ไม่สน...ใครจะมองว่าบ้า! "ลุงเลิ้ม" หนุ่มใหญ่ เล่าชีวิต เคยติดเหล้า ติดพนันงอมแงม แต่ตัดใจเลิกทุกอย่าง เพราะพระองค์ท่าน "ในหลวง ร.9"

Publish 2017-10-28 16:07:59



นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของความประทับที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่ง ที่เคยพลาดพลั้งหลงผิดติดสิ่งอบายมุขต่างๆ จนเสียผู้เสียคน แต่สุดท้าย เขาก็กลับตัวกลับใจได้อีกครั้ง เพราะมีสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และทำให้ตนเองตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งแรงบันดาลใจนั้นคือ "ในหลวง ร.9" ทำให้กลายเป็นเรื่องราวอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจ ในโลกออนไลน์


เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก วรเทพ ศิริวนารังสรรค์  ได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของ "ลุงเลิ้ม" ผู้ที่ชื่นชอบการเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ "ในหลวง ร.9" โดยผู้โพสต์เล่าว่า...

ลุงเลิ้มรักในหลวง...
หมู่ 9 บ้านตะพังมะกอก ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ผู้ที่สะสมรูปพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ห้อยคอนานกว่า 10 ปี หลังเคยใช้ชีวิตเสเพลติดเหล้า สูบบุหรี่ เล่นพนัน แต่ทุกอย่างก็เลิกได้เพราะพระบรมฉายาลักษณ์ในธนบัตรเตือนใจ จึงเชื่อว่า 'ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระมาโปรด

 



สำหรับ "ลุงเลิ้ม" หรือ นายเลิ้ม ทองสว่าง อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 390 ม.9 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย ชายผู้อาศัยกระต๊อบหลังเก่าที่เต็มไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังแขวนไว้ตามตัวอย่างไม่อายสายตาผู้คน นายเลิ้มเปิดเผยว่า เคยมีคนมองว่านายเลิ้มเป็นคนบ้า เคยมีคนว่านายเลิ้มไม่ปกติ แต่นายเลิ้มเองไม่เคยใส่ใจคำพูดเหล่านั้น กว่า 5 ปี ที่นายเลิ้มนำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมิทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มาไว้แนบตัวเพราะเชื้อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นพระบรมฉายาลักษณ์ก็เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น จากคนที่พบปะเจอะเจอ และมอบให้ รวมถึงสะสมเอง 

 

 

ลุงเลิ้มอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกเต้า ส่วนภรรยานั้นเลิกรากันไปแล้ว นายเลิ้ม มีอาชีพเย็บแหขาย และปั้นลูdกระสุน โดยใช้ดินจากบริเวณรอบบ้าน ในบ้านหลังเล็กๆหรือกระต๊อบแห่งนี้มีพระองค์เดียวคือพระเจ้าแผ่นดิน ตั้งแต่ประตูเข้าไปจนถึงข้างฝาห้อง หัวนอน และที่ห้อยคอกว่า 30 องค์ ล้วนเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั้งนั้น

 



โดยเหตุที่เริ่มต้นนำมากราบเคารพบูชาจนเต็มบ้านนั้น เพราะเมื่อก่อนทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และเล่นการพนัน จนวันหนึ่งขณะที่เล่นการพนันอยู่นั้น ได้คิดขึ้นมาวูบในใจว่า "เงินที่นำมาทำในสิ่งที่ผิดนั้น มีรูปพระองค์ท่าน เมื่อรักพระองค์ ทำไมถึงนำพระองค์ลงมาเกลือกกลั้วกับอบายมุข" จึงตัดใจเลิกเหล้า บุหรี่ และการพนัน แล้วนำแบงค์ร้อยที่เหลือมาใส่ถุงพลาสติกนำมาคล้องคอ เพื่อเตือนสติตัวเอง หลังจากนั้น นายเลิ้มและจักรยานคู่ใจ กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนสุโขทัย โดยเฉพาะในวันที่ 5 ธันวาคมทุกปี นายเลิ้มต้องขี่จักรยานระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อไปร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย

 

 

เมื่อถึงคราวทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จสวรรคต นายเลิ้มเปลี่ยนความเสียใจ เป็นการรอคอยข่าวทางทีวี และชื่นชมพระองค์ผ่านทางโทรทัศน์ จนนายนภดล ทองสว่าง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 เป็นห่วงนายเลิ้มจะเศร้าซึม จึงประสานจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.บ้านกล้วย นายวรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ที่นายเลิ้มคุ้นเคยเพราะต้องไปรับยาโรคความดันโลหิตสูงเป็นประจำ มาคอยพูดคุยและเฝ้าระวังไม่ให้นายเลิ้มเครียดจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก วรเทพ ศิริวนารังสรรค์ 



เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม


Suggess News