ใช้โครงการรัฐดันหุ้น 2,000จุดไม่ไกลเกินฝัน

Publish 2018-02-08 06:25:09



กองเชียร์ชี้ หุ้นไทยยังเป็นขาขึ้น ....!!!!! 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมนาเรื่อง "หุ้นไทยไป 2,000 จุด" ว่า เ ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 2,000 จุดได้ หากรัฐบาลเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ตามแผนที่วางไว้ ทำให้พื้นฐานของประเทศไทยดีขึ้น แต่ในระยะสั้นอาจจะมีการผันผวนบ้าง

โดยปีนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย จากรัฐบาลมีแผนเปิดประมูลโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เช่น รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ส่วนที่เหลือ ที่จะประมูลให้หมดภายในปีนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และ ผลักดันการลงทุนใน EEC ให้เกิดขึ้น ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (8ก.พ.) พ.ร.บ.อีอีซี เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)วาระ3

"เป็นข่าวดี ที่ พ.ร.บ.จะเข้าสนช. นอกจากการลงทุนขนาดใหญ่แล้ว ยังมีโครงการขนาดเล็กอีกที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง"
 



ด้านสภาธุรกิจตลาดทุนไทยจัดงานแถลงดัชนีความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย โดยมี นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานคณะกรรมการ สภาธุรกิตตลาดทุนไทย (FETCO), นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ นายไพบูลย์ นรินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เป็นผู้ให้ข้อมูล ว่า
-ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้าประจำเดือน ม.ค.61 อยู่ที่ 156.62 ปรัขตัวเพิ่มขึ้น 1.74% ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน สะท้อนว่านักลงทุนยังเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยยังเป็นขาขึ้นและอยู่ในภาวะร้อนแรง (Bullish) 
 -ส่วนการที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงช่วง 2 วันที่ผ่านมา เป็นการพักฐานระยะสั้น ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นขาขึ้น ตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาเป็นบวกทั้งสิ้น ไม่ได้อยุ่ในภาวะถดถอยแต่อย่างใด ซึ่งเศรษฐกิจไทยก็ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นเช่นกัน กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง 
 "การดิ่งของหุ้นที่ผ่านมา แม้จะน่าตกใจ แต่เป็นเพียงการปรับฐานของตลาดระยะสั้น ซึ่งเกิดจากความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ การเคลื่อนย้ายเงินทุน แม้แต่เรื่องราคา Cryptocurreny ซึ่งสวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก และนี่ก็ไม่ใช่สัญญาณความผิดหวังต่อรายได้ Earning ของหุ้น ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจดี รายได้ Earning ดี การปรับฐานบ้างก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของตลาดหุ้นในระยะยาว" นาง วรวรรณ กล่าว
 -ขณะเดียวกันมองว่าทิศทางการลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนยังเชื่อมั่น Fund Flow จะยังไหลเข้าต่อเนื่อง และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยให้ไปต่อ แม้จะมีขายออกไปบ้างที่ผ่านมา แต่เป็นเพียงการขายทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น



วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานคณะกรรมการ สภาธุรกิตตลาดทุนไทย (FETCO),

ด้านผลสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน ประเมินว่า สิ้นเดือน ก.พ.61 ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,829 จุด โดยมีมุมมองเชิงบวกและคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังเป็นขาขึ้น 41% และ 41% มีความเห็นเป็นกลาง ขณะที่มีกลุ่มที่มองว่าเป็นขาลงเพียง 11% เท่านั้น
-ส่วนทั้งปี 61 ผลสำรวจกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,850 - 1,900 จุด โดยเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,860 จุด สูงสุดอยู่ที่ 1,925.74 จุด ต่ำสุด 1,716 จุด
 -พร้อมกันนี้คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ที่ 111.74 บาท หรือเติบโต 11.23% โดยคาดการณ์ Forword P/E ปีนี้ที่ 16.42 เท่า 
 -ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดทุนไทยมากที่สุดได้แก่ 1.เศรษฐกิจในประเทศ ต้องติดตามนโยบายการคลังและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 2.เศรษฐกิจต่างประเทศ ติดตามนโยบายการเงิน การคลัง และ Fund Flow และ 3.การเมือง โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งในประเทศ
 "น่าจะเห็นตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้นไปอย่างน้อยอีก 2 ปี เพราะเศรษฐกิจในประเทศกำลังฟื้น นโยบายดอกเบี้ยก็ยังอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องสูง ที่ลงรอบนี้เป็นการปรับฐานเพื่อไปต่อมากกว่า 
 อีกประเด็นการที่หุ้นสหรัฐลงแรงส่วนใหญ่เกิดจากแรงขายของระบบ Robot ซึ่งตั้งทริ๊กเกอร์ไว้เมื่อดัชนีขึ้นไปถึงระดับหนึ่ง พอมีกลุ่มหนึ่งขาย จึงมีแรงขายออกมาตาม ๆ กัน เพราะที่สหรัฐระบบเทรดผ่าน Robot คิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของวอลุ่มรวม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงในอนาคต แต่เชื่อว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีเสถียรภาพได้อย่างรวดเร็ว" นายไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ระบุว่า ภายในไตรมาส 1 นี้ จะได้ข้อสรุปเรื่องการกำหนดวันประกาศใช้เครื่อง "C" ในบริษัทจดทะเบียนที่มีปัญหาด้านงบการเงิน


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง


Recommend News