หมดยุคยัดไส้ซะที!! เลือกคนดีๆนั่ง CEO การบินไทย ช้าหน่อยก็ไม่เป็นรัย รอบคอบ+ชอบธรรมสำคัญสุดๆ??

Publish 2018-03-14 09:21:09



 

กระท่อนกระแท่นในเรื่องภาพลักษณ์องค์กรมาโดยตลอดต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา  ด้วยสภาพทางธุรกิจรุมเร้า โดยเฉพาะตัวเลขผลประกอบที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการขาดทุน จนกลายเป็นรอยด่างพร้อยที่มักถูกหยิบยกมาเป็นหัวข้อสำคัญบนโลกโซเชียล  ในช่วงเกิดเหตุการณ์ในทางลบ อย่างหนึ่งอย่างใดกับ “บมจ.การบินไทย”  สายการบินแห่งชาติของคนไทยทุกคน



อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะย่ำแย่เสมอไป  บทความในคอลัมน์ “ฉาย บุนนาค”  บนหน้าหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจวันนี้  มีมุมมองที่อาจแตกต่างออกไป  เพราะเป็นการมองจากบุคคลภายนอก ที่ได้มองย้อนกลับเข้าไปใน บมจ.การบินไทย อย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่เฝ้ามองการพัฒนาองค์การบินของไทยให้พัฒนาก้าวไกลยิ่งๆขึ้นไป

 



“หลังจากมีโอกาสได้สัมผัสและใช้บริการเอื้องหลวงการบินไทยเดินทางไปที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา  ต้องขอชมว่า การบินไทยช่วงขวบปีหลัง ถือว่ามีพัฒนาการในการบริการและคุณภาพที่สูงมาก แม้ตัวเครื่องอาจจะไม่ได้ใหม่เอี่ยมอ่องเช่นเดียวกับแอร์โฮสเตสบางท่านที่สูงวัยนิดหน่อยแต่ก็เอาเถอะ ฝูงบินใหม่ๆ หรือ แอร์โฮสเตสสาวๆ สวยๆ ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เราควรมองที่คุณภาพและองค์รวม

 

เพราะหลายสิ่งหลายอย่างในโลกใบนี้นั้น สวยแต่รูปจูบไม่หอมระหว่างเดินทางก็อดคิดถึงเรื่องการรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า ดีดี การบินไทยนั้นไม่ได้

 

ขยายแล้วขยายอีก มาเป็นครั้งที่ 5 และจะครบกำหนดรับสมัครอีกครั้งในวันที่ 30 มีนาคม 2561 จนท่านประธานสรรหาและปลัดกระทรวงการคลัง สมชัย สัจจพงษ์ต้องชี้แจงกับสื่อว่า ที่ผ่านมามีคนมาสมัคร 7 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติเพียง 2 ราย ซึ่งน้อยเกินไปในการคัดเลือกและเพื่อประโยชน์สูงสุดของการบินไทยจึงต้องยืดเวลาออกไปอีก

 

นี้แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายและมาตรฐานที่สูงขึ้นของ การบินไทย เป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว ในการพิจารณาสรรหาและคัดเลือก ผู้นำ-ผู้บริหารหรือ คู่ครอง”… ว่าควรใช้ความพิถีพิถัน ละเมียดละมัยดั่งสุภาษิตโบราณที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ด่วนได้สามผลามมักพลิกแพลง

 

ที่ผ่านมา การรีบเร่งเลือกสรรคนมาบริหารรัฐวิสาหกิจทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะความหละหลวมของกระบวนการสรรหา เช่น บางครั้งก็รีบไปเลือกบุคคลที่มีเรื่องร้องเรียนมากมายด้านความไม่โปร่งใสเช่น การสรรหาผู้ว่าการการรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รฟม. ที่ผ่านขั้นตอนสรรหาไปแล้วแต่ถูกร้องเรียน ขณะที่หน่วยงานอย่าง ขสมก. ก็สรรหาแล้วล้มไปหลายรอบ กระทั่งหน่วยงาน การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังไม่มีตัวจริงเสียทีหลังรายเดิมถูกปลดโดย ม.44

 

ผลลัพธ์ของการเลือกคนผิดที่ผิดงานนั้น คนไม่คู่ควร ไม่เหมาะสม ทำให้ประเทศชาติเสียหาย เสียเวลา เสียโอกาสมากมาย แบบกลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึงแบบเพลงของพี่เบิร์ด-ธงไชย

 

เรื่องแบบนี้ต้องลองไปถามท่านอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมต.คลัง ว่าชีช้ำกำหล่ำปลีแค่ไหนที่ต้องเผชิญกับผู้บริหารองค์กรของรัฐที่ท่านดูแล ซึ่งมี ไม่รับโจทย์และ ขัดนโยบายกระทรวงการคลังตลอด จนตลาดตราสารหนี้ซบเซาและปั่นป่วนถึงวันนี้

 

กลับมากรณี การสรรหา ดีดีการบินไทยคนใหม่ ในฐานะของลูกค้าคนหนึ่งซึ่งซื่อสัตย์ต่อแบรนด์การบินไทยมาตลอดชีวิต ก็คงได้แต่ภาวนาว่า ดีดีคนใหม่คงจะเป็น คนในองค์กรมากกว่าคนนอก เพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันส่วนใหญ่นั้น ก็เพราะ คนนอกหรือ คนจากการเมืองทั้งหมดทั้งสิ้น

 

 

และส่วนใหญ่คนที่เติบโตมากับองค์กร จะมีความรัก ความผูกพันธ์ ความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าคนนอกตัวอย่างที่ไม่ต้องหามาไกล คือ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (รักษาการ) คุณอุษณีย์ แสงสิงแก้วซึ่งเติบโตมากับองค์กว่า 30 ปี และมีผลงานที่จับต้องได้ในปัจจุบัน

 

โดยสรุปประชาชนคนไทยทั่วประเทศ คงอยากเห็นการสรรหาผู้บริหารเบอร์ 1 ของการบินไทยนี้ เป็นไปอย่างรอบคอบและชอบธรรม แม้จะล่าช้าสักหน่อยเราคงรอกันได้

 

 

 

...........

ที่มา  :  คอลัมน์ : ฉาย บุนนาค/หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3348 ระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค.2561



เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว