คนนอกใจต้องกลายเป็นเปรต!! "พระอาจารย์จวน" นิมิต พบ "อดีตภรรยา" ต้องกลายเป็น "เปรต" ทนทุกข์ทรมาน เหตุเพราะ เล่นชู้ นอกใจสามี !!

Publish 2018-01-14 14:42:49



           ถ้ำบูชานี้ แต่ก่อนมีวัตถุโบราณ มีพระพุทธรูปโบราณ ชาวบ้านไปค้นพบก็จะนำไปออกขายบ่อยๆ มีข่าวเล่าลือกันว่า แม้พระพุทธรูปทองคำยังหลงเหลือในถ้ำในเขตภูวัวนี้ เพราะพวกพราน พวกชาวป่าในสมัยโบราณได้เคยหลงทางไปพบเห็นกันมาแล้ว แต่ไม่มีใครกล้านำออกมา ด้วยเกรงอำนาจเทพารักษ์ที่บำรุงรักษาสถานที่เหล่านั้น จึงเพียงโจษขานให้ลูกหลานฟังต่อๆกันมา พวกญาติโยมสมัยนี้ก็อยากได้เห็นได้กราบบูชา จึงมารบเร้าข้าพเจ้า พวกเขาเองช่วยกันค้นหากันเท่าไรก็ไม่พบจนเต็มสติปัญญาแล้วไม่เห็นพบ ขอให้พระ ให้เณรช่วยหาด้วยก็ไม่พบ



            วันหนึ่งระหว่างข้าพเจ้า(พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ ) ภาวนา ได้นิมิตไปว่ากำลังค้นหาพระ แต่ไม่เห็น ปรากฏไปเห็นยักษ์ตนหนึ่ง เป็นยักษ์ผู้หญิง รูปร่างสูงใหญ่มาก ตัวดำสนิทผมยาวรุงรัง มีแต่ผ้านุ่ง เปลือยกายท่อนบนตลอด อกยานใหญ่ .....ใหญ่จริงๆ ท้องก็อ้วนใหญ่ ยืนตระหง่านอยู่ที่น้ำตกสะอาม ข้าพเจ้าเห็นยักษ์ก็เดินเข้าไปถาม “ท่านมายืนอยู่ที่นี่ทำไม”

เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นยักษ์ อยู่ที่น้ำตกสะอามนี่ ที่อยู่ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่”


“ทำไมจึงมาเป็นยักษ์อยู่ที่นี่”


“เพราะแต่ก่อนเคยทำบาป”


“เคยทำบาปอะไร” ข้าพเจ้า(พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ )ซัก

 

เขาเลยตอบว่า “ตั้งแต่ชาติก่อน นานมาแล้ว” ชาติไหนก็ไม่ทราบ ข้าพเจ้าไม่มีญาณระลึกชาติได้.....


“ชาตินั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าเป็นภรรยาของพระคุณเจ้า ข้าพเจ้าเป็นผู้ทุจริต ประพฤติผิดมิจฉากาม มีจิตใจนอกรีตนอกรอย ไม่ซื่อสัตย์ต่อสามี คือพระคุณเจ้า เป็นคนเล่นชู้ ไปคบชายอื่นนอกจากสามี เป็นคนเกเร และเมื่อเวลาสามีจับทุจริตได้ ก็เลยล่อลวงสามี ปกปิดไว้ว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ล่วงประเวณี ด้วยบาปอกุศลกรรมอันนั้น ทำให้ข้าพเจ้าต้องเกิดมาเป็นยักษ์อยู่ ณ ที่นี้”


       ข้าพเจ้านิ่งฟังด้วยความสลดสังเวชใจในบุพกรรมเก่าของสัตว์โลก เวลานั้นมัวแต่นึกสลดสังเวชใจ เลยเผลอไป ไม่ทันคิดจะถามว่าเขาต้องใช้กรรมเกิดมาเป็นยักษ์เท่าไหร่แล้ว ได้แต่คิดถามเรื่องที่ญาติโยมรบเร้า

“ที่นี่-ที่ถ้ำสะอามนี้เขาว่ามีพระพุทธรูปทองคำโบราณอยู่ใช่ไหม มีใช่ไหม?”

เขาบอกว่า “มี-มีอยู่”

“ท่านรู้จักไหม ที่อยู่ของพระพุทธรูป”

เขาบอกว่า “รู้จัก”

“ถ้า-งั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหม”

เขาสั่นหน้า “ไม่บอก”

“ทำไมไม่บอก”

“เพราะข้าพเจ้าเกลียดชังท่าน”

“เกลียดชังเราทำไม”

“เกลียดชังเพราะท่านละข้าพเจ้า หย่าจากข้าพเจ้าไปในครั้งนั้น” เขาบอก “พระพุทธรูปมีอยู่ แต่ไม่ให้เห็นหรอก”



       ความจริงจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ในนิมิตครั้งนั้น ยักษ์ตนนั้นได้บอกข้าพเจ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าตื่นขึ้น พิจารณาถึงนิมิตด้วยความสลดสังเวชใจ เลยแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้เขา ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ปรากฏนิมิตเห็นเขาอีกเลย เขาจะพ้นทุกข์ไปแล้วหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ สำหรับเรื่องพระพุทธรูปทองคำนั้น ข้าพเจ้าเลยบอกญาติโยมที่กำลังวุ่นวายไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากคอยไปค้นถ้ำโน้น คอยมาค้นถ้ำนี้ว่า อย่าไปหาเลย ไม่เห็นหรอกเขาไม่ให้เห็น


        เขาเชื่อกันหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ถึงจะหากันแทบล้มประดาตายอย่างไรก็ตาม ก็หาไม่เห็นจริงๆ นี่เป็นเหตุการณ์ระหว่างพรรษาที่อยู่ตาดสะอามถ้ำบูชา จะจริงไม่จริงอย่างไร ก็เป็นนิมิตฝันต่างหากมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อแก้ง่วงเหงาหาวนอนเท่านั้น ผู้ฟังจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจอะไรไปบังคับให้เชื่อให้เห็นได้


• พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ •

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ เกร็ดธรรมะ ประวัติ พระกรรมฐาน


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News