จับผูกไว้ข้างโลงศพในป่าช้าอย่างแน่นหนา.."อ.ชุม ไชยคีรี"ฆราวาสเรืองเวท..สอนศิษย์สะเดาะห์กุญแจ ท่ามกลางเสียงสุนัขที่หอนอย่างเยือกเย็น..

Publish 2018-02-18 17:22:45



อ.ชุม ไชยคีรี สอนสะเดาะกุญแจ
ในสมัยคุณพ่อชุมยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะเปิดสอนวิชาไสยศาสตร์ มีศิษย์มาเรียนจำนวนมาก แต่ในหนึ่งปี ท่านจะพาลูกศิษย์ไปออกภาคสนาม มีการทดลองวิชาคงกระพัน มหาอุด และวิชาสะเดาะกุญแจ ดังมีศิษย์คนนึงได้บันทึกไว้ ปัจจุบันศิษย์คนนี้ อาศัยอยู่ที่อเมริกา จึงขอนำมาลงในที่นี้

วิชาสะเดาะกุญแจนั้นมีจริง ทำให้เป็นได้มีได้ เมื่อทำได้แล้วจะคงติดตัวไปนานเท่าใดนั้น ไม่สามารถให้คำตอบยืนยันได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างแต่เมื่อถึงคราวคับขันแล้ว วิชาที่เคยทำได้แล้วนั้น เมื่อนำเอากลับมาใช้ใหม่จะทำได้ผลสำเร็จเป็นที่น่าอัศจรรย์ ศิษย์ร่วมยี่สิบคนยืนล้อมกันเป็นรูปครึ่งวงกลมต่อหน้าอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาบนเนินเขากลางป่าช้าในคืนดึกสงัด เป็นคืนเดือนมืดที่ปราศจากแสงจันทร์ มีเพียงคบไฟ สองแท่งที่ศิษย์สองคนถือเอาไว้ เสียงสุนัขเห่าหอนดังมาเป็นระยะๆ ระหว่างที่ท่านอาจารย์ได้พร่ำสอนวิชา

อาจารย์เล่าว่าต้องใช้สถานที่ๆเงียบสงัดท่ามกลางป่าช้าในคืนเดือนมืดเพื่อให้เกิดความหวาดเสียวหวาดกลัว จะทำให้จิตมีอานุภาพ วิชานี้มีคาถาเพียงสี่ตัว คาถานั้นแปลแล้วไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ ให้ท่องภาวนาไปข้างหน้าและถอยหลังคืออนุโลมปฏิโลม พร้อมกับได้บอกให้ศิษย์ทุกคนจำคาถาให้ขึ้นใจ และจะไม่มีการบอกคาถานี้อีกต่อไป ใครลืมก็ถือว่าลืมไปไม่มีการบอกแก่กันในบรรดาศิษย์ วิชานี้ไม่มีในตำรา เมื่อจำได้แล้วห้ามบอกใครนอกจากจะถ่ายทอดโดยปากเปล่าให้แก่บุตรหลานของตัว หรือลูกศิษย์ที่ทำการครอบครูแล้วเท่านั้น ศิษย์ทุกคนท่องคาถาพร้อมกันทั้งอนุโลมปฏิโลมจนขึ้นใจแล้ว

อ.ชุม ไชยคีรี



อาจารย์จึงได้บอกว่าจะคัดตัวนักเรียนคนหนึ่งขึ้นมาแล้วจะผูกมัดไว้กับโซ่ตรวนและงับกุญแจให้แน่นหนาพร้อมกับชูโซ่เหล็กและแม่กุญแจสี่ห้าตัว ถ้าศิษย์คนนี้ทำได้แล้วทุกคนในที่นี้จะทำได้หมด
จากนั้นท่านอาจารย์ได้จ้องมองมาทางใบหน้าของศิษย์แต่ละคนอย่างช้าๆ ขณะนี้ดูเหมือนว่าเวลาได้เดินไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน ในที่สุดท่านก็ได้คัดเลือกศิษย์คนหนึ่งขึ้นมาโดยท่านอาจารย์ได้กล่าวว่าที่คัดศิษย์คนนี้เพราะศิษย์คนนี้ไม่ยอมสบมองดูตาอาจารย์ตรงๆ แสดงว่าต้องกลัวและไม่อยากทดสอบ อย่างนี้อาจารย์ชอบมาก จึงได้นำตัวศิษย์คนนี้ไปผูกมัดไว้ใกล้โลงศพพร้อมกับมัดและคล้องโซ่ตรวนอย่างแน่นหนา เสร็จแล้วปล่อยไว้ให้อยู่โดยลำพัง ส่วนอาจารย์กับศิษย์ที่เหลือนั้นพากันเดินกลับมายังถ้ำเพื่อพักผ่อนรอฟังผล

ไม่นานประมาณครึ่งชั่วโมงเสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้นมาทางบริเวณศิษย์ที่ถูกมัดไว้ อาจารย์จึงให้ศิษย์รุ่นพี่สามสี่คนไปดู เมื่อไปถึงจึงได้นำตัวศิษย์คนนั้นมาพร้อมกับเล่าว่าโซ่ตรวนที่มัดไว้หลุดออกหมด และศิษย์คนนั้นอยู่ในอาการตกใจไม่ได้สติ อาจารย์จึงได้แก้ไขให้ฟื้นขึ้นพร้อมกับบอกว่าได้ผลวิชาสะเดาะกุญแจโซ่ตรวนนั้นทุกคนทำได้หมด.



ปีสองพันห้าร้อยยี่สิบสามในฤดูเข้าพรรษาขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในเพศบรรพชิตได้ทำการจำพรรษาอยู่ที่วัดราชนัดดารามวรวิหารโลหะประสาทอันเป็นสถานที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานครนั้นก็ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดแห่งนี้ด้วยคืนหนึ่งเดือนมืด หลังจากเสร็จภารกิจสวดมนต์ภาวนาแล้วข้าพเจ้านึกอยากลองวิชาสะเดาะโซ่ตรวนดู จึงได้นั่งเข้าที่นั่งสมาธิภาวนาจนใจมั่นคงดีแล้ว นึกภาวนามนตราคาถาสะเดาะกุญแจทั้งอนุโลมปฏิโลมจนมั่นใจดีแล้วจึงเป่าออกไปจากปาก ได้ยินเสียงดัง เพี๊ยะๆๆๆๆ ลั่นออกมาจากโลหะประสาทหลังนั้น ปรากฏว่ารุ่งเช้าเดินไปตรวจดูได้ยินคนงานเฝ้าโลหะประสาทพูดว่าเขาเป็นคนปิดกุญแจโลหะประสาทเองแต่ทำไมกุญแจประตูต่างๆหลุดออกมาหมด เนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ในสมณเพศจึงได้แต่ฟังแล้วไม่ได้พูดอะไรออกไป

วิชาทางจิตมีจริง ถ้าทำจริง และประกอบกับการฝึกสมาธิจิตให้ดี ความรู้และอิทธิฤทธิ์ต่างๆที่บังเกิดขึ้นมานั้นเป็นผลพลอยได้ แต่ผลที่มุ่งหวังจริงๆคือการขัดเกลาจิตใจให้ปราศจากกิเลสให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษเพื่อมุ่งสู่พระนิพพานเป็นเบื้องปลาย ความเจริญทางวัตถุทุกวันนี้ทำให้มนุษย์เราหลงติดอยู่กับการเสพกามวัตถุ จนลืมนึกถึงการพัฒนาจิตใจของตน สมแล้วดังที่พระบรมศาสดาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่าถ้าเปรียบสัตว์โลกเหมือนเขาโคกับขนของโค ผู้ที่ไปสวรรค์มีจำนวนเท่ากับเขาของโคเท่านั้น ส่วนผู้ที่ไปนรกมีจำนวนเท่ากับขนของโค ยังไม่สายเกินไปที่เราจะเริ่มต้นทำการพัฒนาจิตใจโดยการฝึกฝนปฏิบัติสมาธิภาวนาเสียแต่วันนี้ อันเป็นเครื่องประกันว่าหากยังไปไม่ถึงฝั่งพระนิพพาน สวรรค์เท่านั้นคือดินแดนที่จะไปอยู่

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

ศิษย์สายวัดสะพานสูง

เผยแผ่บารมี และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์



เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี