“อย่าให้ตูนล้ม” ภารกิจสุดสำคัญทีมแพทย์ หมอระบบทางเดินหายใจร่วมคณะตูนเผย หัวใจของชายคนนี้สุดยิ่งใหญ่ ทุกก้าวไม่มีคำว่ายอมแพ้

Publish 2017-11-15 08:28:07



นพ.รังสรรค์ ภูรยานนทชัย ผู้เชี่ยวชาญด้าน ระบบทางเดินหายใจและปอด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นายแพทย์ที่วิ่งประกบคู่ ตูน บอดี้สแลมในช่วงที่วิ่งระหว่างจ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช  เปิดเผยผ่านเฟซบุ้คส่วนตัวระบุ  

 

หัวใจของตูนยิ่งใหญ่มาก แม้ตอนวิ่งจะเหนื่อยจะหนัก ร่างกายเกือบไม่ไหว แต่ทุกครั้งที่เอ่ยปากถาม “โอเคไหม”  ตูนจะตอบกลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง “โอเคครับหมอ”  เผยหน้าที่สุดสำคัญ ดูแล “อย่าให้ตูนล้ม”   วอนคนไทยช่วยตูน อย่าให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างทาง .... ไม่คว้าตัว ไม่ดึงรุมทึ้ง  ไม่วิ่งเข้ามาขวางการก้าวเท้า ไม่ทำให้ต้องหยุดเป็นระยะๆ  เชื่อตูนจะสร้างประวัติศาตร์ในครั้งนี้ได้สำเร็จ และสวยงามแน่นอน  ใจความเฟซบุ้คระบุว่า

 

 



อยากบอกว่า การวิ่งครั้งนี้เป็นการวิ่งที่เครียดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเป็นทีมแพทย์ที่ต้องวิ่งประกบ ตูน เพื่อดูแลทางด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการบาดเจ็บ ครั้งแรกที่รับสายจากพี่ป๊อก Itthipol Samutthong ว่าขอให้ผมและทีมแพทย์นักวิ่งจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลนาทวี มาช่วยเป็นนักวิ่งของตูนระหว่างจังหวัดสงขลา และนครศรีธรรมราช เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพ และภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการวิ่งของเขา ผมลังเลเล็กน้อย เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยวัตถุประสงค์ของโครงการ ทำให้ผมตัดสินใจที่จะตอบรับเข้าร่วมทำหน้าที่ในครั้งนี้อย่างเต็มใจ

ผมรู้เพียงว่า หน้าที่ของทีมแพทย์ คือการประคับประคองทุกอย่าง เพื่อส่งเขาไปยังจุดหมายที่เขาต้องการคือ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ผมรู้เพียงแค่ว่า ผมต้องคอยดูแลสุขภาพของเขาระหว่างการวิ่ง ดูแลเพื่อป้องกันการเกิดการบาดเจ็บระหว่างการวิ่ง ดูแลรักษาอย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินกับ ตูน...........นั่นคือ การทำอย่างไรก็ได้อย่าให้ชายคนนี้ต้องล้มลง.......

ทุกครั้งที่ลงทำหน้าที่ ผมวิ่งตามหลังเขา หรือไม่ก็อยู่ในระยะที่ห่างจากเขาไม่มากนัก สายตาต้องคอยจับจ้องดูอาการผิดปกติที่แสดงออกมาทางร่างกาย จังหวะการวิ่งที่อาจจะมีความผิดปกติ การลงเท้าบนพื้นว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างไร สมองของผมคอยคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และจะทำอย่างไรหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

ผมจะรู้สึกเป็นห่วงเขาทุกครั้ง ที่เห็นเขาวิ่งเข้าหาฝูงชนที่มารอต้อนรับ ทุกครั้งที่เขาถูกฝูงชนรุมล้อม ทุกครั้งที่เขาถูกฝูงชนวิ่งเข้ามาขวางการก้าวเท้าของเขา หรือแม้แต่การหยุดเพื่อรับสิ่งของและเงินบริจาค เพราะหน้าที่ของผมคือ ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ใช้ชายคนนี้ล้มลง.....ผมทำได้เพียงส่งเสียงถามเขาเป็นระยะๆว่า "ตูน โอเคไหม" ทุกครั้งเขาจะตอบกลับมาว่า "โอเค ครับหมอ"......

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เขาเกือบล้มลงจริงๆในวันหนึ่งของการวิ่ง ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของเขา ผมต้องรีบเข้าไปเพื่อประคับประคองเขาเพื่อไม่ให้เขาล้ม และสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง......สีหน้าของเขาวันนั้น ทำให้ผมกังวล แต่ในจังหวะนั้นผมพบว่า แม้ร่างกายของเขาจะอ่อนล้า แต่จิตใจของเขายิ่งใหญ่มาก.....ด้วยจิตใต้สำนึก เขาพยายามยกมือทักทายทุกคน เขาพยายามชี้ และส่งเสียงให้ทีมงานคนอื่นของเขาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ให้เข้าไปรับสิ่งของ จากมือของฝูงชน ของเด็กๆและผู้สูงอายุที่รอเขาอยู่..... ผมรับรู้ได้เลยว่า "หัวใจของชายคนนี้ยิ่งใหญ่มาก" ความตั้งใจของเขามากมายมหาศาลเสียจริง..ในวันที่กายอ่อนล้า แต่จิตใจของเขาช่างแข็งแกร่งมากมายนัก.... ผมรับรู้ว่า เขาล้มไม่ได้ เขาต้องไปต่อไปเพื่อจุดหมายที่เขากำหนดไว้ ทุกคนต้องช่วยกันส่งเขาให้ไปสู่จุดหมายปลายทางให้ได้......

 

 



ผมเชื่อว่า ประชาชนทุกคน อยากเห็นเขาทำประวัติศาสตร์ครั้งนี้ให้สำเร็จ ทุกคนอยากช่วยกันส่ง ชายที่ชื่อ "อาทิวราห์" ไปยังสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ ..ชายคนนี้ล้มลงไม่ได้....... ชายคนนี้ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มกำลังแล้ว.....พวกเราต้องช่วยกันดูแล ประคับประคองเขาไปยังจุดหมายปลายทางให้ได้ .... อย่าให้เขาเกิดการบาดเจ็บระหว่างทาง .... ไม่คว้าตัวเขา ไม่ดึงรุมทึ้งเขา ไม่วิ่งเข้ามาขวางการก้าวเท้า ไม่ทำให้เขาต้องหยุดเป็นระยะๆ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้.......ผมเชื่อว่า เขาจะต้องทำประวัติศาตร์ในครั้งนี้ได้อย่างสำเร็จ และสวยงามแน่นอน........ผมส่งตูนได้แค่นี้นะ......ขอบคุณอีกครั้งที่ให้ผมได้มีโอกาสดูแลชายคนนี้ ที่ชื่อ อาทิวราห์ คงมาลัย "ตูน บอดี้สแลม"...........#ก้าวคนละก้าว #saveพี่ตูน

 

 

 


เรียบเรียงโดย

ธารา มั่นฤทัย : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News