เวียดนาม หักหน้า “ทรัมป์” หลังเสนอขอเป็นคนกลางจัดการเรื่องทะเลจีนใต้ คล้อยหลัง สื่อตีข่าว เวียดนาม ตกลงผลประโยชน์ กับจีน ลงตัว

Publish 2017-11-13 15:24:02





สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ทะเลจีนใต้ เป็นอีกพื้นที่อ่อนไหว ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในอนาคต จากที่จีนเข้าครอบครองพื้นที่ ส่วนใหญ่ในบริเวณดังกล่าว แม้ว่าที่ผ่านมานั้นจีนเองก็พยายามที่จะ จัดการกับปัญหาข้อพิพาท ที่ดูรุนแรงที่สุดก็คือกับทางด้านฟิลิปปินส์ และเหมือนว่าจะสามารถตกลงกันได้ เป็นอย่างดี แต่สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับอีกคู่ความขัดแย้งนั่นคือ กับทางด้านเวียดนามนั่นเอง ก่อนหน้านี้ทางด้าน ฝ่าม บินห์ มินห์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีพิพาททะเลจีนใต้แสดงความอดกลั้น และเจรจาร่วมกันด้วยความประนีประนอม และยังเรียกร้องผ่านไปยังสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือว่า อาเซียน ให้เพิ่มความพยายามร่วมกันในการคงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ ความปลอดภัย และเสรีภาพในการลาดตระเวนในทะเลจีนใต้

 

 

 

 

ประเด็นความขัดแย้งเรื่องทะเลจีนใต้เป็นที่ถกเถียงบนเวทีโลกมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ นับตั้งแต่รัฐบาลจีนประกาศอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ด้วยการถมทะเลสร้างเกาะเทียมและมีโครงการระบบโครงสร้างพื้นฐานบนเกาะเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างเหตุผลเรื่องประวัติศาสตร์

 

 

สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น นับตั้งแต่คณะอนุญาโตตุลาการถาวร ( พีซีเอ ) มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่าจีนไม่สามารถใช้ ประวัติศาสตร์ ในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ได้ นั้น ก็ยิ่งทำให้ผู้ที่อยู่วงนอกอย่างสหรัฐฯ นั้นเดินเกมเพื่อให้ความขัดแย้งในพื้นที่แห่งนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนคู่ขัดแย้งของจีนในด้านการตรวจการณ์ รวมถึงทางทหารอีกด้วย ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า พื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่สงครามแห่งใหม่ ที่สหรัฐนั้นต้องการให้เกิดนั่นเอง แต่กระนั้นเอง จีนก็มีทีท่าประนีประนอมกับคู่ขัดแย้ง ไม่ว่ากับฟิลิปปินส์ หรือเวียดนามมากขึ้น และ ก็ออกมาเรียกร้อง คนนอก อย่าง สหรัฐฯ ว่าอย่ายุ่งเรื่องดังกล่าว

 



จนกระทั่งล่าสุดเมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมาทางด้านผู้นำสหรัฐฯ อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เดินทางเยือนเวียดนาม เพื่อร่วมประชุมเอเปก เช่นเดียวกับทางด้านสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอตัวว่าให้สหรัฐฯ เป็นแกนกลางในการเจรจา เพื่อยุติข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างจีน กับเวียดนาม และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังย้ำกับประธานาธิบดีเจิ่น ดั่ย กวาง ว่า จีน คืออุปสรรคของการเจรจาครั้งนี้

 

 



แต่ทว่าพอคล้อยหลังผู้นำสหรัฐฯไม่นาน ปรากฏว่า สื่อจีน และสื่อเวียดนาม ได้รายงานข่าว แบบไม่ไว้หน้าผู้นำสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้ทางด้านผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเวียดนามบรรลุฉันทามติบริหารจัดการข้อพิพาททางทะเลร่วมกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเวียดนามและสำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวกับนายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ว่าจีนต้องการทำงานร่วมกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ในการบรรลุแนวทางปฏิบัติ ว่าด้วยทะเลจีนใต้ หลังเจรจากันมาเป็นเวลานานหลายปี
 


อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีนไม่ได้พบกันในการประชุมอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ทำหน้าที่ผู้แทนรัฐบาลจีนในการเข้าร่วมการประชุม ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองซึ่งจัดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ และกลับลำจะเข้าร่วมการประชุมเอเชียตะวันออก หรืออีเอเอส หลังก่อนหน้านั้นประกาศว่าจะเดินทางกลับกรุงวอชิงตันก่อนกำหนด
 


ข่าวนี้คงทราบถึงหูของผู้นำสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว ว่าสิ่งที่ตัวเองคาดหวังนั้นมันพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว เพราะที่ผ่านมานั้นสหรัฐฯ พยายามที่จะเข้ามามีบทบาทในพื้นที่ทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ทำทุกวิถีทาง ที่จะได้มีส่วนร่วม แต่ ทุกประเทศก็ทราบดีว่า สหรัฐฯ หวังผลประโยชน์ มหาศาล และ ยังเป็นคนนอกภูมิภาคเสียอีก ดังนั้น เหล่าบรรดาประเทศที่มีข้อพิพาทระหว่างกัน ก็ไม่หลงกลสหรัฐฯ ขอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง น่าจะดีกว่า การที่มีมือที่สาม เข้ามาป่วนให้สถานการณ์มันรุนแรงมากขึ้นนั่นเอง

 

 

 











เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News