งานเข้า มท1. ต่อเนื่อง ล่าสุดโดนเปิดโปงซื้อเครื่องจับความเร็วพกพา ราคาเฉียดล้าน ทั้งที่ราคาตลาด ไม่ถึงแสน

Publish 2017-10-20 18:58:35



ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เลยก็ว่าได้ตั้งแต่เรื่องที่อนุมัติให้บริษัทในเครือกระทิงแดงเช่าพื้นที่ในป่าสาธารณะห้วยเม็กจนชาวบ้านออกมาคัดค้าน อีกทั้งเรื่องเรือเหาะตรวจการณ์ และเรื่องที่อนุมัติให้บริษัทในเครือของ ปตท. เช่าพื้นที่พิพาทในจ.ระยอง ทั้งที่เรื่องยังอยู่ในศาล จนมาถึงเรื่องโครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา ที่ใช้งบจัดซื้อกว่า 957.6 ล้านบาท จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ต่างๆนาๆ





สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ได้มีมติอนุมัติโครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้เสนอให้ปภ. จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา จำนวน 1,064 เครื่อง โดยสนนราคาเครื่องละ 9 แสนบาท ในงบประมาณ 957.6 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากนั้นได้มีกระแสตามมาว่าทำไมไทยถึงได้ซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาในราคาที่สูง โดยเทียบกับของอเมริกาที่มีขายในราคาตัวละ$1,000 หรือประมาณ 34,000 บาท (อ้างอิงจาก radarguns) โดยไม่ถึงขนาดเฉียดล้านบาทเท่าที่ไทยได้ของบไป ทำให้ประชาชนมองว่าทำไมไทยกลับชอบซื้อในราคาที่แพงกว่าชาวบ้านหลายเท่า

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า  เนื่องจากทางคณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนได้สรุปว่า เนื่องจากจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย จึงต้องมีจุดตรวจจับ และต้องมีเครื่องมือ จึงขอรัฐบาลจัดซื้อ เพราะเครื่องมือมีไม่พอ ที่สำคัญไว้ใช้ดำเนินการ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นถนนสายรอง หรือถนนในระดับชุมชนหมู่บ้าน ที่พบสถิติการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของการขอจัดซื้อจากรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะให้ซื้อในจำนวนเท่าไรนั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ตน ต้องถามไปยัง ปภ.ดังนั้นราคาที่ซื้อต้องเป็นราคาที่ประกวด แต่ตนไม่ทราบ โดยตนมีหน้าที่นำความต้องการไปเสนอ ครม. เมื่อครม.อนุมัติมา ผู้ที่รับผิดชอบก็ไปจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดซื้อ แต่เป็นกรมปภ.ที่ดำเนินการจัดซื้อ อย่างไรก็ตามในการดำเนินการทุกขั้นตอนหากพบการกระทำไปในทางทุจริต ตนไม่เอาไว้แน่ แม้แต่ระดับอธิบดี

 

 


โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยต่อว่า เครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาจะมีราคาสูงหรือไม่นั้น เบื้องต้นต้องมีการสำรวจราคาจากหลายๆบริษัทรวมถึงพิจารณาข้อมูลการจัดซื้อจากในอดีตที่ผ่านมาด้วย ซึ่งที่มาของราคาจะต้องสมเหตุสมผลกับสมรรถนะของอุปกรณ์ โดยการจัดซื้อดังกล่าวไม่ได้เป็นการจัดซื้อให้เฉพาะเพียงหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพียงหน่วยงานเดียว แต่จัดซื้อให้ทุกส่วนราชการตลอดไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ใน 2 ลักษณะ คือ บังคับใช้ตามกฎหมายและเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ ปลุกเร้าความรู้สึกของประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่เลี่ยงกฎหมาย  หากงบประมาณดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการการจัดหาและเชิญบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประมูล เพื่อมาเสนอขาย ซึ่งจะมีการกำหนดสเปคของเครื่องตรวจจับความเร็ว โดยเชิญส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สตช. กรมการขนส่งทางบก ส่วนราชการของ ปภ. และสื่อมวลชน มาร่วมกันกำหนด เมื่อได้ข้อตกลงแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์ซึ่งในขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์นี้สามารถโต้แย้งได้ จากนั้นจะประกาศเชิญบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องมาเสนอขาย เมื่อได้ข้อยุติ ก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดหา การเสนอราคา และประกวดราคาอี บิดดิ้ง เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ" นายฉัตรชัย กล่าว.



 

 

 


เรียบเรียงโดย

กนกวรรณ โอวาส : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News