น่าจะเป็นแบบพระบิณฑบาต!?! ลุงเปลวห่วงพี่ตูน แนะทีมงานปรับระยะเส้นทางวิ่ง เพิ่มจุดแวะพัก ทุกคนมีจิตปรารถนาเดียวกัน...ด้วยสนองตอบศรัทธามหาชน!!

Publish 2017-11-14 14:23:15



จากกรณีเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่จุดพักที่ 2 ของ ตูน บอดี้สแลมในการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยตูนได้เข้าที่พักตั้งแต่เวลาประมาณ 12.30 น. ซึ่งปกติจะใช้เวลาพักแต่ละจุดเพียง 40 นาทีเท่านั้น แต่จุดนี้ตูน ต้องพักยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมง เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่หลังและขา ซึ่งทีมงานก้าวคนละก้าวเปิดเผยว่า ขณะที่ตูนกำลังวิ่งอยู่เมื่อช่วงก่อนเที่ยง แถว เขต ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช มีชาวบ้านวิ่งกรูเข้าไปประชิดและเหยียบขาก่อนจะดึงตัวตูน เพื่อขอเซลฟี่ ทำให้ตูนเสียจังหวะ และบาดเจ็บที่หลังและขา จึงต้องพักเพื่อให้ทีมแพทย์ดูอาการและกายภาพบำบัด โดยตูน มีสีหน้าอ่อนล้าและมีอาการขากะเผลกเล็กน้อยแต่ก็ยังวิ่งต่อไปได้นั้น



       ทั้งนี้คอลัมนิสต์ชื่อดังอย่าง เปลว สีเงิน แห่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก็ได้เขียนบทความถึงกรณีดังกล่าวลงในคอลัมน์ในวันนี้ด้วย โดยได้แนะนำถึงทีมงานคณะวิ่งในการปรับระยะเส้นทางวิ่งในแต่ละวันของตูน บอดี้สแลม และอยากจะให้เพิ่มจุดแวะพักด้วย ซึ่งโดยทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นความรัก ความห่วงใยจากนักหนังสือพิมพ์อาวุโส จึงใคร่นำเสนอแนะด้วยความปรารถนาดีมิได้เป็นการคัดค้านหรือตำหนิแต่อย่างใด จึงขอนำเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่ต่อดังนี้

 

ขอโทษนะ...ทีมงานพี่ตูน...........ไม่มีเจตนาก้าวก่าย แต่อยาก "ย้ำเสนอ" เพื่อพิจารณาอีกครั้ง คืออยากให้ "ปรับระยะเส้นทางวิ่ง" แต่ละวันลงซักครึ่ง แล้วเพิ่มจุดแวะพัก "เซลฟี-รับเงินบริจาค" เพิ่มขึ้น เพื่อให้พี่ตูนกับแฟนๆ ได้มีเวลาชื่นอก-ชื่นใจอยู่ด้วยกันนานๆ ทำกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ร่วมกันชนิด "ฉ่ำหัวใจ" ไม่อยากให้พี่ตูนวิ่งแบบพิชิตระยะทาง ๒,๑๙๑ กิโลเมตร ตามเวลากำหนดใต้จรดเหนือ ๕๕ วัน ซึ่งการวิ่งแบบนั้น เหมือน "ฝนไล่ช้าง" คือตกซู่ แล้วหายวับไป นอกจากไม่ทำให้ดินที่แตกระแหงหายโหย ต้นไม้ที่เฉาโรยหายเหี่ยวแล้ว ยังเป็นการเคี่ยวกรำร่างกายพี่ตูนให้ต้องรีดพลังมากไปในแต่ละวัน นอกจากเหนื่อยล้า ยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้

ทุกคนมีจิตปรารถนาเดียวกัน.......ต้องการให้พี่ตูนและทีมงานสดชื่น-แข็งแรง-ไร้ปัญหาใดๆ เป็นอุปสรรคต่อมโนปณิธานในการวิ่ง อุปสรรคใดๆ เราช่วยกันแก้ไข-ป้องกันได้ แต่ถ้าอุปสรรคนั้น มาจากเหตุปัจจัย "ศรัทธามหาชน" ที่มีต่อพี่ตูนหนุนเนื่องในทุกถิ่น-ทุกที่-ทุกทาง ที่ไปถึง  ก็จง "ปรับแผนวิ่ง" เพื่อสนองตอบศรัทธามหาชนเถิด! หัวอก-หัวใจพี่น้องร่วมชาติทุกหัวระแหง "แล้ง-แห้งโหย" นานแล้ว เมื่อพี่ตูน เป็นดั่งเม็ดฝน ก็จงหล่นชโลมแต่ละพื้นที่นานๆ หน่อย!เพื่อเมล็ดเพาะในแต่ละหัวใจชนชาวได้งอกเงยสายพันธุ์แห่งความดีงาม จากสายน้ำแห่งใจและสายใยแห่งเหงื่อพี่ตูนนั้น รดริน

 

ตูน น่าจะเป็นแบบ "พระบิณฑบาต" มากกว่า.............ค่อยๆ ก้าวไป รับบิณฑบาต คือเซลฟี-โอบกอด-รับบริจาค ทำกิจกรรมร่วมชาวบ้าน เป็นไอดอลให้เด็กๆ ตามรายทาง-รายที่-รายถิ่น ก็เพื่อความเป็น "เนื้อนาแห่งใจสุข" ที่ชนชาวทุกรุ่น-ทุกวัย ขณะนี้ ปรารถนาจะได้รับจากพี่ตูน



ผมเห็นข่าวเมื่อวาน (๑๓ พ.ย.๖๐) ร่างกายพี่ตูนเริ่มเป็นไปตามธรรมชาติ คือเคี่ยวกรำมาก ความอ่อนล้า ความเจ็บปวด ก็มาเยือนและพี่ตูนก็เหมือนพระบิณฑบาตดังว่านั่นแหละ คือเห็นคนศรัทธารอเซลฟี เป็นต้องแวะรับด้วยศรัทธาล้นจากผู้คน ถึงขั้นยื้อยุด-ฉุดแย่งตัวขณะวิ่ง จนเกิดอุบัติเหตุเหยียบเท้าพี่ตูน มีอาการบาดเจ็บ จนต้องหยุดพักการวิ่งชั่วขณะ นี่คืออุทาหรณ์ ที่ทีมงานต้องนำมาใคร่ครวญ.........ว่าจะวิ่งเอาระยะทางตะพึด-ตะพือ หรือจะวิ่งเอาศรัทธามหาชนรายถิ่น-รายที่-รายทางด้วย?ไม่ได้คัดค้านหรือตำหนิอะไร เพียงหวังให้ตูน-ทีมงาน-ผู้ศรัทธา "สมบูรณ์ใจ" ด้วยทุกอย่างราบรื่นสู่เป้าหมาย อะไรที่ปรับได้ เพื่อการณ์นั้น ก็จงปรับเถิด

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล : เปลวสีเงิน นสพ.ไทยโพสต์(http://www.thaipost.net/?q=node/38067)

ขอบคุณภาพ : ทีมก้าวคนละก้าว


เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News