ยักษ์ เทวดา มีจริง!! หลวงปู่ตื้อเล่าประสบการณ์ เผชิญกับยักษ์ที่ถ้ำเชียงดาว แม้แต่ "หลวงปู่มั่น" ยังยืนยัน กำชับพระเณรให้ระวัง !!!

Publish 2018-02-23 17:12:28



 

          หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้อยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น เมื่อมีพระเณรเข้ามาสมทบกับองค์หลวงปู่มั่นเพิ่มมากขึ้น หลวงปู่มั่นจึงมอบหมายให้ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ หลวงปู่เกตุ วณฺณาโภ และตาผ้าขาวสียาคนบ้านแม่กอย ออกเดินทางล่วงหน้าไปสำรวจสถานที่ดอยหลวงเชียงดาว องค์ท่านบอกให้รออยู่ที่นั่นจนกว่าท่านจะพาหมู่คณะตามไปสมทบ เมื่อถึงที่หมายระหว่างพักรอคณะขององค์ท่านหลวงปู่มั่นที่ดอยหลวงเชียงดาว หลวงปู่ตื้อท่านชวนหมู่คณะเข้าไปสำรวจภายในถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่เชิงดอยหลวงเชียงดาว ถ้ำแห่งนี้หลวงปู่ชอบท่านเข้าไปสำรวจมาก่อน ท่านกับหลวงปู่แหวน หลวงปู่เกตุ จึงปฏิเสธที่จะเข้าไปสำรวจถ้ำกับหลวงปู่ตื้อ หลวงปู่ตื้อท่านจึงเข้าไปสำรวจภายในถ้ำมืดเพียงลำพังองค์เดียว



 

        หลวงปู่ตื้อท่านเข้าไปในถ้ำนานหลายชั่วโมง ตอนบ่ายท่านก็ออกมาจากถ้ำในสภาพเนื้อตัวเปื้อนโคลนดิน หลวงปู่ตื้อท่านบอกถ้ำมืดสลับซับซ้อนมาก ในถ้ำมีพระพุทธรูปและข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณกระจายอู่ทั่ว ภูมิยักษ์ที่รักษาสมบัติก็ดุเอาการ หยิบจับอะไรขึ้นมาดูก็แสดงกิริยาไม่เป็นมิตรด้วย ในถ้ำมีงูอาศัยอยู่มาก เวลาเดินต้องระวังจะเดินไปเหยียบงู หลวงปู่ตื้อท่านไม่ค่อยถูกกับงูเงี้ยวเขี้ยวขอ พอเจองูมากๆ ท่านจึงออกจากถ้ำ

 

 

         หลวงปู่ชอบเล่าถึงอุปนิสัยโลดโผนของหลวงปู่ตื้อให้ฟังว่า หลวงปู่ตื้อท่านเป็นพระที่ผีสางเทวดาอันธพาลกลัวท่านมาก ผีฟ้าป่าเขาที่ไหนว่าดุๆ เฮี้ยนๆ พอเจอหลวงปู่ตื้อแล้วเป็นต้องแตกกระเจิง หลวงปู่ตื้อท่านไม่เกรงกลัวในอำนาจของพวกมิติมืด แต่ถ้าเป็นงูท่านจะไม่เข้าใกล้ หลวงปู่ชอบเคยถามท่านว่า อาจารย์ตื้อกลัวงูหรือจึงไม่กล้าจับงู หลวงปู่ตื้อบอกท่านไม่ได้กลัวงู ท่านว่าเวลาจับหรือสัมผัสกับงูท่านจะเกิดอาการเดียมมือ (จั๊กกะจี่มือ) ไม่จำเป็น ท่านจะไม่จับหรือสัมผัสกับตัวงู ท่านว่าต่างกับหลวงปู่แหวน หลวงปู่แหวนถ้าเจองูท่านจะจับมาดูเฉย หลวงปู่แหวนกับหลวงปู่ตื้อท่านจึงมักจะเที่ยววิเวกด้วยกัน ถ้าที่ไหนมีงูมากวน หลวงปู่แหวนท่านจะจับงูไปปล่อยได้ แต่ถ้าที่ไหนมีผีสางมารบกวนหลวงปู่ตื้อท่านจะเป็นผู้กำราบให้เอง ท่านว่าสมัยก่อนตอนเป็นพระหนุ่มเที่ยววิเวกอยู่ทางภาคเหนือ ถ้าเห็นหลวงปู่ตื้อที่ไหน ก็จะเห็นหลวงปู่แหวนอยู่ที่นั่น เว้นแต่ท่านทั้งสองจะแยกกันไปจำพรรษายังสถานที่แห่งอื่น พอออกพรรษาแล้ว ท่านก็จะกลับมาหากันเหมือนเดิม จนองค์ท่านหลวงปู่มั่นพูดหยอกชมเชยหลวงปู่ตื้อ หลวงปู่แหวน ว่า “คู่ธรรม งัวงามคู่”

 

 

          หลังจากพากันทำที่พักให้องค์ท่านหลวงปู่มั่นเสร็จได้ประมาณสามสี่วัน หลวงปู่มั่นท่านก็พาลูกศิษย์ตามมาสมทบ องค์ท่านถามว่าสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง หลวงปู่ตื้อกราบเรียนองค์ท่านว่า สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การปฏิบัติขอรับ เทพภูมิที่นี่ก็เป็นมิตรกับพระเณรดี เว้นแต่ภูมิยักษ์รักษาสมบัติเท่านั้นเขาไม่ค่อยเป็นมิตรกับพระเณรเท่าไหร่ เพราะเคยมีพระเณรมาเอาสมบัติที่เขารักษาออกไปจากถ้ำ ภูมิยักษ์รักษาถ้ำเขาจึงไม่ค่อยเป็นมิตรกับพระเณรเรา เขาจะคอยตำหนิเพ่งโทษ เพราะเกรงว่าพวกเราะพากันมาขนเอาสมบัติที่เขาเฝ้ารักษาออกไปจากที่นี่อีก

          องค์หลวงปู่มั่นจึงเตือนลูกศิษย์ให้พากันสำรวมในศีลสิกขาของตน อย่าพากันหาญคะนองลองประมาทในสถานที่เป็นอันขาด ท่านสั่งห้ามพระเณรไม่ให้ไปแตะต้องของสงวนที่พวกเทพภูมิเขารักษา ให้พากันทำความเพียรเดินจงกรมภาวนาแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ให้ได้รับความผาสุกใจในธรรม เรื่องภายนอกนั้นให้พระเณรปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน ส่วนเรื่องภายในนั้นองค์ท่านจะเป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติต่อสถานที่ด้วยองค์ท่านเอง



         หลวงปู่ชอบท่านเล่าให้ฟังว่า ที่ดอยเชียงดาวในสมัยอดีตมีฤๅษี ชีไพรพากันมาพักบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่มากมายหลายท่าน ในอดีตชาติของท่านก่อนพุทธกาล ท่านกับหลวงปู่ตื้อผู้เป็นสหายธรรมเคยเป็นฤๅษี มุนีไพรบำเพ็ญเพียรที่ดอยเชียงดาวด้วยกันมาก่อน ผลบุญผลานิสงส์ของการบำเพ็ญเพียรในชาตินั้นส่งผลให้ท่านทั้งสองได้มาเกิดในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม ชาตินั้นท่านทั้งสองบวชเป็นพระภิกษุสมัยต้นพระศาสนาทันพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน แต่ด้วยอินทรีย์บารมีธรรมของท่านทั้งสองยังอ่อนอยู่ ต่อมาต่างก็พากันลาสิกขาออกมาครองเรือนเป็นฆราวาส ในชาตินั้นหลวงปู่ชอบท่านตายตอนอายุสามสิบกว่าปี

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประวัติพระอาจารย์ตื้อ อจลธมฺโม

 



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ