มาอีกคดีหวย 30 ล้าน!! ป้าจรูญ หอบหลักฐานเข้าร้องกองปราบฯ เชื่อโดนสร้างหลักฐานเท็จหลอกยักยอกเงิน หวย 30 ล้าน (คลิป)

Publish 2018-02-19 14:49:12



     กรณีหวย 30 ล้าน ป้าจรูญ เข้าพบเพื่อดำเนินคดี ป้าเรวดี วันนี้ 19 ม.ค. 61 เวลา 10.30 น. นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลืออาชญากรรม นำป้าจรูญ (สงวนนามสกุล) เข้าแจ้งความดำเนินคดี นาง เรวดี ทำแก้ว หรือ ป้าติ้น อดีตตำรวจหญิง ในข้อหาแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญาและหวังให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ กรณีว่าตนร่วมกับป้าจรูญร่วมหุ่นซื้อหวยลอตเตอรี่คนละครึ่ง ที่คำชโนด จ.อุดรธานี แล้วถูก30ล้าน งวดวันที่ 1 เม.ย.60 จากนั้นก็มาแจ้งความกล่าวหาป้าจรูญยักยอกล็อกเตอรี่ ที่ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี จนพนักงานสอบสวนไม่ฟ้องป้าจรูญ โดยก่อนหน้านี้ป้าเรวดี หาแก้ว  เคยมีคดีในลักษณะเดียวกันคือกล่าวหาป้าสุดารัตน์ น้อยนิตย์ ร่วมหุ่นแล้วถูกหวย 30 ล้าน  แล้วยักยอกในพื้นที่ สน.ประเวศ ในงวดวันที่ 1 เม.ย.59 เช่นเดียวกันโดยอ้างว่าถูกหวย30ล้าน 2 ปีซ้อน  โดยเข้ามายื่นเรื่องต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.ให้ดำเนินคดีให้ถึงบที่สุด ที่กองปราบปราม

 



     นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลืออาชญากรรม กล่าวว่า กรณีนี้ เป็นเหมือนกรณีเมื่อปี 59 ที่ป้าสุดารัตน์ได้เจอแบบเดียวกัน โดยตอนนั้นได้หุ่นกันซื้อลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท แล้วก็ถูกพนักงานสอบสวนที่ชื่อว่าหมวดโค้กในการส่งมอบสำนวนสอบสวนฉลากลอตเตอรี่ที่ด้านหลัง เป็นรายเซ็นต์ของคนที่ไปขึ้นเงิน ที่มีกรณีที่ทางหมวดโค้กไปขึ้นที่กองสลากแล้วให้นางเราวดี หาแก้วแล้วอ้างว่าป็นนอเมนีของนางสุดารัตน์ และหลังจากนั้นก็ไปสืบสวนสอนสวนเรื่องนี้ใหม่จนปรากฏว่าไม่เป็นความจริงเพราะนางเรวดีเพียงแต่อ้างว่าตนเองนั้นมีลอตเตอรี่ แล้วอ้างว่าได้ฝากคุณสุดารัตน์ซื้อหวย 5 หลังจากนั้น ปอท.ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าใช้โปรแกรมทำ โดยผลออกมาแล้วไม่มีลายเซ็นต์จริงตรงลอตเตอรี่ของเรวดี หาแก้วที่มีการกล่าวอ้าง

     โดยเหตุการดังกล่าวนั้น เกิดเมื่อ  ป้าเรวดี , ป้าวิไลพร,ป้าสุดารัตน์ ไปที่วัดลาดบัวขาวกัน โดยป้าเรวดีได้ 1 คู่ ป้าวิไลพร ได้ 1 คู่ ป้าสุดารัตน์ ได้ 2 คู่ เมื่อซื้อล็อตเตอรี่แล้ว ป้าเรวดีก็ได้มอบลอตเตอรี่ให้กับป้าสุดารัตน์เก็บไว้ แต่เซ็นต์ชื่อหลังลอตเตอรี่ไว้ 2 คู่ ระบุ 28 มี.ค.59 โดยป้าเรวดีได้บันทึกเลขลอตเตอรี่ไว้ในโปรแกรม Note พร้อมระบุจำนวนเงินที่ซื้อไว้ในมือถือรวมถึงระบุชื่อป้าสุดารัตน์ หลังจากหวยออก ป้าเรวดีและป้าวิไลพร ก็ได้แจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ ข้อหายักยอกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1กับป้าสุดารัตน์ โดยหมวดโค้ก ถ่ายสำเนาคำให้การของ ป้าเรวดี ป้าวิไลพร ป้าสุดารัตน์ ตนเอง พร้อมเอกสารทั้งหมดของกองสลากทั้งที่เป็นแบบลับเฉพาะราชการ รวมทั้งล็อกเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 100 ฉบับให้ป้าเรวดี ทั้งนี้ยังเชื่อว่า หมวดโค้กนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แน่นอน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ตนเคยช่วยป้าเรวดีอยู่ แต่เมื่อรู้ว่าป้าเรวดีกระทำโดยมิชอบจึงยกเลิกที่จะช่วยเหลือ ทั้งนี้ตนยังเชื่อว่าต่อมากองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงตั้งกรรมการสืบสวนชุดใหม่ขึ้นมาโดยโอนจาก สน.ประเวศมา ซึ่งจากการสอบสวนผู้ขึ้นรางวัลที่ 1 จำนวน 5 ราย ที่ป้า เรวดีอ้างว่ามีตัวแทนของป้าสุดารัตน์ ไม่พบความผิดปกติ และได้สอบคนขายลอตเตอรี่ที่วัดลาดบัวขาว ก็สารภาพว่า ถูกป้าเรวดีและป้าวิไลพร สั่งให้พูดว่าขายลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ให้ หากสำเร็จก็จะมีค่าตอบแทน  โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ส่งลอตเตอรี่รางวัลที่1ทั้ง 5 ฉบับ จากกองสลากไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อตรวจสอบว่าลายเซ็นหลังล็อตเตอรี่ที่ป้าเรวดี อ้างว่าได้เซ็นต์ไว้หลังล็อตเตอรี่จริงหรือไม่ รวมถึงมีการขีดฆ่าหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่พบลายมือของป้าเรวดี และไม่พบการแก้ไข บชน. เลยไม่สั่งฟ้องป้าสุดารัตน์

 



     คดีนี้ก็เช่นกัน เมื่อวันที่ 27 มี.ค.60 ป้าวิไลพร ชวนป้าจรูญ ไปคำชโนดกับเรวดี เมื่อไปถึงคำชโนดแล้ว ทั้ง 3 คนได้ไปทำบุญกันที่วัด เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60  จากนั้นป้าจรูญได้ซื้อลอคเตอรี่ที่เผงคำชโนด จำนวน 4 คู่ โดยต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย.60  ผลปรากฏว่าว่า รางวัลที่ 1 ได้ออก 392785 โดยเรวดีส่งไลน์มาบอกป้าว่าไม่ถูกหวย 2 เม.ย60 เรวดีได้ทำการส่งไลน์มาหาป้าจรูญ อ้างว่าหวยที่ป้าจรูญซื้อมาจำนวน 5 คู่ ว่าเป็นเลขที่ได้หุ่นคนละครึ่งแล้วทำไมป้าจรูญไม่แบ่ง หลังจากนั้นเรวดีก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี กล่าวหาว่าป้าจรูญได้ยักยอกล็อตเตอรี่รางวัลที่1 มูลค่า 30 ล้านบาทไป โดยไม่มีการลงลายมือชื่อไว้หรือทำตำหนิอะไรเลย ต่อมาเรวดีก็ได้ให้การใหม่ว่า ได้ลงลายมือชื่อ ร. วันที่ 28 มี.ค60  โดยเรววดีได้อ้างพยานคนขายล็อตเตอรี่ให้ป้าจรูญ คือ นาย สมจิตร (สงวนนามสกุล) ชาว จ.เลย ที่ขายล็อตเตอรี่ในคำชะโนด ซึ่งสมจิตรก็ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็นว่า นางเรวดีติดต่อมาให้เป็นพยาน โดยตนเองนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย ซึ่งนางเราวดีได้โทรมาและยื่นข้อเสนอให้เงินจำนวน 1 ล้านบาท หากยอมเป็นพยานให้ ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น ได้ไปทำเรื่องที่กองสลากล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ตามที่นางเรวดีได้กล่าวอ้าง จำนวน 5 คู่ ว่ามีผู้ใดนำสลากดังกล่าวมาขึ้นเงินหรือไม่ หลังจากตรวจสอบแล้วก็ไม่พบชื่อป้าจรูญเป็นผู้นำมาขึ้นเงินรางวัลแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบลายมือชื่อของนางเรวดีตามที่กล่าวอ้างด้วย

     ทางด้านป้าจรูญได้ยืนยันว่า ได้ไป ที่คำชโฉนดจริง โดยเป็นเพื่อนกับวิไลพรแต่กับเรววดีนั้นไม่ได้รู้จักกันแต่อย่างใด และที่มารู้จักกับเรวดีได้เพราะเป็นเพื่อนกับวิไลพร โดยวิไลพรเป็นคนแนะนำให้รู้จัก และมารู้จักกันก็ตอนมีเรื่องของสุดารัตน์ ส่วนที่คบกับวิไลพรเพราะวิไลพรนั้นเป็นหนี้ป้าจรูญอยู่ โดยที่คบกับวิไลพรเพราะว่าหวังจะได้เงินคืน สุดท้ายก็ไม่ได้จนมาเกิดเรื่องเสียก่อน ส่วนเรื่องซื้อล็อตเตอรี่ในวันที่ไปนั้นไม่ได้ซื้อแต่อย่างใดเพราะ เราวดีได้ยืมเงินก่อนที่จะไปถึงที่วัดแล้ว500บาท จึงมีเงินแค่ทำบุญเท่านั้น เพราะทั้งตัวตอนนั้นเหลือเงินเพียงแค่ 500 บาท เมื่อถึงวัดเรวดีก็ยืมเงินอีก 100 บาท แล้วจะมีเงินไม่ซื้อหวยชุดได้เช่นไร ทั้งนี้เรวดีก็ได้ส่งคนมาข่มขู่ถึงที่บ้านโดยใส่ชุดทหาร ทั้งนี้ตัวเรวดีเองจากข้อมูลที่ป้าจรูญทราบคือได้เป็นหนี้จำนวนมากละเชื่อว่าการที่เรวดีทำแบบนี้เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการขอยืมเงินแล้ว 5 หมื่นบาท แต่ป้าจรูญไม่มีให้ โดยคิดว่าเรวดีอาจโกรธเรื่องนี้ เลยให้ป้าวิไลพรเป็นคนขอยืมเงิน โดยกรณีเงิน 30 ล้านนั้นไม่มีจริงโดยทางฝ่ายของเรวดีนั้นต้องการที่จะแบล็กเม โดยตอนที่โทรมายังไม่มีการเรียกเงินใดๆทั้งสิ้น

     ทั้งนี้กับเรวดีก็รู้จักกันแค่เผินๆ ไปไหนด้วยกันยังไม่ถึง 20 ครั้ง และก็ทราบด้วยว่าเรวดีนั้นมีแก็งของคนมีสีอยู่ทั้งนี้ก็ไม่อยากพูดถึง ถ้ากองปราบจะขอโทรศัพท์ไปขอดูข้อมูลก็พร้อมที่จะให้ และตอนนี้โทรศัพท์นั้นก็เสียมาตั้งแต่เกิดเรื่อง ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าตัวป้าจรูญได้อยุ่ในขบวนการด้วยหรือไม่นั้นยืนยันว่าไม่ได้อยู่แน่นอนเพราะไม่ได้สิ้นไรไม้ตอกเช่นนั้น

     ทั้งนี้ที่มาที่กอบปราบในครั้งนี้ก็เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับป้า เรวดี หาแก้ว อดีตตำรวจหญิง เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว เพราะวิธีการที่ทำไว้กับตนเป็นวิธีการเดียวกับที่ทำไว้กับป้าสุดารัตน์

 

 

ชมคลิปเต็มได้ที่ : เพจเป็นข่าว



เรียบเรียงโดย

พัชรพร นาคประดิษฐ์


Suggess News

Recommend News