 300 รูป เดินทางมาถวายกำลังใจ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ถึงวัดพระธรรมกาย ที่จังหวัดปทุมธานี และเรียนเชิญให้สื่อมวลชนมาร่วมทำข่าว"

 

 

 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดหลักฐาน!พระอุปัชฌาย์ "เจ้าอาวาสสวนดอก" 1 ใน 2 ถูกกล่าวหาเป็นต่างด้าว-สวมสิทธิ์บัตรปชช. เคยนำพระ300 รูปเข้ากรุงให้กำลังใจธัมมชโย



ล่าสุดทางทีมข่าวทีนิวส์พบหลักฐาน ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างพระเทพมังคลาจารย์ หรือ พระอาจารย์สมาน  เจ้าอาวาสวัดท่าตอน จ.เชียงใหม่ กับวัดธรรมกายเพิ่มเติมอีก  ตามข้อมูลข่าวที่ระบุว่าเมื่อวันที่  24 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา พระเทพมังคลาจารย์ ได้นำพระสงฆ์และสามเณรจำนวนมาก มารวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ ขอร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งระบุว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นหนังสือจากนั้นจะนัดหมายรวมตัวกันกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง 

       

 

 

 

 

 

 


       
และถัดมาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ในวันที่ 6 มี.ค.60 พระเทพมังคลาจารย์ ยังเปิดเผยด้วยว่า หลังจากที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สั่งการยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ตามที่ได้ยื่นร้องขอไว้เมื่อวันที่ 24 ก.พ.60  ซึ่งในตอนนั้นทางด้านพระเทพมังคลาจารย์ยืนยันว่าการที่นำพระสงฆ์และสามเณรออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องนั้น ไม่ได้เป็นเพราะสนับสนุนธรรมกาย แต่เป็นเพราะไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย จึงออกมาให้ข้อคิด เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินการกับพระสงฆ์เพียงรูปเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากมายและสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่สามารถดำเนินการได้ด้วยการใช้กฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44 เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย เพียงคนเดียว ซึ่งเชื่อว่าที่จริงแล้วเจ้าหน้าที่น่าจะมีความสามารถที่จะดำเนินการเช่นนั้นได้

 

 

 

 

 

 



และเมื่อสื่อมวลชนได้ตั้งคำถามว่า หากสมมติว่าพระเทพมังคลาจารย์เป็นพระธัมมชโย จะยอมปรากฏตัวหรือยอมมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อยุติสถานการณ์วุ่นวายหรือไม่ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้ให้คำตอบไว้ว่า มันเป็นเพียงเรื่องสมมติ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง และคงไม่มีทางเป็นไปได้

 

 


ส่วนกรณีการหายตัวไปของ “เจ้าคุณนิมิตร” หรือพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอกเชียงใหม่ ยังคงไร้วี่แวว และไม่ได้จำวัดอยู่ภายในวันสวนดอกแต่อย่างใด ซึ่งต้องติดตามและรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากทางฝั่งของเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป 
 

 

 

 

 

 

 

 


เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News