#อาบอบนวดพ่นพิษ!!! เด้งด่วน 5 เสือวังทองหลาง เซ่นดีเอสไอบุก "วิคทอเรียซีเครท" จับ "ป๋ากบ" หนีคดีค้ามนุษย์หมายจับอื้อ สาวค้ากามอีกกว่าร้อย!??

Publish 2018-01-13 14:17:34



สืบเนื่องจากกรณีที่ ดีเอสไอ-ทหารบุกทลาย “วิคตอเรียซีเครท” อาบอบนวด ดังกลางกรุง ย่านพระราม 9 หลังถูกร้องเรียนลักลอบค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำให้สามารถควบคุมตัวหญิงบริการ 113 ราย ทั้งชาวไทย ลาว เมียนมา กัมพูชาพร้อมจับกุม นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ “ป๋ากบ” คนเชียร์แขก และดำเนินคดี 6 ข้อหาค้ามนุษย์ ประสานปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เตรียมออกหมายอีก 7 ขณะที่ผบช.น.เผยเบื้องต้นยังไม่พบเด็ก ต้องรอผลสรุปจากดีเอสไอ พิจารณาข้อบกพร่อง ตร.ท้องที่ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

 



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ได้มีคำสั่งให้ตำรวจสน.วังทองหลาง 5 นาย ได้แก่ พันตำรวจเอก ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง / พันตำรวจโท นเรนทร์ เครื่องสนุก รองผกก.สส. / พันตำรวจโท พิชัย  ทูลธรรม รองผกก.ป. / พันตำรวจโท เดชาวัสส์  ขันกสิกรรม สว.สส. และ พันตำรวจโท ปรัชญา  บุญยืน สวป.สน.วังทองหลาง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เกิดเหตุ  มาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้การตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นไปอย่างโปร่งใส และการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นจนไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 

 



ขณะเดียวกันทางด้านดีเอสไอได้สอบปากคำ นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือ ป๋ากบ เจ้าหน้าที่เชียร์ลูกค้าให้มาซื้อบริการ ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาค้ามนุษย์และพวกอีก 6 ราย เพื่อหาความเชื่อมโยงไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆว่ามีการจ่ายส่วยให้กับหน่วยงานใด   เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดไม่ให้ถูกตรวจสอบและฟอกเงินกับการค้ามนุษย์ข้ามชาติหรือไม่ ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์   พร้อมระบุท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกครั้งคดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูง   รวมถึง พ.ต.ท. ณัฐพล คูหาเรืองรอง  เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ  ยังระบุว่านอกเหนือจากหมายจับของศาลอาญาแล้ว  "ป๋ากบ" ผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีต่างๆรวม 10 ข้อหาทั้งความผิดตามพ.ร.บ.การค้ามนุษย์  รวมถึงความผิดล่าสุดตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง  พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีและความผิดทางอาญา

 

 

ก่อนหน้านั้น พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมด้วยทหาร เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวด “วิคตอเรียซีเครท” ตั้งอยู่เลขที่ 555 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยที่เกิดเหตุเป็นตึกสูง 5 ชั้น รั้วรอบขอบชิด บริเวณชั้นล่างเป็นสถานที่สำหรับให้ผู้ใช้บริการ เรียกหญิงสาว ตกแต่งอย่างหรูหรา บริเวณชั้น 3-5 เป็นห้องพักกว่า 200 ห้อง มีเฟอร์นิเจอร์และอ่างอาบน้ำ ขณะเข้าตรวจค้นมีลูกค้าผู้ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสั่งหยุดกิจกรรมทุกอย่าง และเชิญออกนอกพื้นที่ ก่อนควบคุมผู้หญิงให้บริการทั้งหมด 80 คน มาตรวจสอบไม่พบบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง

 

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า วิคตอเรียซีเครทจดทะเบียนประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ลักลอบมีการค้าประเวณี หน่วงเหนี่ยวกักขัง บังคับขู่เข็ญ โดยสืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่แล้วมูลนิธิพิทักษ์สตรีช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงชาวเมียนมา ถูกล่อลวงจากประเทศไทยไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย นอกจากนั้นยังนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาค้าประเวณีในประเทศไทย โดยนำมาเปิดบริสุทธิ์ และ นำมาค้าประเวณีที่วิคตอเรียซีเครท เข้าลักษณะ ความผิดฐานค้ามนุษย์

 

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายบุญทรัพย์ 6 ข้อหา ร่วมกันค้ามนุษย์โดยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหาซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด, หน่วงเหนี่ยว กักขัง, ร่วมกันเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี, รู้เห็นการมาของคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญา กรรมข้ามชาติ และข้อหาอื่นๆ และเตรียมออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 7 ราย ทั้งนี้ พบหญิงสาวทั้งหมด 97 ราย มีทั้งชาวไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา อีกทั้งพบกลุ่มต้องสงสัยที่ไม่ทราบอายุอีก 10 คน เนื่องจากบางรายไม่มี เอกสารประจำตัว อยู่ในระหว่างการคัดแยก และตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าอาจจะมีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี และหญิงค้าประเวณีเพิ่ม 

 

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังพบห้องพยาบาล มีขาหยั่งสำหรับตรวจภายใน พบร่องรอยการใช้งาน แต่ไม่พบร่องรอยเกี่ยวกับการทำแท้ง คาดว่าต้องมีแพทย์ หรือพยาบาลมาประจำห้องด้วย อีกทั้งพบสมุดบันทึกรายชื่อพนักงานทั้งหมด และจากการสอบถามผู้หญิงให้บริการบางส่วนระบุว่าทำงาน เกินเวลา หรือถูกบังคับ ต้องรับลูกค้าได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ หากไม่ได้จะตัดเงิน โดยพฤติการณ์เหล่านี้เข้าข่ายการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบหญิงสาว 16 คน หลบซ่อนอยู่ภายในห้องเสริมสวย ชั้น 4 ที่ถูกล็อกจากด้านนอก รวมมีผู้หญิงให้บริการทั้งหมด 113 คน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ามีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการในลักษณะเปิดบริสุทธิ์ด้วยหรือไม่ โดยคาดว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวเมียนมา

 

 



เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน