รู้หรือไม่!? "น้ำตาลเทียม" ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีของสุขภาพ แต่แฝงอันตรายไว้มากกว่าที่คุณคิด อ่านแล้วแชร์บอกต่อ!!

Publish 2018-01-18 20:55:43



     มีหลายๆคนที่อยากจะลดน้ำหนัก โดยการกินอาหารคลีนหรือหลีกเลี่ยงน้ำตาล แต่ก็ขาดรสชาติหวานไม่ได้ จึงต้องใส่น้ำตาลเทียมลงไป แล้วหลายๆคนก็คิดว่า เจ้าน้ำตาลเทียมนี้ดีต่อสุขภาพ ให้เพียงความหวานเท่านั้นแต่ไม่ได้ทำให้เราอ้วนแต่อย่างใด แต่อันที่จริงแล้วนั้นน้ำตาลเทียมนี่แหละคืออีกหนึ่งสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา โดยที่เราไม่รู้ตัว



1.เกิดสารเคมีตกค้าง ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
     วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือ แอสปาร์แตม (Aspartame) ประกอบด้วยสารเคมี 3 ชนิด คือ กรดแอสปาร์ติก ฟีนิลอะลานีน และเมธานอล ถ้าร่างกายได้รับสารเคมีพวกนี้เป็นจำนวนมาก จะไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้หมด จนอาจเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ และทำให้ DNA ในร่างกายได้รับความเสียหาย กระทั่งอาจพัฒนากลายเป็นความผิดปกติของเซลล์รวมทั้งเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

2.สาเหตุโรคอ้วน และเบาหวานทางอ้อม
     แทนที่จะหลีกเลี่ยงโรคอ้วน และโรคเบาหวาน แต่กลายเป็นว่าแอสปาร์แตมได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคทั้งสองอย่างนี้เสียเอง เพราะทำให้ร่างกายมีการสร้างฮอรืโมนที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายยิ่งโหยหาความหวานจากน้ำตาลมาขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เราต้องวนเวียนกลับไปหาน้ำตาลแท้อีกจนได้ แถมอาจจะเพิ่มปริมาณอาหารมากกว่าเดิม

3.เป็นสารอันตราย
     ถึงจะมีการอนุญาตให้ใช้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน แต่ว่าผลจากการทดสอบกับสัตว์บางจำพวก ก็ยังเจออาการข้างเคียง เช่น ชักอย่างรุนแรง จนกระทั่งเสียชีวิต

 



4.ท้องอืด ท้องเฟ้อ
     เมื่อแอสปาร์แตมเป็นน้ำตาลเทียม ที่จะไม่ถูกร่างกายดูดซึมไปสู่ร่างกาย ทำให้มันไปกองรวมกันอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีแบคทีเรียสามารถย่อยได้ แต่ก็จะผลิตก๊าซออกมามาก ก็เลยทำให้พวกเรามีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และถ่ายมากกว่าปกติ

5.อันตรายต่อสมอง
     กรดแอสปาร์แตม เป็นองค์ประกอบหนึ่งของน้ำตาลเทียม สามารถผ่านไปสู่เซลล์สมอง และเมื่อมีจำนวนแคลเซียมอยู่ในสมองมาก ก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ เซลล์สมองอาจจะมีความผิดปกติ โดนอาจจะทำให้เกิดโรคลมบ้าหมู อัลไซเมอร์ รวมไปถึงปลอกประสาทอักเสบ แล้วก็ต่อมไร้ท่อปฏิบัติงานผิดปกติ

 

     จากที่กล่าวมาข้างต้นหลายคนคนอาจจะสงสัยว่า ถ้ามันมีอันตรายแล้วทำไมยังทำออกมาให้บริโภคกันอีก ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าทานกันไม่ได้เลย แต่ต้องรู้กันทานในปริมาณที่พอดี หรืองดเว้นการทานหวาน รู้จักการออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร 

 

ขอบคุณ
waymagazine.org
หมอชาวบ้าน
วิกิพีเดีย


เรียบเรียงโดย

พัชรพร นาคประดิษฐ์