รู้แล้วรีบแชร์ต่อ..จะซ้ำรอยปี 54 หรือไม่!! กรมชลฯแจ้งล่าสุด 16 เขื่อนใหญ่ ระดับน้ำ89-104% แล้ว อุทกภัยกระทบ 4 หมื่นครัวเรือน!?!

Publish 2017-10-12 17:41:14




ถือเป็นสถานการณ์ใหญ่ที่หลายพื้นที่ต้องเร่งรับมือ เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2560 ทางกรมชลประทาน ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนพระรามหก ให้เตรียมรับมือระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก เฉลี่ย 30 เซนติเมตร หลังพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำป่าสักยังมีฝนตกต่อเนื่อง และต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อระบายน้ำให้เพิ่มมากขึ้นเป็น30 ล้านลบ.ม.ต่อวัน

 

 

 

 



 

 

ล่าสุดวันนี้ (12 ต.ค.) มีความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาการอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้แจ้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนขนาดใหญ่ 16 เขื่อน ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าระดับกักเก็บ มีความจุเกิน 100% โดยจะปล่อยระบายพร่องน้ำออกเพื่อให้รักษาสมดุลน้ำในเขื่อนกับปริมาณน้ำไหลเข้า-ออก เช่น เขื่อนกิ่วคอหมา มีปริมาณน้ำ 111.58% , เขื่อนอุบลรัตน์ 108.84% , เขื่อนน้ำอูน 104.81% , เขื่อนกระเสียว 103.21% , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 102.66% , เขื่อนจุฬาภรณ์ 101.82% , เขื่อนหนองปลาไหล 101.02% , เขื่อนน้ำพุง 101.01% , เขื่อนห้วยหลวง 99.92% , เขื่อนทับเสลา 98.94% , เขื่อนประแสร์ 96.02% , เขื่อนบางพระ 95.67% , เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 92.71% , เขื่อนลำปาว 89.11% และเขื่อนเจ้าพระยา

 


ทั้งนี้จะควบคุมโดยการตัดยอดน้ำออกฝั่งซ้าย-ขวา ปริมาณ 500-550 ลบ.ม.ต่อวินาที ฝั่งตะวันตก ออกแม่น้ำท่าจีนลงทะเล คาดว่าน้ำระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา สูงสุดวันที่ 13 ต.ค.60 จะไม่เกิน 2.6 พันลบ.ม.ต่อวินาที โดยขณะนี้จะเห็นว่าปริมาณน้ำเริ่มทรงตัว อยู่ที่ 2.53 พันลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งเฝ้าระวังระบายเขื่อนแควน้อยฯ 28 ล้านลบ.ม. , เขื่อนป่าสักฯ ระบาย 30 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ควบคุมที่เขื่อนพระราม 6 ผ่านแม่น้ำป่าสัก ผลักดันลงคลองระพีพัฒน์ ผ่านระบบชลประทาน ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯลงอ่าวไทยที่จ.สมุทรปราการ

 

 

 

 



ทั้งนี้นายสมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ ขอเตือนให้ประชาชนรับมือเก็บข้าวของขี้นที่สูงในช่วง 2-3 วันนี้ หลังจากเร่งระบายออกทะเลได้เร็ว จะช่วยพื้นที่น้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลดลงตามลำดับ ถ้าไม่มีฝนมาเติมอีก และขอยืนยันว่าปริมาณน้ำเหนือไม่มากเท่ากับปี 2554 และแม้ช่วงฝนยังอยู่ แต่โอกาสเกิดอุทกภัยแบบปี 2554 มีโอกาสน้อย

 

 

โดยตอนนี้เขื่อนภูมิพล มีน้ำ 67% , เขื่อนสิริกิติ์ 83% ซึ่งในปีนั้นน้ำเขื่อนใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำเต็มเขื่อน ร้อยละ 99-98 ตั้งแต่ต้นฤดูฝน มีพายุเข้ามาต่อเนื่อง 4-5 ลูก นอกจากนี้ปริมาณน้ำไหลเข้า-ออกเขื่อนใหญ่ 34 แห่งทั้งประเทศ 474.74 ล้านลบ.ม. และ 393.93 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งปี 2560 มีปริมาณ 463.60 ล้านลบ.ม. และ145.65 ล้านลบ.ม.ต่อวัน มีส่วนต่างปริมาณน้ำ 18,580 ล้านลบ.ม. ปัจจุบัน 9,876 ล้านลบ.ม.ในช่วงเวลาเดียวกัน ปี54 ไหลเข้า 62,083 ล้านลบ.ม. ไหลออก 43,503 ล้านลบ.ม. โดยปีนี้ ไหลเข้า 40,892 ล้านลบ.ม. ไหลออก 31,016 ล้านลบ.ม.

 

 

 

ส่วนการวิเคราะห์สถานน้ำท่วมในปีนี้ไม่น่าวิตกกังวลใจ  เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันกรณีข่าวพายุ 3 ลูกไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศ มีผลกระทบช่วงวันที่ 12-14 ต.ค. และวันที่ 15-17 ต.ค.อาจมีพายุหมุนเขตร้อน แต่จะเข้าเวียดนาม ตอนบน ซี่งต้องดูทิศทางลม และความกดอากาศสูงแผ่จากจีน อาจทำให้พายุอ่อนตัวลง “ช่วง 3 วันนี้ ใช้การระบายน้ำผ่านเจ้าพระยา โดยพรุ่งนี้มีระดับสูงสุด 2.6 พันลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำไม่ขยับขึ้น เนื่องจากเร่งระบายออกด้านฝั่งขวามากขึ้นด้วย โดยพื้นที่ลุ่มริมฝั่งเจ้าพระยา ออกอ่าวไทย ได้รับผลกระทบพรุ่งนี้ น้ำท่วมเพิ่มขึ้นไม่เกิน15 ซม.ถ้าไม่มีฝนตกในพื้นที่ ได้คุมสถานการณ์ไว้ทุกจุด ไม่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันเหมือนปี 54 โดยเฉพาะในกรุงเทพ” 

 

 

 

 


ขณะเดียวกันทางด้านนปภ.ได้สรุปภาพรวมขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 7 จังหวัด มีประชาชนเดือดร้อนแล้วกว่า 4 หมื่นครัวเรือน โดยพื้นที่ทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น และการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น จ.กำแพงเพชร ,นครสวรรค์, ชัยนาท, สิงห์บุรี ,ลพบุรี ,อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ยังพบว่า มีปริมาณฝนกระจายตัวในพื้นที่ตอนล่างและภาคกลาง ทำให้กรมชลประทาน จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น

 

 

 


จึงได้สั่งการให้ทุกสำนักงานชลประทาน ควบคุมปริมาณปล่อยน้ำเขื่อนออกมาด้วย ไม่ให้ล้นเกินลำน้ำท้ายเขื่อน มากระทบด้านล่าง และแจ้งเตือนผู้ว่าฯทุกแห่ง ให้แจ้งหอกระจายข่าวอย่างทั่วถึง ให้ทุกโครงการลงพื้นที่ ไปสำรวจลำน้ำทั้งหมด ปล่อยน้ำจากเขื่อนไม่มากกว่าเกินความจุแม่น้ำ พยายามไม่ให้ล้น โดยเฉพาะเขื่อนภาคกลาง ปล่อยพร้อมกับ 4 เขื่อน เขื่อนป่าสักฯ แควน้อย  กระเสียว ทับเสลา  ภาคอีสาน เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำล้น ต้องรักษาระดับน้ำทรงตัวให้ได้ อาจปล่อยมากขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่กระทบประชาชนอย่างแน่นอน

 


พร้อมกันนี้ได้ติดเครื่องผลักดันน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับกองทัพเรือ ช่วยผลักดันน้ำออกทะเล  ทางด้านแม่ท่าจีน 31 เครื่อง แนวคลองระพีพัฒน์ 8  เครื่อง ในภาคอีสานเร่งระบายลงแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด และติดเครื่องผลักดันน้ำ 12 เครื่อง ที่จ.อุบลราชธานี และโคราช 6 เครื่อง ผ่านลำน้ำมูล-ชี โดยลดการระบายเขื่อนลำปาว เพื่อรองรับการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีน้ำล้นมาก ปริมาณน้ำไหลเข้า100 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เร่งระบาย 34 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ขยับเป็น 45 ล้านลบ.ม.ในวันที่ 19 ต.ค.นี้

 

 

 

 

นอกจากนี้ประชาชนทุกคน สามารถเช็คสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ในแต่ละจังหวัดได้ที่ http://www.thaiwater.net/hourlyreport.php

 

 

 

 


เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


Suggess News