ระวังลูกหลานท่านไว้ มันกลับมาแล้ว !!! โรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์รุนแรงระบาดหนักเพิ่ม 5 เท่า...พบเด็กเสียชีวิตแล้ว!

Publish 2017-10-17 13:20:49





นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ว่าขณะนี้ได้เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยมีเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นก็พบเด็ก 1 คน ป่วยเป็นมือ เท้า ปาก จากนั้นในวันรุ่งขึ้นเด็กคนดังกล่าวก็เสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากเพราะโรคนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน และขณะนี้หลายจังหวัดในประเทศไทยก็ประสบกับปัญหาฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง 

อีกทั้งโรคนี้ยังสามารถติดต่อกันได้ง่ายดายมากจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำลาย หรืออุจจาระแล้ววิ่งเข้าสู่ร่างกาย ที่สำคัญช่วงนี้ใกล้ถึงเวลาเปิดเทอมของเด็กแล้วทำให้เสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น



นพ.ยง ภู่วรวรรณ เปิดเผยอีกว่า โรคมือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสค็อกซากีเอ 6 เอ 16 ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการไม่รุนแรงมาก แต่หากเกิดจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หรือ EV 71 อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะเชื้อนี้จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อสมองอักเสบ โดยเฉพาะตรงแกนสมอง โดยปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อ EV 71 เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ส่วนในปีนี้จากข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงปัจจุบันเป็นที่น่าตกใจอย่างมากเมื่อตรวจพบเด็กที่ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อสายพันธุ์รุนแรง  EV 71 มากกว่าเดิมถึง 5 เท่า หรือคิดเป็นร้อยละ 50 โดยที่ห้องแล็บจุฬาฯ มีเด็กมาตรวจประมาณ 500 คน พบว่าติดเชื้อ EV 71 แทบทั้งนั้น และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน

จึงอยากขอความร่วมมือไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครอง คอยศึกษาและต้องสังเกตอาการของโรค ขั้นต้นเลยก็คือเมื่อเด็กได้รับเชื้อประมาณ 3-5 วัน อาการที่ปราฎคือจะมีไข้สูง ไข้ไม่ยอมลด จากนั้นอีกหนึ่งวันจะเริ่มมีตุ่มตามตัว มีแผลในปาก ในรายที่เป็นมากอาจมีตุ่มขึ้นที่หัวเข่า ข้อศอก รอบก้น มีอาการตาลอย ซึม หัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง มีอาการกระตุกที่ปลายมือ ปลายเท้า หอบ และน้ำลายฟูมปาก 

อีกทั้ง โรคนี้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นจึงควรศึกษาวิธีป้องกันอย่างจริงจัง ซึ่งทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้รวบรวมข้อมูลการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก มาเผยแพร่ให้ผู้ปกครองได้รับรู้โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. รักษาความสะอาดและสุขอนามัยของคนในครอบครัวโดยเฉพาะเด็กเล็กที่เสี่ยงติดโรค หมั่นล้างมือให้สะอาดหลังขับถ่าย หรือก่อนลงมือทำอะไรก็ตามแต่
2. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่ทานกึ่งสุกกึ่งดิบ ระวังอย่ารับประทานอาหารที่มีแมลงวันตอม
3. ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร ไม่ใช้หลอดหรือดื่มน้ำจากขวดร่วมกัน
4. แยกเด็กให้อยู่ห่างจากผู้ป่วย
5. หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่แออัด หรือคนเยอะๆ
6. ผู้ดูแลเด็กต้องตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และรีบล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว เมื่อเช็ดน้ำมูก น้ำลาย หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม เสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระ
7. ทำความสะอาดพื้น เครื่องใช้ หรือของเล่นเด็ก ที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค อย่างสม่ำเสมอ
8. หากพบผู้ป่วยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
9. หากลูกหลานติดโรค ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

 

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์


เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News